เทียบชัดๆ​ กรณี​ มติชน กับ​ กรณี​ วี-ลัค​ มีเดีย ของ ธนาธร​ เรื่องหนึ่งง่าย​ อีกเรื่องไฉนยุ่งเหยิง!

เทียบชัดๆ​ กรณี​ "มติชน" กับ​ กรณี​ "วี-ลัค​ มีเดีย" ของ "ธนาธร"​ เรื่องหนึ่งง่าย​ อีกเรื่องไฉนยุ่งเหยิง!

Publish 2019-04-23 09:39:21


รายงานพิเศษ​ กองบก.ทีนิวส์​ การเมือง


การออกมาแถลงข่าวของพรรคอนาคตใหม่เมื่อวานนี้ (22​ เม.ย​ 2562) เป็นการยืนยัน​ "ข้อมูลชุดเดิม" ของธนาธรในกรณีถือครองหุ้นของบริษัท​ "วี-ลัค​ มีเดีย" (แม้จะมีหลักฐานเล็กๆน้อยๆเพิ่มเติมขึ้นมา​ เช่น​ อีซี่พาส​  หรือการเดินทางกลับมาจากบุรีรัมย์ถึงกรุงเทพได้(อย่างรวดเร็ว)​ฯลฯ ก็ไม่ใช่สาระสำคัญ)​ 

 

เพราะสาระสำคัญก็คือ​ ธนาธรยืนยันว่า​ โอนหุ้นไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่​ 8​ มกราคม​ 2562​  อะไรอื่นที่เหลือ​ ไม่เกี่ยวข้องกับตนแล้ว​ เป็นเรื่องของบริษัท ส่วนข้อมูลยืนยันที่ว่ามานี้​ กกต.จะยอมรับหรือไม่​ ก็อยู่ที่มติของกกต.ว่า​ กกต.จะนับว่าการโอนหุ้นนั้นมีผลเมื่อไร? อย่างไร? ​ กล่าวคือ​

กรณีที่​ 1​ ยอมรับว่า​แม้ธนาธรโอนหุ้นตั้งแต่วันที่​ 8​ มกราคม​ 2562​ จริง​ แต่ถือว่ามีผลเฉพาะคู่กรณีหรือคนใน​ ซึ่งก็ต้องมานับสำหรับคนนอก(เช่น​ กกต.) จะนับว่ามีผลคือในวันที่​ 21​ มีนาคม​ 2562​ ที่บริษัทไปแจ้งอย่างเป็นทางการแล้วเท่านั้น​ กรณีนี้​ ธนาธรไม่รอด​ ทั้งไม่ได้เป็น​ ส.ส.​ ทั้ง​ถูกตัดสิทธิ์​ 20​ ปี​ และดีไม่ดีอาจติดคุกด้วย

 

 

กรณี​ที่​ 2​ ยอมรับว่าธนาธรโอนหุ้นตั้งแต่​วันที่​ 8​ มกราคม​ 2562​ ถึงแม้จะมาแจ้งกันอย่างเป็นทางการในภายหลัง​ แต่​รับฟังได้ว่า "ตัวธนาธร" ไม่ได้ถือสิทธิในหุ้นนั้นมาตั้งแต่วันที่​ 8​ มกราคม​ 2562​ แล้ว​ กรณีนี้​ ธนาธรก็จะไม่มีคุณสมบัติต้องห้าม​ และได้ไปต่อ​

กรณีที่​ 3​ ไม่ยอมรับว่ามีการโอนหุ้นในวันที่​ 8​ มกราคม​ 2562​ ด้วย​ "ข้อสังเกตุ" สารพัดสารพันที่ปรากฏขึ้น​ อันนี้จะหนักคือ​ ผิด​ ถูกตัดสิทธิ์ไม่พอ​ ยังทำข้อมูล​เอกสารเป็นเท็จขึ้นมาด้วย​



ความน่าสนใจของเรื่องนี้อยู่ที่ข้อเท็จจริงที่ว่า​ ธนาธร​ ไม่ได้เคยเกี่ยวข้องกับสื่อแค่กรณี​ "วี-ลัค​ มีเดีย" เพียงสื่อเดียว​  ในกรณีของสื่อ​ "มติชน" เมื่อนำมาเทียบเคียงกันก็จะพบบางอย่างที่น่าสนใจ​ กล่าวคือ  คุณ สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาของ ธนาธร เป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 2 ของเครือมติชน​ จำนวนถึง 35,836,000 หุ้น หรือ 19.33% ของหุ้นทั้งหมด

 

 

