ไฟไหม้บ้านใกล้ศาลเจ้าพ่อเสือ เสียชีวิต 2 ราย ตำรวจยืนยันไม่ใช่การลอบวางเพลิง

ไฟไหม้บ้านใกล้ศาลเจ้าพ่อเสือ เสียชีวิต 2 ราย ตำรวจยืนยันไม่ใช่การลอบวางเพลิง

Publish 2019-05-21 17:40:33


จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.สำราญราษฎร์ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ที่บ้านเลขที่ 21/4 ภายในซอยตรอกครุฑแขวงศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร กทม. จึงไปประสานรถน้ำจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยกรุงเทพมหานคร พร้อมเครื่องสูบน้ำช่วยเร่งดับเพลิงภายในซอยดังกล่าว

 

 



ที่เกิดเหตุพบว่าทางเข้าเป็นซอยขนาดเล็ก ตึกที่เกิดเหตุเป็นตึกเก่าสูง4ชั้น ด้านในทำการดัดแปลงโดยการนำไม้อัดมากั้นเปิดเป็นห้องให้เช้า เพลิงลุกไหม้จากชั้น3 และลุกลามไปที่ชั้น2และชั้น4 เจ้าหน้าที่เร่งใช้หัวฉีดระดมดับเพลิงแต่เป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากไฟไหม้อยู่ด้านบนแต่ด้านล่างเป็นซอยแคบทำให้น้ำที่ฉีดขึ้นไปถึงต้นเพลิงทำได้ยาก ใช้เวลกว่า1ชั่วโมงเพลิงจึงสงบ ทั้งนี้ที่บริเวณชั้น4พบศพของนางรัตน์ หนุนทรัพย์ อายุประมาณ67ปี ถูกไฟคลอกไหม้เกรียมทั้งร่างเสียงชีวิตอยู่บนฟูกนอน 

 

 

 



จากการสอบถามนายบุญยง วริทธิสาร เพื่อนบ้านในที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ตอนตี1เกือบตี2 ตนเองนอนพักผ่อนอยู่ในห้องพักตึกข้างๆจุดเกิดเหตุ จู่ๆได้ยินเสียงดังคล้ายกับคนรื้อของจึงลุกขึ้นมาได้กลิ่นเหม็นไหม้ เมื่อเปิดหน้าต่างพบควันไฟจำนวนมาออกมาจากตึกข้างๆจึงวิ่งหนีตายลงมาข้างล้าง ทั้งนี้ตึกที่เกิดเหตุเจ้าของไม่ได้อาศัยอยู่ แต่ดัดแปลงโดยใช้ไม้อัดกั้นเป็นห้องให้เช่า วันละ100บาท ส่วนด้านบนก็มีทั้งเศษไม้ และเศษผ้าที่ผู้อาศัยเอาไปเก็บไว้ ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้อาจจะเกิดจากไฟฟ้ารัดวงจร หรืออาจจะเกิดจากการมั่วสุ่ม เนื่องจากบางวันก็มีวัยรุ่นและกลุ่มคนที่อาศัยไปมั่วสุมเสพยาเสพติดกัน

 

 

ทางด้านนายสุขสันต์ แสงจันทร์ หลานชาย นางรัตน์ หนุนทรัพย์ ผู้ตายกล่าวว่า ตนเองพึงกลับจากทำงาน พอรู้ว่าไฟไหม้ก็รีบวิ่งมาดูพบว่าไฟได้ลุกลามไปที่ห้องของแม่ที่ชั้น3และห้องของป้าที่ชั้น4 ตนจึงพยายามที่จะวิ่งขึ้นไปชั้นบน เพื่อช่วยเหลือป้าแต่กลับโดนเหล็กดัดหล่นใส่ได้รับบาดเจ็บ ประกอบกับทางด้านเจ้าหน้าที่ไม่ให้ขึ้นไปเนื่องจากเกรงจะเกิดอันตราย ทั้งนี้ป้าตนอาศัยอยู่ที่นี่กับลูกชายมานานแล้ว ซึ่งป้าอายุมาก และตาเป็นต้อทำให้มองไม่ค่อยเห็น ส่วนแม่ตนปกติอยู่ชั้น3โชคดีที่แม่กลับบ้านที่ต่างจังหวัดไปก่อนหน้านี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้กันพื้นที่ไม่ให้บุคคลภายนอกเข้า และประสานแพทย์นิติเวช และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลังฐานเข้าตรวจพื้นที่ และหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ต่อไป

 

 

ล่าสุด ที่การหาสาเหตุเพลิงไหม้  พันตำรวจเอกภากร สมุทรคีรี รองผู้กำกับสอบสวน สน.สำราญราษฏร์ ยืนยันไม่ใช่การลอบวางเพลิงตามกระแสข่าว เพราะการสอบสวนยังไม่พบเหตุจูงใจ ประกอบกับการสอบปากคำ นายยงยุทธ อู๋เจริญจันทร์ศิริ เจ้าของบ้าน ระบุว่า ซื้ออาคารดังกล่าวมากั้นห้อง แบ่งเช่า นานกว่า 35 ปี แต่อุปกรณ์ไฟฟ้าไม่เคยเปลี่ยนจึงอาจชำรุดจนเป็นสาเหตุเพลิงไหม้ อีกทั้งผู้เช่า ทั้ง 9 คน ก็รู้จักกันเป็นอย่างดี 

ทั้งนี้ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาสาเหตุ ร่วมกับหน่วยงานอื่น พร้อมตรวจสอบเรื่องใบอนุญาต การติดตามตัวญาติของผู้ตาย และประสานสำนักการโยธา กทม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 15 วัน 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์