ทะเลาะกันถึงขึ้นต่อยปาก!! "หลวงสรศักดิ์ชกปากพระยาวิชชเยนทร์" มูลเหตุเพราะจาบจ้วงศาสนา ความขัดแย้งที่นำไปสู่ความตายของเจ้าพระยาวิชชเยนทร์!!

Publish 2018-03-21 10:50:01

(หลวงสรศักดิ์)

 

           จากกรณีที่ละครบุพเพสันนิวาส ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้มีการกล่าวถึงตัวละครสำคัญที่มีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์ นั่นก็คือ หลวงสรศักดิ์ (ต่อมาคือพระเจ้าเสือ) และหลวงสุรสาคร (เจ้าพระยาวิชชเยนทร์) ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์เป็นอย่างมาก แต่มีเรื่องที่น้อยคนจะรู้ เพราะไม่ได้มีปรากฏในเอกสารทางประวัติศาสตร์ นั่นก็คือ กรณีที่หลวงสรศักดิ์และเจ้าพระยาวิชชเยนทร์ เกิดทะเลาะวิวาทกัน 

 

(หลวงสุรสาคร)



 

                ผู้ใช้เฟสบุ๊ค โกศล อนุสิม ได้โพสต์เรื่องราวซุบซิบในประวัติศาสตร์ ในเรื่องของหลวงสรศักดิ์และเจ้าพระยาวิชชเยนทร์ ในเรื่องของการทะเลาะวิวาท ซึ่งหลวงสรศักดิ์และเจ้าพระยาวิชชเยนทร์นี้ ท่านไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่ โดยระบุข้อความว่า

ประวัติศาสตร์ซุบซิบ: ตอน หลวงสรศักดิ์ชกปากพระยาวิชชเยนทร์

 


            ในบรรดาเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่ผมสนใจนั้น กรณีการทะเลาะวิวาทกันของหลวงสรศักดิ์ (ต่อมาคือพระเจ้าเสือหรือ สมเด็จพระสรรเพชร์ หรือพระเจ้าเสือสรรเพชร์) กับ เจ้าพระยาวิชชเยนทร์ (คอนสแตน ติน ฟอลคอล) เป็นเหตุการณ์หนึ่งที่ผมสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะคิดว่ามีเบื้องลึกเบื้องหลังมากกว่าที่ปรากฎให้รับรู้ในเอกสารทางประวัติศาสตร์แน่ๆ แต่จะเรื่องอะไรนั้นไม่ทราบ ได้แต่เดาไปต่างๆนานา

            ผมได้คุยกับเพื่อนผู้รู้ประวัติศาสตร์บางคน เขาบอกว่า เรื่องนี้ไม่มีเอกสารชั้นต้น (ต้นระดับใดผมก็ไม่ทราบ) ชี้ชัดลงไปแน่ชัดว่า เกิดเหตุการณ์นี้จริงหรือไม่ ผมเองก็สงสัยอยู่ อาจเป็นเรื่องซุบซิบกันแล้วผู้บันทึกเหตการณ์จับมาบันทึกไว้หรือไม่ รวมถึงบทบาทของสตรีชั้นสูงที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้คือเจ้าแม่วัดดุสิต ผู้เป็นพระแม่นมของสมเด็จพระนารายณ์ มารดาของพระยาโกษาธิบดี (ปาน) ราชทูตไทยที่เดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรีกับพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ซึ่งมีอิทธิพลอย่างสูง ก็ไม่ปรากฏที่มาอย่างแน่ชัด นอกจากเป็นพระแม่นมของพระนารายณ์ กับเป็นมารดาของพระยาโกษาธิบดี (เหล็ก) พี่ชาย และพระยาโกษาธิบดี (ปาน) น้องชาย แล้ว ไม่ปรากฏว่ามีเชื้อสายจากทางใด และสามีคือพ่อของท่านเหล็กและท่านปาน ก็ไม่ปรากฎชัดว่าเป็นคนระดับใด แต่กลับปรากฎว่า เจ้าแม่วัดดุสิตมีอิทธิพลอย่างสูง ถึงขนาดหลวงสรศักดิ์เมื่อชกปากเจ้าพระยาวิชชเยนทร์สมใจอยากแล้วก็เผ่นไปหาเจ้าแม่ดุสิต ขอให้พามาขอพระราชทานอภัยโทษจากสมเด็จพระนารายณ์จนรอดตัวไปในคราวนั้น
 