"28 มิถุนายน 2556"-ธนาธร เข้าไปเป็นกรรมการ (บอร์ด) มติชน 

"14  มีนาคม 2561"-ธนาธร ลาออก​ จาก​ กรรมการ (บอร์ด) มติชน

(อีก​ 1​ วันต่อมา) ​"15​ มีนาคม​ 2561" -​ธนาธรและปิยบุตร​ เปิดตัวพรรคอนาคตใหม่​

ซึ่งกรณีลาออกจากกรรมการ​ "มติชน" นี้​เป็นกรณีที่ธนาธรได้ทำอย่างถูกต้องและทำเสร็จสรรพก่อนเปิดตัวพรรค​ 1​ วัน​ ทำล่วงหน้าก่อนวันรับสมัครส.ส.ร่วมปี ​ ทุกสิ่งอย่างเป็นเรื่องง่าย​ ตรงไปตรงมา เข้าใจได้​ทันที​ ไม่ต้องมีข้อกังขาใดๆ​ 

 

 

ที่สำคัญ​ นั่นบ่งชี้ว่า​ ธนาธร​ รู้ดีต่อข้อกำหนดและคุณสมบัติของผู้สมัคร​ ส.ส.​ จึงได้รีบ​ "จัดการ" ตัวเองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสื่ออย่าง​ "มติชน" ให้เรียบร้อยเสร็จสรรพ  ซึ่งแตกต่างจากความอิรุงตุงนังของกรณี​ "วี-ลัค​ มีเดีย" อย่างสิ้นเชิง​ ดังปรากฏ

 

"18​ มีนาคม​ 2562"-ธนาธรแถลงว่าเป็นนักการเมืองไทยคนแรกที่ทำ​ Blind​ Trust

(4​ วันต่อมา)​ "22​ มีนาคม​ 2562" ​ (หลังจากการแถลงเรื่อง​ Blind​ Trust)​ สำนักข่าว​อิศรา​ ได้ไปตรวจสอบพบและนำเสนอข่าว​ "ธนาธร-เมีย’ โอน บ.วี-ลัค มีเดีย 900,000 หุ้น ให้แม่ ก่อนเลือกตั้ง 3 วัน" (คือวันที่​ 21​ มีนาคม​ 2562)​

(1​ วันต่อมา)​ "23​ มีนาคม​ 2562" (เวลาช่วงเย็น)-ธนาธร โพสต์ข้อความและเอกสารการโอนหุ้นชี้แจงถึงกรณีนี้ผ่านทวิตเตอร์ (Twitter) โดยระบุว่า ตนและภรรยาโอนหุ้นไปตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. 2562 ที่ผ่านมา คือก่อน​ยื่นใบสมัครรับเลือกตั้ง​ 1 เดือน

 



(4​ วันต่อมา)​ "27​ มีนาคม​ 2562"-สำนักข่าวอิศรา​นำเสนอข่าว​ บ.วี-ลัค มีเดีย แจ้ง 22 มี.ค.62 ‘เมียธนาธร’ลาออก กก. - มี​ "กก.ผู้ถือหุ้น" ร่วมประชุม 10 คน(ถ้าโอนหุ้นไปแล้วตั้งแต่​ 8​ มค.ทำไมในวันที่​ 19​ มี.ค.​ถึงยังมีแจ้งว่ามีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุม​ 10​ คน​ดังเดิม)​

(6​ วันต่อมา)​ "2​ เม.ย.​ 2562" -​ธนาธร​ ออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก​ ยืนยันดังเดิมว่าโอนหุ้นแล้วตั้งแต่ 8 ม.ค. 2562 ให้ 'มารดา' ต่อหน้าทนายความ ชำระเงินค่าหุ้นด้วยเช็คแบงก์กรุงศรีฯ ต่อมา 'สมพร' โอนให้หลาน 2 คน เลยมีผู้ถือหุ้นรวม 10 คน

 

 

(1​ วันต่อมา)​ "3​ เม.ย.​2562"-สำนักข่าวอิศรานำเสนอข่าว​ หน.อนาคตใหม่ ช่วยลูกพรรคหาเสียงอยู่ จ.บุรีรัมย์ วันเดียวอ้างโอนหุ้น บ.วี-ลัค มีเดีย​

(1​ วันต่อมา)​ "4​ เม.ย.​ 2562"-สำนักข่าวอิศราเปิดภาพชุด 7- 9 ม.ค. ‘ธนาธร’ อยู่ที่ไหน? ก่อนปมโอนหุ้น บ.วี-ลัคฯ ให้แม่ 8 ม.ค.62​

(18​ วันต่อมา)​ 22​ เม.ย.​ 2562​ พรรคอนาคตใหม่ โชว์หลักฐาน-แจงปม ‘ธนาธร’ โอนหุ้น บ.วี-ลัคฯ ยันคำเดิมดำเนินการ 8 ม.ค. 62 ส่วนกรณีอยู่ระหว่างลงพื้นที่หาเสียงได้กลับมา กทม. ก่อนนั่งเครื่องต่อ งัดข้อมูลการใช้บัตรทางด่วน

 

ทั้งๆที่​ธนาธรรู้อยู่แล้วเรื่องคุณสมบัติต้องห้ามของ​ ส.ส.แต่ทำไม​ กรณี​ "มติชน" กับ​ กรณี​ "วี-ลัค​ มีเดีย" จึงได้มีความแตกต่างกันในเรื่องที่ต้องทำให้เหมือนกันราวฟ้ากับเหว

