สามีน้องนุ่นร้องไห้โฮ ไม่ยกโทษให้พ่อเลี้ยง

สามีน้องนุ่นร้องไห้โฮ ไม่ยกโทษให้พ่อเลี้ยง

Publish 2019-04-14 14:24:11

จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 11 เม.ย.62 เวลา 13.00 น. ที่ผ่านมา นาย ภูมิใจ เหลืองทอง อายุ54 ปี ชาว อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา  อาชีพขับวินรถจักรยานยนต์  บุกฆ่านางสาวนันท์ชยา จันทะโมคา อายุ 29 ปี ซึ่งกำลังท้องได้ 7 เดือน ซึ่งคนร้ายมีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยง หลังจากก่อเหตุนาย ภูมิใจ เหลืองทอง ได้หลบหนีไป 
 

ต่อมาแม่ค้าร้านอาหารตามสั่งที่อยู่บริเวณหน้าป่าละเมาะที่อยู่ติดกับอู่รถเมย์สาย122 ได้พบชายสูงอายุนอนดิ้นทุรนทุรายน้ำลายฟูมปากอยู่ในป่าละเมาะ จึงทำการแจ้งตำรวจ 191 จากนั้นได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสามูลนิธิร่วมกตัญญูและสยามรวมใจ ได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ พบผู้ที่นอนน้ำลายฟูมปากอยู่นั้น หน้าตาคล้ายกับนาย ภูมิใจ เหลืองทอง ฆาตกรโหดฆ่าลูกเลี้ยงตั้งท้อง 7 เดือน จึงควบคุมตัวและนำส่งโรงพยาบาลนพรัตน์เพื่อล้างท้องโดยเร่งด่วน  จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุในป่าละเมาะ เบื้องต้นพบซองยาเบื่อหนูตกอยู่ 2 ซอง ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาล พบว่าพ่อเลี้ยงอาการปลอดภัย ทางจึงได้อายัดตัวไว้ดำเนินคดีแล้ว 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

พ่อเลี้ยงทำบาปลูกสาวตั้งครรภ์ 7 เดือน ค้อนทุบหัวจนสิ้นใจ

ด่วน!! เจอตัวแล้วพ่อเลี้ยงโหด กินยาฆ่าแมลงหนีผิด



ขณะที่วานนี้ ( 13 เม.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนาย ภูมิใจ เหลืองทอง ผู้ต้องหาฆ่านางสาวนันท์ชยา จันทะโมคา อายุ 29 ปีที่กำลังท้องได้ 7 เดือน ที่กินยาเบื่อหนูฆ่าตัวตายหวังหนีความผิดออกจากโรงพยาบาลนพรัตน์ มาสอบสวนต่อที่สถานีตำรวจนครบาลคันนายาวแล้ว ทั้งนี้พบปริมาณอย่าเบื่อหนูในกระเพาะอาหารเพียงเล็กน้อย 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : อัพเดทอาการล่าสุด ไอ้ใจ พ่อเลี้ยงใช้ค้อนทุบสาวท้อง 7 เดือน

 

อ่านข่าว : ไม่รอดประหาร!! ผลตรวจพ่อเลี้ยง ทุบสาวท้อง 7 เดือนเสียชีวิต มันแสร้งกินยาเบื่อตบตาสำนึกผิด
 

 

ทั้งนี้นายภูมิใจ ได้เปิดเผยว่า  ตนเองได้อาศัยอยู่บ้านดังกล่าวกัน 4 คน มีตนเองและภรรยาพร้อมตัวลูกติดภรรยาและสามีของลูกติดภรรยา  และเมื่อวันที่10 เมษา 2562 เวลา ช่วงเย็นตนเองได้ทะเลาะกับแม่ของผู้เสียชีวิตจนแม่ของผู้เสียชีวิตได้เก็บข้าวของหนีไปอยู่ต่างจังหวัด ตนเองพยายามโทรง้อหลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ เลยได้ขู่แม่ของผู้เสียชีวิตว่า” ถ้ามึ*ไม่กลับมาข้าจะฆ่าลูกสาวมึ*” 

 

