หลวงปู่เพิ่มเล่าประสบการณ์ เห็นหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว ใช้สมาธิเรียกฝนช่วยดับไฟไหม้สำเพ็ง

หลวงปู่เพิ่มเล่าประสบการณ์ เห็นหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว ใช้สมาธิเรียกฝนช่วยดับไฟไหม้สำเพ็ง

Publish 2016-09-01 13:55:49


          หลวงปู่เพิ่ม เคยเล่าผ่านศิษย์ผู้ใกล้ชิดฟัง เมื่อครั้งได้เป็นผู้รับใช้ใกล้ชิดหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว ว่าท่านมี อำนาจกระแสแห่งญาณสมาบัติแรงนักหนา ครั้งหนึ่งเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้สำเพ็งในกรุงเทพฯ หลวงปู่บุญใช้ให้หลวงปู่เพิ่มไปตักน้ำสักขัน หลวงปู่เพิ่มก็ไปตักน้ำดังคำที่หลวงปู่บอก แต่ไม่เข้าใจว่าจะตักน้ำเพื่ออะไรแต่ก็ไม่กล้าถาม เมื่อหลวงปู่เพิ่มส่งขันน้ำให้ หลวงปูบุญก็ลุกขึ้นตรงไปยังที่หน้าโต๊ะพระที่ท่านใช้สวดมนต์ประจำ นั่งหลับตาใช้สมาธิจิตอยู่สุกครู่ จากนั้นก็ใช้มือวิดน้ำในขัน วิดไปเรื่อยๆ จนน้ำในขันลดไปถึงก้นขัน ท่านจึงหยุดวิด พร้อมกับวางขันลง นั่งเข้าสมาธิหลับตานิ่งไปอีกครู่ใหญ่…

(หลวงปู่เพิ่ม อดีตเจ้าอาวาส วัดกลางบางแก้ว)




หลังจากละสมาธิหลวงปู่บุญก็ลุกจากโต๊ะพระ เดินกลับมานั่งที่เก่าพร้อมปรารภกับหลวงปู่เพิ่มว่า “ช่วยเขาหน่อย” แค่นั้นสั้นๆ สร้างคำถามขึ้นในใจหลวงปู่เพิ่ม เป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่กล้าถาม วันเวลาผ่านไป เมื่อมีพระจากวัดสุทัศน์ เดินทางมาฝึกฝนวิปัสสนากับหลวงปู่บุญ หลวงปู่เพิ่มได้ลืมเรื่อง หลวงปู่บุญวิดน้ำจากขันไปแล้ว แต่ได้รับจากการบอกเล่าจากพระวัดสุทัศน์ว่าเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้สำเพ็ง แต่โชคยังดีที่มีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้เสียหายไม่มากนัก

(หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว)

หลวงปู่เพิ่มเล่าต่อไปอีกว่าได้มานั่งทบทวนเหตุการณ์ต่างๆ วัน เวลา ทุกอย่างตรงกันหมดถึงกับอุทานในใจว่า บารมีหลวงปู่ยิ่งใหญ่มากจริงๆ คุ้มฟ้า คุ้มดินได้...



ปัจฉิมกาลของหลวงปู่บุญ “วัดกลางบางแก้ว” หลวงปู่บุญท่านช่วยสงเคราะห์ประชาชนที่เดือดร้อนด้วยเมตตาธรรม จึงทำให้ท่านมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย บางคนมาขอฤกษ์ บางคนมาให้ท่านทำนายเกณฑ์ชะตา บางคนมาให้ท่านช่วยสะเดาะเคราะห์ต่ออายุ มาให้ท่านรดน้ำพุทธมนต์ หรือมิฉะนั้นก็มาขอยาจินดามณีจากท่าน หลวงปู่บุญท่านให้การสงเคราะห์ผู้คนอย่างนี้ทุกวันไม่เคยขาด ทำให้วันหนึ่งๆ แทบจะไม่มีเวลาพักผ่อนเลยก็ว่าได้
      

(หลวงปู่บุญ)    

      ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๗๑ ที่หลวงปู่บุญได้รับพระกรุณาโปรดให้เป็นพระราชาคณะที่พระพุทธวิถีนายกนั้น ในขณะที่ท่านมีอายุถึง ๘๑ ปีแล้ว ท่านทำงานปกครองคณะสงฆ์ จังหวัดนครปฐมสมุทรสาครและสุพรรณบุรี ซึ่งท่านปกครองด้วยความเรียบร้อยทุกประการ แต่ระยะในหลังนี้หลวงปูบุญ ย่างเข้าสู่วัยชราภาพมากแล้ว สังขารก็ทรุดโทรมร่วงโรยลงไปตามกาลเวลาจะเดินทางไปไหนมาไหนแต่ละครั้งก็ไม่สะดวก
               หลวงปู่บุญท่านละสังขารอย่างสงบเมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๘ เวลา ๑๐.๔๕ นาที สิริรวมอายุได้ ๘๙ ปี พรรษาที่ ๖๗ ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ รวมแล้วหลวงปู่บุญมีอายุยืนยาวนานนับ ๖ แผ่นดิน




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ไญยิกา เนื่องจำนงค์

;