รองโฆษกอัยการ แจงคดีโอ๊คฟอกเงินจบแล้ว มีผู้ทำหน้าที่แทนอสส.เซ็นคำสั่ง

รองโฆษกอัยการ แจงคดีโอ๊คฟอกเงินจบแล้ว มีผู้ทำหน้าที่แทนอสส.เซ็นคำสั่ง

Publish 2020-05-29 13:56:41


หลังจากมีความคลุมเครือในระดับสำคัญ  จากกระแสข่าวว่าสำนักอัยการสูงสุด   โดยรองอัยการสูงสุด  ปฏิบัติราชการแทน  นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์   อัยการสูงสุด   มีการลงนามคำสั่งชี้ขาดไม่ยื่นอุทธรณ์คดีความของนายพานทองแท้  ชินวัตร   หรือ โอ๊ค  ลูกชายนายทักษิณ ชินวัตร  ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน และสมคบคบกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5 , 9 , 60 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2558 มาตรา 10 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ,91  จากกรณีตรวจพบหลักฐานว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน   ทุจริตการปล่อยสินเชื่อธ.กรุงไทยฯ ให้ธุรกิจเครือกฤดามหานคร   หลังจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษายกฟ้อง     ท่ามกลางข้อสงสัยในพฤติการณ์ว่าทำไมต้องเป็นรองอัยการสูงสุด ลงนามสั่งคดีที่มีความสำคัญทางการเมืองดังกล่าว

 


(คลิกอ่านข่าวประกอบ :   สะพัด โอ๊ค รอดคุก รองอสส.เซ็นต์ไม่อุทธรณ์คดี อัยการสูงสุด โร่แจงขอตรวจสอบก่อน




ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า  นายประยุทธ เพชรคุณ อัยการพิเศษสำนักงานคดีอาญา 3 ในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงถึงกรณีที่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์  ว่า การพิจารณาผลสรุปคำสั่้งชี้ขาดไม่ยื่นอุทธรณ์คดีหมายเลขดำที่ อท.245/2561 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายพานทองแท้   ว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นขั้นตอนการปฏิบัติหน้าที่โดยนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด คนที่ 1 ซึ่งอาวุโสสูงสุด  ทำหน้าที่รักษาราชการเเทนนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด (อสส.) ระหว่างเดินทางไปราชการในพื้นที่สำนักงานอัยการภาค 7  เป็นผู้ลงนามคำสั่งชี้ขาดไม่อุทธรณ์คดี 

 


โดยสำนวนดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาจากอธิบดีอัยการสำนักงานชี้ขาดคดีสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งมีหน้าที่พิจารณาความเห็นเเย้ง ได้ทำความเห็น  ควรไม่อุทธรณ์คดีดังกล่าว ก่อนส่งความเห็นมายังอัยการสูงสุด โดยมีนายเนตร ซึ่งรักษาราชการเเทน พิจารณาเเล้วมีความเห็นตามควรไม่อุทธรณ์คดี   ตามที่สำนักงานชี้ขาดคดีทำความเห็นมา   จึงมีความเห็นชี้ขาดไม่ยื่นอุทธรณ์คดีนี้ต่อศาลสูง เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

ส่วนที่มีการยื่นขยายอุทธรณ์ไปยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม เเล้วนั้น ศาลอาญาคดีทุจริตฯอนุญาตขยายอุทธรณ์ไปถึงวันที่ 25 มิถุนายน เนื่องจากขณะนั้นทางสำนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 ยังไม่ทราบคำสั่งชี้ขาดของอัยการสูงสุดจึงได้ยื่นอุทธรณ์ไปตามระเบียบก่อน

 



“ถือว่าคดีนี้สิ้นสุดลงแล้วตามกฎหมาย ส่วนรายละเอียดเหตุผลในการสั่งคดีดังกล่าว ทางนายวงศ์สกุล อัยการสูงสุดได้สั่งการให้อัยการที่เกี่ยวข้องรายงานชี้เเจงมาเพื่อทราบต่อไป” 


อย่างไรก็ตามคดีดังกล่าว แม้ว่าจะเป็นอำนาจโดยตรงของอัยการสูงสุด แต่การตัดสินใจแทนโดย รองอัยการสูงสุด  ทั้ง ๆ ที่มีลำดับเวลาให้มีการพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ย่อมเป็นที่กังขาของสาธารณชนอย่าหลีกเลี่ยงไม่ได้  โดยเฉพาะกับประเด็นข้อพิสูจน์ทางคดีที่วันนี้ กลับถูกตัดตอนไปอย่างสิ้นเชิงโดยการทำหน้าที่ของอัยการสูงสุด  ที่ชื่อ นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ 

 

 

(คลิกอ่านข่าวประกอบ  :  เปิด 4 เหตุผลร้อน ทำไมอสส.ต้องอุทธรณ์คดี โอ๊ค ฟอกเงินกรุงไทย )

 


ขณะที่ก่อนหน้านั้น  นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด  เคยเป็นผู้แถลงถึงเหตุผลที่   คณะทำงานสำนักงานอัยการคดีพิเศษ และคณะทำงานสำนักงานอัยการคดีศาลสูง  ที่มีนายมนต์ชัย บ่อทรัพย์ เป็นอธิบดีอัยการ  พิจารณาเห็นตรงกันว่าไม่ควรอุทธรณ์คดีความผิดของนายพานทองแท้

 

 

(คลิกอ่านข่าวประกอบ :  อัยการศาลสูง ยืนกรานไม่อุทธรณ์ คดี โอ๊ค พานทองแท้ ฟอกเงินกรุงไทย  )




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กองบรรณาธิการข่าว
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;