 

 

            การเขม่นกันของสองคนนี้ เท่าที่ได้อ่านมาอนุมานได้ว่า เกิดจากการแข่งกันชิงดีชิงเด่น จนเกิดความบาดหมาง น้ำหนักการเป็นผู้ร้ายออกจะตกไปที่หลวงสรศักดิ์มากอยู่ ในแง่ที่ว่าริษยาความเจริญก้าวหน้าและความเก่งกาจฉลาดล้ำของเจ้าพระยาวิชเยนทร์จนเป็นที่โปรดปราน ในหนังสือ "พระราชพงศาวดารเรื่อง "วีระกษัตริย์ไทย" ของ ศรีสง่า อาษากิจ พิมพ์เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๔ กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ว่า

"..พระเพทราชากับหลวงสรศักดิ์ทั้ง ๒ คนนี้เป็นผู้เกลียดชังของเจ้าพระยาวิชชเยนทร์อย่างยิ่ง และเป็นเหตุให้ข้าราชการทั้งปวงที่พากันเกลียดชังเจ้าพระยาวิชชเยนทร์พากันมาเป็นพรรคพวกของพระเพทราชาและหลวงสรศักดิ์.."

(หน้า ๙๙) นี่จึงนับว่ามีคนเขม่นเหม็นขี้หน้าเจ้าพระยาวิชชเยนทร์ไม่น้อยเลยจริงๆ
 

 

 

              เหตุที่หลวงสรศักดิ์ชกปากเจ้าพระยาวิชชเยนทร์นั้น หนังสือเล่มนี้ได้กล่าวว่า เนื่องมาจากเจ้าพระยาวิชชเยนทร์ซึ่งมีอำนาจมาก พยายามเผยแผ่ศาสนาของตนไปด้วย ถึงขนาดกราบทูลพระเจ้าแผ่นดินให้ทรงเปลี่ยนศาสนามาแล้วแต่พระองค์ได้ทรงปฏิเสธ มาครั้งนี้ได้สั่งให้พระภิกษุสามเณรละจากสมณเพศ หลวงสรศักดิ์เห็นว่าเป็นการหมิ่นพระพุทธศาสนา เมื่อสบโอกาสจึงต่อยหน้าพระยาวิชชเยนทร์แล้วรีบไปเล่าเรื่องราวให้เจ้าแม่วัดดุสิตฟังแล้วขอให้พามาขอพระราชทานอภัยโทษให้ ฝ่ายเจ้าพระยาวิชชเยนทร์ก็เข้าเฝ้าสมเด็จพระนารายณ์ ฟ้องว่าหลวงสรศักดิ์ต่อยเอา เมื่อเจ้าแม่วัดดุสิตพาหลวงสรศักดิ์เข้าเฝ้าพร้อมขอพระราชทานอภัยโทษ พระองค์ก็ทรงพระราชทานตามคำขอด้วยความเคารพเจ้าแม่วัดดุสิต โดยพระราชทานรางวัลแก่เจ้าพระยาวิชชเยนทร์เป็นการปลอบขวัญ เหตุการณ์ก็เป็นดังนี้ จึงชวนให้สงสัยว่า 

๑. เจ้าแม่วัดดุสิตเป็นใครกันแน่จึงมีอิทธิพลถึงขนาดพระเจ้าแผ่นดินต้องเกรงพระทัยและให้ความเคารพถึงเพียงนี้

๒.เหตุที่ทำให้หลวงสรศักดิ์ชกปากเจ้าพระยาวิชเยนทร์ซึ่งเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และเป็นที่โปรดปรานมีเพียงเท่านี้จริงหรือ

