แม่เล่าประสบการณ์ ลูกสาววัย 7 ขวบ โดนเพื่อนแกล้ง

แม่เล่าประสบการณ์ ลูกสาววัย 7 ขวบ โดนเพื่อนแกล้ง

Publish 2019-05-15 16:37:12



กลายเป็นเรื่องราวที่มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อคุณแม่รายหนึ่ง เล่าประสบการณ์ลูกวัย 7 ขวบ ถูกเพื่อนที่โรงเรียนแกล้ง ให้กินน้ำร้อน จนลวกปากพอง ซ้ำยังโดนแกล้งแบบอื่นๆ มาหลายครั้ง ต้องขอระบายผ่านทางเฟซบุ๊ก 



โดยในเฟซบุ๊ก Annie Rossarin Sawasdiraksa ได้โพสต์เรื่องราวที่เกิดขึ้น ระบุว่า "ตั้งสติอยู่นานค่ะ กว่าจะมาเขียนเรื่องนี้ ที่ต้องตั้งสติเพราะอยากให้แน่ใจตัวเองว่าข้อความทั้งหมดที่เกิดขึ้นต่อไปนี้ไม่มีอารมณ์โกรธเข้ามาเกี่ยวข้องและไม่ได้จะทำให้ใครเสียงชื่อเสียง แต่เราต้องการหาทางออกและปรึกษาเพื่อหาแนวทางว่าเราจะทำยังไงต่อไป
 



เมื่อวาน 13/5/19 ลูกสาวกลับมาจากโรงเรียนเล่าให้ฟังว่าโดนเพื่อน (เด็กผู้หญิง) แกล้งโดยแอบเอากระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิของลูกใส่น้ำร้อนแล้วเอามาให้กิน ลูกนึกว่าเพื่อนใจดีเลยกินเข้าไปสรุปปากพอง ลิ้นพอง ครูต้องพาไปห้องพยาบาล วันนี้ลิ้นก็ยังพองอยู่ตามภาพ เราสอบถามลูกหลายอย่าง โดยให้เล่าเหตุการณ์โดยละเอียดตามลำดับ และถามย้ำหลายครั้งว่า “ไปแกล้งเค้าก่อนรึป่าว”

 

ลูกยืนยันว่าไม่ได้แกล้ง ถูกแม่ถามหลายรอบจนลูกเริ่มร้องไห้แล้วบอกว่าหนูไม่ได้แกล้งจริงๆ คือถึงจุดนี้เราเชื่อลูก แต่ก็มาช็อกอีกรอบกับการทำโทษของครูประจำชั้นที่ทำโทษโดยให้เพื่อนที่แกล้งมิลลี่ไปยืนนอกห้องเป็นเวลา 10 นาที! เดี๋ยวนะคะ! ลูกเราโดนน้ำร้อนๆลวกปาก (ใครอยากรู้ว่าร้อนแค่ไหนมันคือแท้งค์ที่มีหัวกดน้ำร้อนน้ำเย็นอะค่ะ) ทำไมการทำโทษของครูมันดูเล็กน้อย ไม่ต้องพูดถึงว่าสมเหตุสมผลกับการกระทำเด็กรึป่าวเลย เอาแค่ว่าครูคิดว่าเด็กจะหลาบจำมั้ยคะ 

 


อยากจะทำร้ายใครยังไงก็ได้ แค่ไปยืนนอกห้อง 10 นาที แล้วเด็กก็ไม่ได้เรียนรู้อะไรจากการทำผิดครั้งนี้จริงๆด้วย คลาสต่อไปหลังโดนทำโทษ เด็กคนเดิมยังเดินมาหามิลลี่แล้วทำสัญลักษณ์ I’ll be watching you (ตามภาพประกอบ) ใส่มิลลี่อีก ประมาณว่ามิลลี่ทำให้เค้าโดนทำโทษเดี๋ยวจะมาเอาคืน

 

 

 

เราเลยติดต่อแม่ของเด็กเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง ทีช็อกกว่าเดิมคือครูไม่ทำ Class report ไปหาผู้ปกครองเลยว่าลูกตัวเองทำอะไรวันนี้ แสดงว่าครูคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่? แค่ทำโทษแล้วจบ? คุณแม่ของน้องมีการสอบถามไปยังลูกตัวเองเนื่องจากลูกไปเล่าให้ฟังแค่ว่าวันนี้มิลลี่โดนน้ำร้อนลวกปาก (แต่ไม่ได้บอกว่าตัวเองทำ) พอโดนแม่ซักไซร้เลยบอกแม่ว่ามิลลี่มาแกล้งเค้า โดยเอาของใส่รองเท้าเค้า แล้วพอเค้าใส่รองเท้ามันทำให้เท้าเค้าเปียก เราเลยคาดคั้นมิลลี่อีกรอบว่าทำรึป่าว ลูกก็บอกไม่ได้ทำ แถมวันศุกร์มิลลี่เรียนแค่ครึ่งวันแม่ก็ไปรับไปธุระต่อ แต่ถึงทำจริงๆ ก็ยังงงว่า 

 


