เจ้าหน้าที่อุทยานฯประสานเสียงนพ.สิทธาหลังผลชันสูตรน้องชมพู่ออกมาล่าสุด

"เจ้าหน้าที่อุทยานฯ"ประสานเสียง"นพ.สิทธา"หลังผลชันสูตรน้องชมพู่ออกมาล่าสุด

Publish 2020-07-14 03:52:24


จากกรณีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ที่เสียชีวิตบริเวณป่าภูเหล็กไฟ บ้านกกกอก หมู่ 2 ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ขณะนี้ยังไม่สามารถจับคนร้ายได้ ต่อมากลายเป็นที่จับตามองอย่างมากเมื่อนางสาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่น้องชมพู่ เปิดใจยอมรับว่าสงสัยลุงพลนั้นเป็นผู้ก่อเหตุกับน้องชมพู่ ซึ่งทางด้าน ลุงพล ทนไม่ไหว ประกาศตัดญาติทันที พร้อมแฉความลับของแม่น้องชมพู่ ว่าไม่เคยขึ้นไปภูเหล็กไฟเลย ไม่ยอมไปดูสถานที่เกิดเหตุเลยแม้แต่ครั้งเดียวจนชาวบ้านต่างสงสัยและพูดกันต่างๆนาๆ หรือกำลังกลัวอะไรบางอย่าง

 




ต่อมา รายการ”โหนกระแส”ที่มี หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ทำหน้าที่พิธีกร ได้เปิดรายงานผลพิสูจน์ของนิติเวช โดยระบุว่า รายงานการตรวจศพพบว่า 
1.บาดแผลมีรอยขูด ขีดตามร่างกายกระจายเป็นหย่อมๆ  
2.บริเวณรอบปากถึงแก้มสองข้าม คอด้านซ้าย ไหล่ซ้ายผิวหนังลอก 
3.ไม่พบบาดแผลบาดแผลบริเวณช่องคลอดและทวารหนัก
4.เอกซเรย์ศีรษะ ร่างกาย ไม่ปรากฏแขน ขากระดูกแตกหัก หนังศีรษะไม่ฟกช้ำ กะโหลกศีรษะไม่แตก  กระดูกสันหลังคอไม่หัก ไม่พบลักษณะเลือดออกเหนือหรือใต้เยื่อหุ้มสมองและในสมอง เนื้อสมองเริ่มเน่า  เนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง บริเวณกล้ามเนื้อบริเวณคอ ไม่ฟกช้ำ กระดูกโคนลิ้น กระดูกไทรอยไม่แตกหัก ไม่พบสิ่งแปลกปลอมในหลอดลมและช่องท้อง กระดูกไหปลาร้าไม่หัก ไม่มีเลือดออกในช่องท้อง ไม่พบการบาดเจ็บลำไส้เล็ก  
โดยสรุปเหตุตายไม่ได้เนื่องจากสภาพศพเน่า
 

 



ล่าสุด รายการทุบโต๊ะข่าว สัมภาษณ์ นายกรีฑาพล พรหมสาขา ณ สกลนคร เจ้าหน้าที่อุทยานเเห่งชาติภูผายล กล่าวถึงสภาพของภูเหล็กไฟ ว่ามีลักษณะเหมือนขั้นบันได มีทั้งหมด 6 ชั้น จุดที่พบศพน้องชมพู่อยู่ชั้นที่ 5 ระยะทางวัดจากจีพีเอสเป็นเส้นตรง จากบ้านไปจนถึงจุดพบศพ 1.2 กิโลเมตร เเต่ระยะการเดินเท้า 1.7 ถึง 2 กิโลเมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ให้เวลาการเดินเเบบไม่พัก ประมาณ 50 นาที เเต่หากเป็นคนทั่วไปก็อาจใช้เวลาเดินประมาณชั่วโมงครึ่ง ทั้งนี้ลักษณะพื้นที่ของภูเหล็กไฟ เป็นป่าเต็งรัง พื้นผิวเป็นดินทรายสลับชั้นหิน มีหญ้าขึ้นรก ไม่มีเเหล่งน้ำถาวร เเละไม่มีผลไม้ใด ๆ เลย จากการประเมินสภาพพื้นที่ เป็นไปไม่ได้ที่เด็ก อายุ 3 ขวบ จะเดินหลงไปลำพังจนถึงจุดพบศพได้

การเดินไปเเต่ละครั้ง เจ้าหน้าที่อุทยานที่ชำนาญทาง เเละเดินขึ้นบ่อย จะพกน้ำดื่มขวดเล็ก ขนาด 600 มิลิลิตร 1 ขวด จิบเรื่อย ๆ ตลอดการเดิน เเต่สำหรับคนทั่วไปที่ไม่เคยขึ้น จะต้องพกขวดน้ำขนาด 1.5 ลิตร 1-2 ขวด เพื่อให้เพียงพอต่อการกระหายน้ำ การที่เด็กเดินตัวเปล่า โดยไม่มีน้ำ เป็นไปไม่ได้ที่จะเดินถึงจุดพบศพ เพราะเด็กจะเหนื่อยล้าอย่างหนัก ส่วนในเรื่องการเตรียมตัวขึ้นภูเหล็กไฟ สำหรับชาวบ้านทั่วไป นอกจากน้ำต้องเตรียมยาเเก้ปวด ยาดม ยาหม่อง เเละอาหารใส่ห่อขึ้นไปด้วย ส่วนการเเต่งกาย ต้องใส่รองเท้าผ้าใบ กางเกงขายาว เสื้อเเขนยาว เพราะบนเขามียุงเเละเเมลงเป็นจำนวนมาก อีกทั้งหญ้าก็รกด้วย 

 

 

ด้าน ป้าแต๋น เปิดเผยว่า ตนคิดว่าหลานไม่น่าเดินไปตายเองได้ ชมพู่ยังเด็ก หากเดินไปสิ่งแรกคือเหนื่อย ตนเคยขึ้นไปคิดว่าเส้นทางที่มันชันขึ้น ๆ หลานไม่น่าจะเดินขึ้นไป หากพูดว่าชมพู่ไม่ได้ตายสูงขนาดนั้น อาจจะเชื่อได้ว่าหลานไปตายเอง แต่สถานที่มันสูงขนาดนี้ ตนเอนเอียงไปทิศทางนั้นไม่ได้เลย ตนก็อยากรู้ว่า หากชมพู่ไปตายเองทำไมเสื้อผ้าไม่สวม จะถอดทำไม หากจะร้อนก็ไม่น่าจะถอดแบบนั้น เพราะคงไม่มีแรงจะถอดเองได้ ส่วนตัวไม่แน่ใจหลานถอดเสื้อผ้าได้หรือไม่ แต่เท่าที่รู้ถอดเองไม่ได้ หากแพทย์ชี้ว่าน้องตายเอง ตนก็อยากให้หาคำตอบให้ได้ว่าน้องตายได้อย่างไร 

 

ด้าน นายแพทย์สิทธา ลิขิตนุกูล เจ้าของเพจคุณหมอสตอรี่ ให้ความเห็นว่า พฤติกรรมของเด็ก 3 ขวบ หากพ่อแม่ฝึกฝนลูก เด็กก็อาจจะสามารถใส่เสื้อผ้าเองได้แล้ว เด็กจะเริ่มถอดเสื้อผ้าเองได้ อายุตั้งแต่ 1 ขวบครึ่งไปจนถึง 2 ขวบ แต่จะใส่เสื้อผ้าเองได้ อายุประมาณ 3 ขวบ และจะติดกระดุมเป็นอายุประมาณ 4-5 ขวบ ขณะเดียวกันหากพ่อแม่ฝึกมาดี เด็กอายุ 2 ขวบครึ่ง เด็กก็สามารถถอด และใส่เสื้อเองได้แล้ว หากเด็ก 3 ขวบ ขึ้นบนภูเขาที่ไม่มีแหล่งน้ำ อดน้ำเด็กหิวน้ำ ก็คงพยายามหาแหล่งน้ำ เช่น ต้นไม้ใบหญ้าเล็ก ๆ หรือวิดน้ำกินจากพื้น คงไม่สามารถไปหักกิ่งไม้ หรือปีนต้นไม้สูง ๆ ได้ ร่างกายของเด็ก 3 ขวบ หากอยู่บนเขาที่อากาศร้อน แห้งแล้ง ไม่มีแหล่งน้ำ เด็ก จะทนกับการขาดน้ำ และขาดอาหาร ได้ไม่เท่ากับผู้ใหญ่ โดยเฉพาะท่ามกลางอากาศที่ร้อน และแห้งแล้ง คาดว่าไม่น่าจะเกิน 1 วัน เด็กอาจจะเสียชีวิตได้

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;