           ผู้ที่รู้คำตอบจริงๆคงมีเพียงผู้เดียว คือหลวงสรศักดิ์หรือต่อมาคือพระเจ้าเสือ แม้แต่เจ้าพระยาวิชชเยนทร์ก็อาจไม่รู้จริงๆว่าตัวเองถูกชกเพราะเรื่องอะไร หรือเรื่องนี้อาจไม่ได้เกิดขึ้นจริงๆเหมือนที่เพื่อนผมสันนิษฐานก็ได้ อาจเป็นเพียงเรื่องซุบซิบกันเท่านั้นเอง

            ผมเคยไปกรุงเก่า ได้คุยกับเจ้าหน้าที่ประจำสถานที่ประวัติศาสตร์ ผมลองถามเขาว่า พระเจ้าเสือชกเจ้าพระยาวิชชเยนทร์ตรงจุดไหน เข้าชี้จุดให้ดูว่าตรงนี้ ชกเสร็จแล้วก็วิ่งไปทางนี้ แล้วไปตรงโน้น...ราวกับอยู่ในเหตการณ์เลยทีเดียว แล้วเขาก็เล่าเรื่องอะไรต่อมิอะไรให้ฟังอย่างสนุกสนาน

            ผมชอบเหตการณ์นี้จริงๆ สนุก ชวนสงสัย ผมเจอใครที่รู้เรื่องประวัติศาสตร์ ผมจะถามความเห็นเกี่ยวกับเหตการณ์นี้เสมอ แม้รู้ว่าไม่มีคำตอบที่แท้จริง แต่ก็ถามเพราะชอบฟัง น่าเขียนเป็นนิยาย ขยายพงศาวดาร ๑ หน้าให้เป็น ๑๐๐ เล่มเกวียนเสียจริงๆ.

 


             หลังจากที่พระเพทราชา เมื่อกุมอำนาจการสำเร็จราชการแผ่นดินแล้ว ก็จับกุมเจ้าพระยาวิชเยนทร์และผู้ติดตามรวมถึงราชนิกุลองค์ต่าง ๆ และนำไปประหารชีวิตในวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2231 ในวัยเพียง 40 ปี เมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงทราบถึงเหตุดังกล่าว พระองค์ทรงกริ้วมาก แต่ไม่มีพระวรกายแข็งแรงเพียงพอที่จะทำการใดๆ และเสด็จสวรรคตในอีกไม่กี่วันต่อมา บรรดาขุนนางได้อัญเชิญ พระเพทราชา ขึ้นครองราชย์โดยการปราบดาภิเษก และปกครองโดยมีนโยบายต่อต้านชาวต่างชาติ ส่งผลให้เกิดการขับไล่ชาวต่างชาติแทบทั้งหมดออกจากราชอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา การตีความกันไปต่าง ๆ นานาถึงเหตุจูงใจที่ทำให้สมเด็จพระเพทราชาสั่งจับกุมและประหารชีวิตเจ้าพระยาวิชเยนทร์เป็นผลให้จุดยืนของกรีกในประวัติศาสตร์ไทยเป็นเรื่องที่ยังหาข้อสรุปมิได้ นักประวัติศาสตร์ที่เห็นด้วยกับการกระทำของพระองค์มองเจ้าพระยาวิชเยนทร์ว่าเป็นชาวต่างชาติที่ฉวยโอกาสมาใช้อิทธิพลเข้าควบคุมราชอาณาจักรในนามของผลประโยชน์จากชาติตะวันตก แต่นักประวัติศาสตร์อีกกลุ่มหนึ่งมองว่าเจ้าพระยาวิชเยนทร์เป็นแพะรับบาป เป็นช่องว่างให้สมเด็จพระเพทราชาสามารถเข้ายึดอำนาจจากองค์รัชทายาทได้โดยนำเอาความริษยาและความระแวงที่มีต่อเจ้าพระยาวิชเยนทร์มาเป็นมูลเหตุสนับสนุน

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook โกศล อนุสิม

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