1. วันนี้ (วันที่น้ำร้อนลวกปาก) วันอังคารแล้วลูกมันผ่านมาหลายวันแล้วทำไมยังเก็บความแค้นต้องมาแก้แค้นด้วยเหรอ แล้วเมื่อวานมาเรียนทำไมไม่แกล้ง มันไม่ make sense 

 

2. ถ้าเพื่อนทำเท้าหนูเปียก หนูต้องเอาน้ำร้อนมาลวกเพื่อนเลยเหรอ ที่บ้านหนูให้ดูละครหลังข่าวมากไปมั้ยลูก 7 ขวบเองนะ วางแผนแก้แค้นเหมือนนางอิจฉาในละครเลย สรุปคือคำตอบไม่ make sense ค่ะ มันเป็นอะไรที่ไม่สมควร มันไม่ใช่ bully ธรรมดาแล้ว มันเข้าข่าย life danger คือมีอันตรายต่อชีวิตแล้ว ถ้ามิลลี่เกิดหิวน้ำแล้วซดเข้าไปเฮือกใหญ่ๆ นี่ไม่ลวกคอลวกหน้ากว่านี้เหรอคะ

 

อยากจะบอกว่าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มิลลี่โดนเพื่อนคนนี้แกล้ง เคยทั้งโดนตบ โดนชก โดนกระบอกน้ำหล็กฟาดหัว โดนเอาตีนถีบหน้าขณะที่ลูกเราก้มลงผูกเขือกรองเท้าอยู่ จนหน้าไปกระแทกกระถางต้นไม้จนฟันโยก แม่ร้องเรียนไปที่โรงเรียนและได้คำตอบว่าจะทำการสอบสวนแล้วติดต่อกลับแต่ก็ไม่เคยได้รับการติดต่อกลับเลย ถามว่าเราควรทนต่อไปเหรอคะ

 

โรงเรียนไม่มีมาตรการจัดการกับเรื่อง school bully ซึ่งเป็นปัญหาที่โรงเรียนทั่วโลกเค้า aware กัน เราส่งลูกไปเรียนนะคะไม่ได้ส่งลูกไปโดนซ้อม พ่อแม่ยอมเสียเงินค่าเทอมนานาชาติปีนึงเป็นแสนๆ ไม่ใช่แค่การศึษาลูกนะคะ แต่อยากให้ลูกอยู่ในสังคมที่ดีสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย ไม่ใช่ต้องหวาดกลัวอันตรายที่ลูกจะต้องเจอทุกวันแบบนี้

 

ความคาใจของคนเป็นแม่ยังมีอยู่มากที่ต้องการเคลียร์

 

1. โรงเรียนจะจบการทำโทษแค่นี้โดยไม่แจ้ง ผปค.หรือไม่มีการเรียก ผปค. มาคุยกันเลยเหรอ ก่อนหน้านี้เราให้เกียรติรร.ไม่ก้าวก่ายแต่ รร.ก็ไม่เคยแก้ปัญหาได้เลย

 

2. ทำไมถึงปล่อยให้เด็กเข้าถึงน้ำร้อนได้ง่ายขนาดนี้ มันอันตรายมาก ผู้ใหญ่ยังมีเผลอกดผิดเลย

 

3. ถ้า รร. เพิกเฉยขนาดนี้ เราในฐานะพ่อแม่สามารถทำอะไรได้บ้าง สามารถแจ้งกระทรวงศึกษาธิการได้มั้ย

 

4. การย้าย รร. เป็น choice สุดท้ายของเรานะคะ เราไม่คิดว่าลูกจะเข้าใจ เหมือนตัวเองโดนทำโทษซ้ำมากกว่า ต้องหาเพื่อนใหม่ต้องมานั่งปรับตัวใหม่

 

5. พยายามคุยกับลูกว่าย้ายห้องมั้ยแต่ลูกไม่ยอมเราควรทำยังไงต่อ

 

6. มีเพจไหนมีเราสามารถแท็กหรือปรึกษาปัญหานี้ได้มั้ยคะ ขออนุญาตแท็ก เข็นเด็กขึ้นภูเขา เลี้ยงลูกนอกบ้าน เลี้ยงลูกตามใจหมอ นะคะ เท่าที่คิดได้ตอนนี้ค่ะ

 

ขอบคุณทุกคนนะคะ ตอนนี้อยากฟังความคิดเห็นของทุกคนจริงๆค่ะ หัวอกแม่น้ำตาตกในมาก "

 

อย่างไรก็ตามในโลกโซเชียล ได้มีชาวเน็ตเข้ามาให้กำลังใจคุณแม่เป็นจำนวนมาก และให้ติดต่อร้องเรียนไปทางโรงเรียน หรือไม่ก็แจ้งความ พร้อมทั้งแสดงความเห็นว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เด็กเพียง 7 ขวบ กล้าที่แกล้งเพื่อนได้ขนาดนี้ เป็นปัญหาใหญ่ที่พ่อแม่ ไม่ควรนิ่งนอนใจ 

 

 

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก :  Annie Rossarin Sawasdiraksa


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์