ถ้าเรียงลำดับวันเวลาเทียบกันก็จะได้

กรณี​ "มติชน"   (14​ มี.ค.​2561) ธนาธร​ ลาออกจากบอร์ดมติชน​ (1​ปีก่อนการเลือกตั้ง)​   กรณี​ "วี-ลัค​ มีเดีย" (วันเวลาในวงเล็บคือวันเวลาตามข้อมูลของธนาธร)​

(8​ ม.ค.​ 2562​ เช้า) ธนาธรหาเสียงอยู่ที่บุรีรัมย์
(8​ ม.ค.​ 2562​ ไม่เกิน​ 9:30​ น.)​ ธนาธรเดินทางจากบุรีรัมย์เข้ามากรุงเทพ
(8​ ม.ค.​ 2562​ ประมาณ​ 15.00 น.)​ ธนาธรเดินทางใกล้ถึงกรุงเทพ​ (หลักฐาน​ easy-pass)​
(8​ ม.ค.​ 2562​ ช่วงเย็น)​ ธนาธร(และภรรยา)​เซ็นโอนหุ้นให้แม่​ (1​ เดือนก่อนสมัคร​ส.ส.)​
(9​ ม.ค.​ 2562) ธนาธร​ นั่งเครื่องบินไปที่นครศรีธรรมราช

 


(14​ ม.ค.​ 2562) นางสมพร(แม่)​ โอนหุ้นให้หลานสองคน​ ชื่อ​ ทวีและปิติ​ เพื่อให้มาตามหนี้เสีย​
(18​ มี.ค.​ 2562) นางรวิพรรณ(ภรรยา)​ ได้ลาออกจากกรรมการบริษัท​
(19​ มี.ค.​ 2562) มีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น​ มีผู้เข้าประชุม​ 10​ คน(ปรากฏตัว​ 4​ มอบฉันทะ​ 6)
(21​ มี.ค.​ 2562) นายทวี​ นายปิติ​ และผู้ถือหุ้นอีก​ 3​ คน​ ได้โอนหุ้นกลับมาให้นางสมพร
(21, มี.ค.​ 2562) บริษัทได้ยื่นสำเนาบัญชีผู้ถือหุ้นตามแบบ บอจ.5 ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

 

ซึ่งข้อมูลที่ปรากฏข้างต้นนี้​ ต้องผ่านการชี้แจง​ แถลง​ ถึง​ 3​ ครั้งด้วยกัน​ คือ​
ครั้งที่​ 1​: วันที่​ 23​ มีนาคม​ 2562​ (แจ้งว่าโอนตั้งแต่​ 8​ ม.ค.2562)​ (แก้ข่าวที่ว่าโอนหุ้นวันที่​ 21​ มี.ค.2562)​
ครั้งที่​ 2: วันที่​ 2​ เม.ย.​ 2562​ (แจ้งว่าแม่โอนให้หลาน​ 2​ คน)​ (แก้ข่าวที่ว่า​มีผู้ถือหุ้น​ 10​ คนในวันที่​ 19​ มี.ค.2562)​
ครั้งที่​ 3​: วันที่​ 22​ เม.ย.​ 2562​ (ชี้แจงเรื่องเต็มทั้งหมด)​ (แก้ข่าวเรื่องอยู่ต่างจังหวัดในวันโอนหุ้น)​

 

 

ซึ่งก็ชวนให้สงสัยเหมือนกันว่า​ ถ้าเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏเป็นจริงแล้ว​ ทำไมไม่พูดเสียให้จบไปเสียในคราวเดียว​ เพราะข้อเท็จจริงย่อมเป็นข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงเป็นอื่นไม่ได้​ และถ้าเป็นแบบนั้นทุกอย่างก็จะเหมือนกรณีของ​ "มติชน" คือกระจ่าง​ ชัดเจน

ซึ่งแน่นอนว่า​ เมื่อเกิดข้อสงสัย​ ต่างๆ​อันเนื่องมาจากการแถลงแบบที่ครั้งเดียวไม่จบ ก็ย่อมเป็นธรรมดาที่จะทำให้เกิดการตั้งคำถาม​ต่อข้อพิรุจต่างๆที่เกิดขึ้นได้​  รู้ทั้งรู้ว่าสำคัญกับการสมัครส.ส.ทำไมไม่รีบทำเสียให้เสร็จ?  หรือเป็นการหลงลืม? หรือข้อสงสัยที่ยิ่งกว่านั้นก็คือ​ เป็นการโอนหุ้นย้อนหลังหรือไม่?​

แน่นอนว่าถึงที่สุดอาจจะต้องมาถึงข้อยุติ​ที่ศาล  บทสรุปของเรื่องนี้ทั้งหมดก็คงจบลงที่ตรงนั้นในอีกไม่ช้านาน ... 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กองบรรณาธิการข่าวการเมือง
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์