ทรงพระปรีชายิ่ง !! เคล็ดลับที่อ่านแล้วจะทึ่ง !! เหตุที่ ในหลวง ร.๙ ทรงเอาชนะการแข่งเรือใบระดับชาติมากมาย !! พระองค์ทรงมองทุกอย่างได้ล้ำลึก

Publish 2017-09-04 10:49:55

อย่างที่เราทราบกันว่าหนึ่งในกีฬาที่ในหลวง ร.๙ ทรงสนพระทัยเป็นพิเศษ คือ กีฬาเรือใบ ซึ่งเรื่องของเรือใบกับในหลวงนี้ก็ไม่พลาดที่จะมีเรื่องเล่าที่ให้ข้อคิดดีๆ แก่เรา

หลังจากที่ในหลวงทอดพระเนตรเห็นเรือใบที่ ม.จ.ภีศเดช รัชนี ทรงต่อขึ้นมาเองตอนปี พ.ศ. ๒๔๙๗ หลายปีต่อมาก็รับสั่งกับท่านภีว่าอยากจะทรงหัดเล่นเรือใบซึ่งทรงตั้งใจจะต่อเอง เพราะทรงมีความรู้เรื่องช่างไม้มาบ้าง จึงอยากให้ท่านภีมาทรงช่วยสอน เรือลำแรกที่ทรงต่อขนาดยาว ๑๓.๓ ฟุต สำหรับ ๒ คนเล่น เวลาลมแรง คนเล่นต้องนั่งอยู่บนกราบแล้วเอนตัวออกขนานกับพื้นน้ำเพื่อถ่วงไม่ให้เรือเอียง โดยในหลวงทรงใช้หลักการต่อเรือแบบสไตล์ส่วนพระองค์ที่เรียกว่า ‘โป้ง’ คือใช้ค้อนตอกโป้งเดียวเสร็จ จนในที่สุดก็สำเร็จเป็นเรือลำแรกที่เรียกว่า ‘ราชปะแตนท์’



ในหลวงทรงเอาชนะนักเล่นเรือใบได้มากมาย เพราะทรงมีเคล็ดลับที่เคยอธิบายกับ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ว่าพระองค์ไม่เคยเล่นเรือใบแบบตรงๆ ต้องเล่นตามทางลม บางครั้งอาจจะต้องเลี้ยวบ้าง แต่ต้องนำเรือให้อยู่ในกระแสลมตลอดเวลา โดยต้องสังเกตว่าเมื่อมีก้อนเมฆและมีแสงอาทิตย์ส่องมาจะมีปล่องลำแสงอาทิตย์มากระทบกับผืนทะเล ทรงสังเกตเห็นว่าลมจะพัดเข้าสู่ตรงนั้น เพราะตรงนั้นเกิดความร้อนขึ้น เมื่อเกิดความร้อน อากาศบริเวณนั้นก็จะลอยขึ้นไปข้างบน ส่วนอากาศที่อยู่รอบๆ ข้างก็จะไหลเข้าไปแทนที่ เมื่อพระองค์ท่านวางเรือไว้ตรงนั้น ลมพัดเข้าหาความร้อนก็จะนำเรือเคลื่อนไปได้ตลอดนั่นเอง 

ในหลวงทรงย้ำว่า ความจริงเรือใบเป็นศิลปะชั้นสูง ผู้เล่นต้องมีร่างกายแข็งแรงมากและต้องมีความว่องไว เพราะกระแสลมต่างๆ นั้นพลิกผันอยู่ตลอดเวลา มนุษย์กับธรรมชาติจึงต้องอยู่ในลักษณะที่สอดคล้องสัมพันธ์กันอย่างมาก เหตุที่ทรงนิยมเล่นเรือใบก็เพื่อเรียนรู้ธรรมชาติ สำหรับใช้เป็นประโยชน์ในการพัฒนาชาติบ้านเมืองนั่นเอง เรื่องนี้ทำให้เราย้อนกลับมาดูตัวเราว่าเวลาจะทำอะไรต้องดูทิศทางลมและไม่ฝืนธรรมชาติจึงจะสำเร็จ

ในหลวงทรงมีความสุขกับการทรงเรือใบอย่างมากทรงพัฒนาการต่อเรือใบรูปแบบใหม่ๆ เช่นตอนคืนส่งท้ายปีเก่าปีหนึ่งทรงต่อเรือเสร็จพอดีกับที่ทรงได้ยินเสียงพลุที่เขาดิน จึงพระราชทานชื่อเรือว่า ‘นวฤกษ์’ พร้อมกับรับสั่งกับท่านภีว่า “ปีใหม่คนอื่นๆ เขาไปฉลองกัน เสียเงินมาก แต่เราเสีย ๑๔๗ บาทเท่านั้น (ค่าไม้ และค่าเบียร์ฉลองปีใหม่) เราก็ยังอาจสนุกกว่าเขาอีก แล้วเป็นประโยชน์ด้วย” เรื่องนี้สะท้อนถึงความสุขสนุกสนานอันเรียบง่ายของในหลวงที่ไม่ต้องใช้เงินฟุ่มเฟือยเพื่อหามา ซึ่งเราสามารถมาปรับใช้กับชีวิตเราได้


เรืออีกประเภทที่คนรู้จักกันดีคือ เรือมด ซึ่งแผลงมาจากชื่อประเภทเรือ ม็อธ ทรงมีรับสั่งว่า “ที่ชื่อมดนั้นเพราะมันกัดเจ็บๆ คันๆ ดี" ภายหลังทรงพัฒนาแบบขึ้นมาใหม่กลายเป็น "ซุปเปอร์มด" และ "ไมโครมด" โดยทรงนำเรือมดไปจดลิขสิทธิ์ที่ประเทศอังกฤษเลยทีเดียว นับได้ว่าเรือใบนี้เป็นอีกครั้งที่งานอดิเรกของในหลวงให้ข้อคิดที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตของเรา

อ้างอิงข้อมูลจาก - เพจเฟสบุ๊ค สานต่อที่พ่อทำ , หนังสือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและโครงการหลวง โดย ม.จ.ภีศเดช รัชนี , หนังสือตามรอยพระยุคลบาท ครูแห่งแผ่นดิน โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน