หยุดลือมั่วๆ โฆษกศบค.แถลงชัด ที่มาหนังสือปลัดมหาดไทยถึงผู้ว่าฯ ทำตื่นตระหนกเคอร์ฟิว 24 ชม.

หยุดลือมั่วๆ โฆษกศบค.แถลงชัด ที่มาหนังสือปลัดมหาดไทยถึงผู้ว่าฯ ทำตื่นตระหนกเคอร์ฟิว 24 ชม.

Publish 2020-04-06 13:50:16


จากสถานการณ์โรคปอดอักเสบชนิดรุนแรงที่เกิดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ ไวรัสโควิด -19 ที่ชาวไทยกำลังต่อสู้อย่างสุดกำลัง ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 6 เมษายน 2563 เวลา 09.50 น. เปิดเผยว่า มีผู้ป่วยสะสมทั่วโลกอยู่ที่ 1,273,709 ราย มีผู้เสียชีวิต 69,456 คน ในจำนวนนี้มีผู้รักษาหายแล้ว 262,486 ราย




โดยสหรัฐอเมริกายังคงครองอันดับหนึ่งของโลกที่มียอดผู้ป่วยสะสมพุ่งไปถึง 336,830 ราย รองลงมาคือสเปนที่มียอดผู้ป่วยสะสมที่ 131,646 รายอันดับสามเป็นอิตาลีอยู่ที่ 128,948 ราย อันดับสี่เป็นเยอรมันที่ 100,123 ราย อันดับที่ห้าตกเป็นของฝรั่งเศสที่ 92,839 ราย อันดับที่หกเป็นจีนที่ 81,708 ราย อันดับเจ็ดเป็นอิหร่านมีผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 58,226 ราย อันดับที่แปดเป็นสหราชอาณาจักรที่ตัวเลข 47,806 ราย อันดับที่เก้าเป็นตุรกีที่ 27,069 ราย และอันดับสิบเป็นสวิตเซอร์แลนด์ที่ 21,100 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 6 เมษายน 2563 เวลา 09.50 น.)


ต่อมา (06 เมษายน 2563 11.30 น.) ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข และ โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ได้อัพเดตผู้ป่วยล่าสุดว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 51 ราย กระจาย 66 จังหวัด รวมยอดสะสม 2,220 หายป่วยเพิ่ม 119 ราย รวมสะสม 793 เสียชีวิต 3 ราย รวมสะสม 26 ราย

 

อ่านข่าว - ตัวเลขทำใจชื้้นบ้าง ศบค.อัพเดทป่วยใหม่ติดเชื้อโควิด ลดเหลือ 51 แต่เสียชีวิตอีก 3 หายแล้วรวม 793 ราย



ล่าสุด นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข และ โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.

แถลงชี้แจงข้อเท็จจริงถึงกรณีทีมีการแชร์ข้อมูลทางโชเชี่ยว ที่มีข่าวว่าจะมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมงว่า เป็นข้อห่วงใยของศูนย์ในเรื่องของการรับข้อมูลข่างสาร ซึ่งตอนนี้เราเพิ่งประกาศเคอร์ฟิวในช่วงเวลาสี่ทุ่มถึงตีสี่ ของทุกวัน ซึ่งทุกท่านยังต้องการการปรับตัวยังต้องการที่จะต้องใช้เวลาในการที่จะดูแลตัวเอง ถ้าท่านทำได้และตัวเลขของการติดเชื้อใหม่ลดลง


มาตรการอื่นๆไม่ต้องมีเลยแต่ถ้าตัวเลขนี้ยังเพิ่มขึ้นจากรายงานของกระทรวงสาธารณสุขแสดงว่ามาตรการที่มีอยู่ไม่เพียงพอถึงตรงนั้น อาจจะมีการปรับเพิ่ม แต่ ณ วันนี้ยังไม่ได้เป็น 24 ชั่วโมงแต่อย่างใด ซึ่งมาตรการที่มีการแชร์กันออกไปก็คงจะเชื่อมโยงกันกับเรื่องของประกาศของทางปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งท่านได้แจงว่าเจตนาของเอกสารชุดนี้จะออกไปคือสื่อสารไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด พูดง่ายๆคือในส่วนของฝ่ายปกครองในพื้นที่ทั้งหลายคือต้องแปลงจากนโยบายนำไปสู่การปฏิบัติแจ้งเป็นข้อๆก็ใช้คำว่าเตรียมการ เพื่อยกระดับเป็นข้อมูลโดยธรรมดา ซึ่งยังไม่ได้บอกว่ายกระดับเตรียมการยกระดับ 


โดยเป็นข้อมูลการใช้คำที่ถูกต้องซึ่งทางปลัดมหาดไทยก็แจ้งมาทั้งในเรื่องของเตรียมคนที่จะเข้าพื้นที่ต้องมีการกักตัว เราก็จะได้ไปหาที่พักที่อยู่หรือที่ต้องบรรจุคนเหล่านี้เข้าไปอยู่ตรงนี้ จะได้ดำเนินการ ซึ่งก็จะต้องใช้พื้นที่ จัดสถานที่ เนื่องจากนโยบายไปสู่การปฏิบัติแล้วก็ต้องมีการทำแผนเผชิญเหตุต้องมีการควบคุมการกักตุนสินค้า วางแผนระบบโลจิสติกส์ เครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆไว้แล้ว ก็ให้มีระบบรายงาน เพื่อให้ยืนยันได้ว่านโยบายที่เกิดขึ้นจากผอ.ศูนย์บริหารสถานการณ์นี้ นำไปสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริงและนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น 


"แต่ท่านไปแปลง สื่อกันเอง สื่อทั้งหลายที่ไม่ว่าจะเป็นสื่อบุคคลหรือสื่อที่เป็นสำนักหรือสื่อต่างๆทีอ่านเอกสารของทางราชการไม่ออก ซึ่งไม่อยากใช้คำว่า อะไรเป็นตุเป็นตะขึ้นมา ซึ่งอันนี้ก็จะทำให้เกิดผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นคนที่จะไปกักตุนสินค้าหรือจะรีบไปหาข้าวของอะไรมา เพราะกลัวว่าจะออกจากบ้านไม่ได้เกิดความสรุปกันไป ซึ่งไม่เหมาะไม่ควรในเวลาอย่างนี้เลยต้องขอพวกเราทุกคน ถ้าไม่มั่นใจ ตอนนี้เราอยู่ในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินการแชร์ข้อมูลที่ไม่ได้เป็นจริงมีโทษ


แล้วเราจะต้องมีการเข้มงวดกันมากขึ้นเรื่อยๆ ขอให้ฟังในช่วงเวลาที่พวกเรามีการแถลงสดอย่างนี้เป็นที่สุด ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมไปกว่านี้ผมเองก็จะต้องถูกมอบหมายทำหน้าที่เป็นผู้ที่จะต้องมาประกาศมาแจ้งในเวลาประมาณ 11:30 น ในช่วงเวลาของวันที่ไม่ได้มีการประชุม ผมจะอยู่ตรงนี้ ถ้ามีประชุมอาจจะช้าไปหน่อย รอให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ที่ประธานการประชุมประชุมเสร็จ ผมจะนำทุกเรื่องมารายงานต่อพี่น้องประชาชนด้วยตนเอง" โฆษก ศบค. กล่าว

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;