คือพระปรีชาโดยแท้!! เมื่อพระสหายจากแดนไกลชักชวนให้ในหลวง ร.9 นับถือคริสต์ ... แต่พระองค์กลับแสดง "พระราชปฏิภาณ" จนทำให้ผู้ชวนหันมาสนใจพุทธ!!

Publish 2017-04-05 18:26:35

ครั้งหนึ่ง "กษัตริย์โบดวงแห่งเบลเยียม" ได้เสด็จฯ มาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยพระบรมราชินี  และระหว่างที่ประทับอยู่ในพระนครในฐานะเป็นราชอาคันตุกะนั้นก็ได้ทรงชักนำ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙" ให้เปลี่ยนศาสนาไปนับถือศาสนาคริสต์อย่างพระองค์อยู่หลายครั้ง

เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัสถามถึงเหตุผลที่ทรงชักชวน กษัตริย์โบดวงจึงกราบทูลว่า

"พระองค์ทรงมีความรักใคร่ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรามาก ไม่อยากจะพลัดพรากเหินห่างจากกันเลย  แต่จะเป็นเช่นนั้นได้ก็ต่อเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนับถือศาสนาคริสต์ด้วยกันเท่านั้น เพราะศาสนาคริสต์สอนว่า คริสต์ศาสนิกชนเมื่อสิ้นชีพแล้วจะได้ไปอยู่ใกล้ชิดกับพระผู้เป็นเจ้าชั่วนิรันดร"

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมิได้ปฏิเสธคำทูลโดยตรง แต่ทรงมีพระราชดำรัสตอบว่า

"พระพุทธศาสนาก็เชิดชูสัจจะ คือความจริง สอนให้ผู้นับถือเข้าถึงความจริง  และสัจจะคือความจริงนั้นย่อมมีสภาพเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  ผู้ปฏิบัติถูกทางแล้วย่อมจะเข้าถึงได้

ดังนั้น  ถ้าคำสอนแห่งศาสนาคริสต์เป็นสัจธรรมและพระผู้เป็นเจ้ามีจริง แม้พระองค์นับถือพระพุทธศาสนาก็คงจะเข้าถึงเป็นแน่  แม้ว่าจะมีผู้อื่นคั่นอยู่ระหว่างพระองค์กับพระผู้เป็นเจ้าก็คงจะมีคนเดียว คือองค์กษัตริย์ผู้ทรงชักชวนพระองค์เท่านั้น"

 




พระราชดำรัสนี้เป็นที่พอพระราชหฤทัยของพระราชอาคันตุกะมาก จนถึงสนพระราชหฤทัยที่จะทรงศึกษาคำสอนแห่งพระพุทธศาสนา  และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดหาหนังสือพระพุทธศาสนาภาษาอังกฤษส่งไปถวายในโอกาสต่อมา

การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราได้ทรงโต้ตอบกษัตริย์โบดวงในลักษณะดังกล่าวข้างต้นนั้นแสดงให้เห็นถึง "พระราชปฏิภาณเชิงขัน" ของพระองค์ได้อย่างแจ่มชัดที่สุด ทั้งยังแสดงว่า ทรงเข้าพระราชหฤทัยในศาสนาทั้งสองคือพุทธและคริสต์อย่างลึกซึ้งถ่องแท้

 

----------------------------------------------------------------


ที่มา : หนังสือ "พระราชอารมณ์ขัน" โดย วิลาศ มณีวัต

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ณัฐวุฒิ แจ๊ดสูงเนิน