ยายตุ่นที่พบรองเท้าน้องชมพู่ สงสัยน้าแตรู้พิกัดที่เจอน้อง

"ยายตุ่น"ที่พบรองเท้าน้องชมพู่ สงสัย"น้าแต"รู้พิกัดที่เจอน้อง

Publish 2020-07-13 04:16:00


จากกรณีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ที่เสียชีวิตบริเวณป่าภูเหล็กไฟ บ้านกกกอก หมู่ 2 ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ขณะนี้ยังไม่สามารถจับคนร้ายได้ ต่อมากลายเป็นที่จับตามองอย่างมากเมื่อนางสาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่น้องชมพู่ เปิดใจยอมรับว่าสงสัยลุงพลนั้นเป็นผู้ก่อเหตุกับน้องชมพู่ ซึ่งทางด้าน ลุงพล ทนไม่ไหว ประกาศตัดญาติทันที พร้อมแฉความลับของแม่น้องชมพู่ ว่าไม่เคยขึ้นไปภูเหล็กไฟเลย ไม่ยอมไปดูสถานที่เกิดเหตุเลยแม้แต่ครั้งเดียวจนชาวบ้านต่างสงสัยและพูดกันต่างๆนาๆ หรือกำลังกลัวอะไรบางอย่าง 
 




ล่าสุด น้าแต น้าของน้องชมพู่ก็ต้องเป็นประเด็นอีกครั้ง เพราะมีข้อสงสัยเกิดขึ้นจากคลิปไลฟ์สด ที่ระบุว่า ตอนนี้เจอรองเท้าน้องแล้ว คนที่เจอคือตากับยายไปเก็บผักหวานแล้วเจอรองเท้า ซึ่งยังไม่มีใครยืนยันว่าเป็นรองเท้าของน้องชมพู่ รวมทั้งในไลฟ์สดยังบอกว่า จุดที่น้องอยู่บนภูเขาห่างจากบ้าน เกือบ 5 กิโลเมตร ซึ่งแน่นอนทีมค้นหายังไม่มีใครแจ้งเรื่องพบร่างและไม่มีใครคำนวณระยะทางได้

รวมทั้งคลิปบางช่วงยังพูดว่า คนที่พาน้องไปได้ยินเสียง ฮ.ก็.....(เปลี่ยนเป็นพูดประเด็นอื่น)รวมทั้ง ระหว่างไลฟ์สดอยู่นั้นก็มีคนโทรเข้ามา ซึ่งน้าพูดเป็นภาษาอีสาน ประมาณว่า “ทุกอย่างเป็นไปด้วยดีนะแต่มันมีปัญหา เพราะฮอล์ขึ้นบินได้ยินเสียงฮอล์เขาเลยกลัว”

 

 

ล่าสุด ทุบโต๊ะข่าว อมรินทร์ ไปสัมภาษณ์ นางตุนมา พรหมงอย หรือ ตุ่น ชาวบ้านที่พบรองเท้าชมพู่ เปิดเผยว่า วันที่ตนไปที่บ้านกกกอกช่วงเย็น หลังจากมีคนบอกว่าเด็กหาย ซึ่งตนไม่เคยทราบข่าวมาก่อน จึงอยากให้ตนพาไปดูจุดที่พบรองเท้า ตนยืนยันว่าไม่เคยบอกรายละเอียดต่าง ๆ กับใคร จากนั้นตนก็พาขึ้นเขา ยืนยันไม่เคยบอกเรื่องระยะทางว่าไกลขนาดไหน 3-5 กม. ตนยังประเมินไม่ได้ รองเท้าที่บอกถอดเป็นคู่ ตนก็ไม่ได้พูด “วางเป็นคู่อะไร ก็บอกว่ามันแยกกัน” ซึ่งสามีตน ยังไม่เล่าให้ฟังเลย แล้วคนจะรู้ได้อย่างไร เรื่องกิ่งไม้หัก ตนไม่ได้บอกว่าเด็กหักเล่น ตนคิดในใจว่าเด็กอาจจะนั่งเล่นแล้วรองเท้าหลุด แต่ตนก็ไม่ได้พูด ยอมรับว่าตรงนั้นมีใบไม้ มีกิ่งไม้อยู่ ซึ่งเป็นไม้แห้ง ๆ ไม่ใช่ใบไม้สด กรณีขวดน้ำตนไม่เคยบอกว่าจุดพบรองเท้ามีขวดน้ำ บอกแต่ว่าทางขึ้นที่ตนเดินไป มีแต่ขวดน้ำเต็มไปหมด ไม่ได้มีขวดน้ำใกล้จุดพบรองเท้า และจริง ๆ ก็ไม่มี ส่วนที่คนสงสัยว่าตนน่าจะเจอศพ ตนยืนยันว่าตนไม่พบ หากตนพบจะเดินหาผักหวานต่ออีกทำไม ตนคงวิ่งแล้ว ดังนั้นยืนยันว่าตนไม่ได้พบศพ