เมื่อช่วงเช้า (14 เม.ย.) ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายภูมิใจเข้าห้องขังที่สน.คันนายาว ท่ามกลางเพื่อนพ้องของผู้เสียชีวิตที่เดินทางมาดู พร้อมทั้งตะโกนด่าสาปแช่ง พร้อมบอกด้วยว่า จิตใจทำด้วยอะไร ข้าวก็เคยมากินที่บ้าน น้องนุ่นก็ดูแล ข้าวของก็ใช้ของเขา ทำไมถึงฆ่าเขา อีกทั้งยังด่าด้วยถ้อยคำแรงสารพัด โดยนายภูมิใจมีสีหน้านิ่งเฉย 

 


อ่านข่าว : แฟนหนุ่ม "ญาติน้องนุ่น" ตะโกนสาปแช่งลั่นโรงพัก ทันทีเจอหน้า "ไอ้ใจ" พ่อเลี้ยงโหด (คลิป)
 


ล่าสุดทางด้านนายธนวัตร แก้วคำสอน สามีของผู้เสียชีวิต และนายณัชพล สุวชัย อายุ 26 ปี น้องชายของผู้ตาย กลุ่มญาติของผู้เสียชีวิต เพื่อนของผู้เสียชีวิตเริ่มทยอยเดินทางมาที่โรงพักเพื่อมาดูการจำลองเหตุการณ์ เป็นจำนวนมาก โดยทั้งหมดอยากจะมาถามผู้ต้องหาว่าฆ่าน้องนุ่นทำไม จน พ.ต.อ.สิงห์ ได้จัดกำลังดูแลความเรียบร้อย ในบริเวณสน.คันนายาว เพื่อกั้นความวุ่นวาย

 

 

 

โดยนายธนวัตร แก้วคำสอน สามีผู้เสียชีวิต ได้เดินขึ้นไปที่ห้องควบคุม เพื่อพูดคุยกับผู้ต้องหา และได้พูดคุยกับนายใจผ่านลูกกรง โดยนายธนวัตรถาม นายใจ ว่า ฆ่าน้องทำไม ก่อนที่นายใจผู้ต้องหาจะยกมือขอโทษ ขณะนั้นนายธนวัตร ได้ตะโกนว่า นายใจ และชกไปที่ลูกกรง และพูดว่า สีหน้าไม่สำนึกผิดเลยสักนิด ซึ่งนายภูมิใจ ได้กล่าวแต่เพียงสั้นๆว่า ไม่ได้ตั้งใจ

 

จากนั้นสามีผู้ตายได้เปิดใจทั้งน้ำตาว่า ว่าตนเองจะไม่ให้อภัยนายใจ พร้อมอยากขอให้เจ้าหน้าที่ลงโทษให้ถึงประหาร เพราะชีวิตนายใจไม่มีค่าอะไร  จนเจ้าหน้าที่เกรงว่าจะเกิดเหตุบานปลายขึ้นจึงได้สั่งยุติการจำลองเหตุการณ์ในครั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้ต้องหา

 

 

อย่างไรก็ตามทางด้านพ.ต.อ สิงห์ ได้เปิดเผยว่า การจำลองเหตุการณ์ในวันนี้เป็นไปตามความสมัครใจของผู้ต้องหาในการยินยอมในการนำชี้ให้บันทึกการกระทำที่ได้ทำผิด โดยเราได้ตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (5) ต้องระวางโทษประหารชีวิต เพราะพบพฤติกรรมของผู้ต้องหาจากการตรวจพิสูจน์หลักฐานพบมีร่องรอยการทำร้ายบริเวณท้อง ลำตัว และศีรษะ กับหญิงที่ไม่สามารถต่อสู้ได้ แต่ต้องยุติลง และคงจะทำหลังจากที่ญาติของผู้เสียชีวิตกลับไป เพราะไม่อย่างนั้นจะเกิดความวุ่นวายและในวันพรุ่งนี้จะนำตัวไปฝากขังที่ศาลมีนบุรี

 

 

ซึ่งคดีนี้ตนอยากให้ทางญาติสบายใจว่าเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามพยานหลักฐาน ตามขั้นตอนกฎหมายทุกประการ ส่วนที่ผู้ต้องหารับสารภาพเเล้วจะเป็นเหตุลดโทษทำให้ไม่โดนโทษสถานหนักหรือไม่ ศาลจะเป็นผู้ใช้ดุลพินิจพิจารณาเอง ซึ่งตามกฎหมายเเล้วหากผู้ต้องหาจำนนต่อพยานหลักฐานก็เป็นดุลพินิจที่ศาลจะไม่ลดโทษให้ก็ได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ญาติน้องนุ่นสาปแช่งพ่อเลี้ยง



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์