สุดเศร้า!! วิศวกร เล่านาทีดินถล่มทับร่าง 2 นักธรณีวิทยา ที่อุโมงค์ผันน้ำเขื่อนแม่งัด-แม่กวง ระหว่างกำลังปฏิบัติหน้าที่!!

สุดเศร้า!! "วิศวกร" เล่านาทีดินถล่มทับร่าง "2 นักธรณีวิทยา" ที่อุโมงค์ผันน้ำเขื่อนแม่งัด-แม่กวง ระหว่างกำลังปฏิบัติหน้าที่!!

Publish 2017-03-02 15:56:03

ความคืบหน้ากรณีอุโมงค์ผันน้ำเขื่อนแม่งัด-แม่กวง ถล่มทับ 2 นักธรณีวิทยาของบริษัท อิตาเลี่ยนไทย หนึ่งในผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการฯ สำหรับที่เกิดเหตุนั้นเป็นอุโมงค์เข้า-ออก หมายเลข 6 เป็นอุโมงค์สำหรับใช้ในการลำเลียงขี้หินจากอุโมงค์ส่งน้ำออกมาในระหว่างการก่อสร้างเป็นอุโมงค์เข้า-ออก ได้ 677 เมตรคิดเป็นร้อยละ 90 เหลือเพียงอีกไม่กี่เมตร ก็จะแล้วเสร็จ แต่จุดเกิดเหตุตรงบริเวณความลึก 639 เมตร ซึ่งเพิ่งระเบิดหินช่วงดังกล่าวเมื่อวานนี้ และอยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบโดยนักธรณีวิทยาและทำการใส่ค้ำยันและฉีดคอนกรีตแล้ว แต่กลับเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น
 





นายสมหมาย บัวคำ วิศวกร โครงการอิตาเลี่ยนไทย เล่าเหตุการณ์ว่า สาเหตุคือ ที่บริเวณอุโมงค์จุดเกิดเหตุนั้นช่วงประมาณ 2-3 เมตร จากการตรวจสอบพยว่ายังเป็นชั้นหินแข็งอยู่ ซึ่งทางผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ได้แจ้งว่าในจุดดังกล่าวยังมีความปลอดภัยดี จนกระทั่งตอนเกิดเหตุจากการตรวจสอบพบว่ามีน้ำอยู่บ้างแต่ไม่มาก แล้วกำลังลงความเห็นกันว่ายังคงมีความปลอดภัยอยู่แต่ภายหลังจากเกิดเหตุนั้นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงจากสิ่งที่เห็นในครั้งแรกคือมีน้ำจากใต้ดินชั้นบาดาลโผล่มาเป็นจำนวนมาก

 

 

แล้วเกิดดันหินที่อยู่บริเวณเหนือหัวของผู้เสียชีวิตที่กำลังสำรวจอยู่จนหล่นลงมาทับร่าง จึงเป็นเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงว่าจะมีโพรงน้ำบาดาลที่รุนแรงอยู่ในจุดดังกล่าวและขณะเดียวกันก็มีน้ำไหลออกมาเป็นจำนวนมาก และสาเหตุคือแนวรอยเลื่อนของหิน ที่มีน้ำไหลเข้ามาตามรอยเลื่อนมาดันแผ่นหินที่อยู่ข้างหลังจนกระทั่งเกิดถล่มลงมา 

 


ขณะเดียวกันการดำเนินการก่อสร้างไปครั้งละ 1-2 เมตรนั้นจะต้องผ่านการตรวจสอบจากทีมของผู้เสียชีวิต ในการที่จะตรวจสอบและลงความเห็นก่อนการก่อสร้าง โดยทีมสำรวจนั้นจะมี 4 คน ซึ่งจะผลัดกันไปสำรวจและวิเคราะห์ก่อนจะนำข้อมูลมาให้กับทางเจ้าหน้าที่ก่อสร้าง โดยก่อนหน้านี้ก็ตรวจพบว่ามีรอยน้ำไหลอยู่บ้าง เพียงแต่ไม่มากและที่ผ่านมาก็เป็นไปตามที่ทางผู้เสียชีวิตได้วิเคราะห์ให้ทุกครั้งว่าต่อไปลักษณะหินจะเป็นอย่างไร แต่ในครั้งนี้พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลันมากโดยชั้นหินที่ตรวจพบที่เกิดเหตุเป็นหินโคลน หินซิล หรือภาษานักทรณีวิทยาเรียกว่าหินซิลท์สโตน และ มัสสโตน ซึ่งก็คือหินดินดาน หรือหินตะกอน แต่เฉพาะหินก์ไม่เท่าไหร่ แต่น่าจะมาจากรอยเลื่อนที่ทำให้หินเหล่านี้มันขยับแล้วขาดออกจากกัน จึงทำให้มีน้ำไหลเข้ามาตามรอยเลื่อนเหล่านี้ 

 

 

 

ภาพ/ข่าว ปรเมษ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงใหม่  



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

รัตติยา เสสันเทียะ