 



ขณะที่นางสาวิตรี ตอบในประเด็นนี้ว่า ตนยังไม่เคยดูไลฟ์สดของน้าแต ตนจึงตอบคำถามนี้ไม่ได้ ทีมข่าวจึงได้นำไลฟ์สดดังกล่าว ให้นางสาวิตรีดู โดยน้าแตพูดว่า “คาดว่าจุดที่น้องอยู่ น่าจะเดินทางไปประมาณ 3-5 กิโลเมตร” นางสาวิตรี ก็ตอบว่าตนก็ไม่รู้ว่าเขาภูเหล็กไฟนั้น มีสภาพเป็นอย่างไร ตนไม่รู้จะอธิบายอย่างไร 

 

 

ด้าน ป้าแต๋น กล่าวว่า ตนจำได้อยู่ช่วงไลฟ์สด เพราะตนนั่งอยู่ด้วย ตอนนั้นมีป้าตุ่น ที่มาจากบ้านจันทร์เพ็ญ ซึ่งพ่อหรือแม่ชมพู่เอารูปรองเท้าลูกให้ดู ซึ่งป้าตุ่นก็ยืนยันว่าใช่รองเท้าที่พบบนเขา แต่ตอนนั้นตนไม่ทราบว่าป้าตุ่นพูดเรื่องระยะทางหรือไม่ ตนไม่ได้สนใจฟัง ตนไม่ทราบว่าน้าแตรู้ข้อมูลมาจากไหน หรือป้าตุ่นพูดหรือไม่ว่าระยะทางเท่าไร ซึ่งข้อมูลนี้ตนไม่แน่นอน แต่หากป้าตุ่นไม่ได้พูด คงต้องไปถามคนไลฟ์สดว่ารู้ข้อมูลจากไหน อีกทั้งน้าแต ตอนค้นหาก็ไม่ได้ขึ้นไปบนภูเขา

 

 

ขณะที่ นายไชย์พล วิภา ลุงน้องชมพู่ เปิดเผยว่า กรณีเรื่องวันพบศพชมพู่ ข้อมูลแรกก่อนขึ้นเขา ตนเองแทบไม่มีข้อมูล รู้แต่ว่าเจอรองเท้า แต่ไม่ทราบระยะทางว่าไกลขนาดไหน ป้าตุ่นก็ยังไม่ได้บอกอะไรมาก รู้แค่ว่าเอาไปซ้อนไว้ โดยมาทราบภายหลังจากที่ขึ้นไปที่จุดพบศพแล้ว ป้าตุ่นจึงบอกว่ารองเท้าอยู่ลักษณะแยกออกจากกัน ป้าตุ่นยังสาธิตให้ดู ส่วนที่น้าแต ไลฟ์สดในวันพบรองเท้า แต่ไม่ขึ้นเขา ซึ่งเป็นภาพของน้าแตอยู่แล้ว คนที่มีความรู้ก็คงเป็นแบบนั้น ตนไม่รู่จักไลฟ์สด ส่วนที่น้าแตทราบรายละเอียดของเส้นทาง อาจเป็นการคาดเดา แต่ตอนนั้นใครจะรู้ว่าระยะทางเป็นเท่าไร “ไม่มีใครกะคำนวนได้ หากไม่เคยขึ้นไป”ป้าตุ่นเองก็ไม่ได้บอกอะไรมาก

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;