ประกาศศักดา! ประชาชนกว่า 5 พันร่วมฟังนโยบาย พรรคพลังประชารัฐ รวมพลังสร้างชาติให้ยั่งยืน

ประกาศศักดา! ประชาชนกว่า 5 พันร่วมฟังนโยบาย "พรรคพลังประชารัฐ" รวมพลังสร้างชาติให้ยั่งยืน

Publish 2019-02-02 16:43:24


 

วันนี้ 2 ก.พ. 2562 ที่สนามฟุตซอลบางกอกอารีน่าหนองจอก เขตหนองจอก กทม. พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) นำโดย นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง และคณะกรรมการบริหารพรรค เปิดตัวว่า ที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค 350 เขต และบัญชีรายชื่อ 150คน พร้อมประกาศนโยบายพรรคชุดแรก ภายใต้สโแกน "รวมพลังสร้างชาติให้ยั่งยืน" โดยมีสมาชิกพรรคและประชาชนเข้าร่วมงานกว่า 5,000 คน 

เริ่มที่ นายอุตตม ปราศรัยบนเวทีถึงนโยบายของพรรค ว่าพรรคพลังประชารัฐ ที่ให้ความสำคัญกับผู้มีรายได้น้อย ภายใต้ 3 พันธกิจหลัก โดยเฉพาะสวัสดิการประชารัฐ ที่มุ่งเน้นขจัดความเหลื่อมล้ำ โดยการสานต่อนโยบายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เรื่องบัตรประชารัฐ ที่จะขยายเพิ่มเติมให้พี่น้องประชาชนที่มีคุณสมบัติ แต่ตกหล่นให้ได้รับสิทธิครบถ้วน รวมไปถึงการเพิ่มสิทธิต่างๆในบัตรประชารัฐตามคอนเซ็ปท์ "เพิ่มคน เพิ่มสิทธิ์"

 



และยืนยันว่าทางพรรคจะมุ่งเน้นแก้ปัญหาเรื่องปากท้องและหนี้สินของประชาชน ด้วยนโยบายการพักหนี้กองทุนหมู่บ้าน 3 ปี  ด้วยแนวทางที่เรียกว่า "พักหนี้ ฟื้นฟู เติมทุน ให้โอกาส" สำหรับอีกหนึ่งพันธกิจที่สำคัญ คือ เศรษฐกิจประชารัฐ เพื่อปากท้องและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน ที่ดูแลเรื่องการเกษตรกับนโยบาย "เกษตรประชารัฐ 3 เพิ่ม 3 ลด" คือ เพิ่มรายได้ เพิ่มทางเลือก และเพิ่มนวัตกรรม  ลดหนี้ ลดต้นทุน และลดความเสี่ยง มุ่งเน้นยกระดับภาคการเกษตร พัฒนาศักยภาพ ให้มีรายได้ เพิ่มขึ้น รวมทั้งการเข้าไปดูแลเรื่องราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ 

อาทิราคาข้าว ด้วยการเพิ่มค่าชดเชยค่าเกี่ยวข้าว จากเดิมทั้งค่าชะลอการขายข้าวหรือค่าเก็บและค่าเกี่ยว อยู่ที่ไร่ละ 1,500 บาท ไม่เกิน 12 ไร่  เพิ่มเป็นค่าเกี่ยวไร่ละ 2,000 บาท และเพิ่มจำนวนไร่เป็นไม่เกิน 20 เพราะจากการลงพื้นที่รับฟังเสียงสะท้อนจากชาวนา ทราบมาว่า ส่วนใหญ่ไม่มีที่เก็บ เมื่อเกี่ยวข้าวแล้วจึงต้องขายในทันที ดังนั้นการเพิ่มค่าเกี่ยวจึงช่วยเหลือได้ตรงจุด ทั้งนี้ก็เพื่อให้เพียงพอต่อต้นทุนและมีเงินใช้จ่าย ตรงกับสโลแกนที่ว่า "ข้าวได้ราคา ชาวนาได้เงินเพิ่ม"



อีกหนึ่งประเด็นที่พรรคให้ความสำคัญคือ ปัญหาที่ดินทำกิน ไม่ว่าจะเป็นการเร่งออกสารสิทธิ์ในที่ดินซึ่งประชาชนมีกรรมสิทธิ์โดยชอบด้วยกฎหมาย การเดินหน้าพิสูจน์สิทธิ์ในที่ดินซึ่งเป็นกรณีโต้แย้งระหว่างรัฐกับราษฎร และปัญหาสำคัญเรื่องที่ดิน ส.ป.ก.โดยเสนอนโยบายปรับเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 เป็น ส.ป.ก.4.0  คือให้ผู้ที่ได้รับสิทธิ์ทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. สามารถโอนสิทธิ์ให้บุคคลอื่น ที่มีคุณสมบัติตามที่ ส.ป.ก.กำหนดได้เข้าทำประโยชน์แทนได้ โดยได้รับค่าสิทธิ์เดิมจากการโอนสิทธิในที่ดินนั้น ขณะที่ ส.ป.ก.ก็จะได้ค่าธรรมเนียมจากการโอนสิทธิ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตามนโยบายนี้ยังคงวัตถุประสงค์กรรมสิทธิ์ในที่ดินเป็นของ ส.ป.ก.เช่นเดิมและใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรเป็นหลัก แต่หากพื้นที่ซึ่งไม่เหมาะสมกับการเกษตรสามารถเปลี่ยนการใช้ที่ดินได้ตามความเหมาะสมและสภาพพื้นที่จริง" นายอุตตม กล่าว

และยืนยันว่า "ทุกนโยบายของพรรคที่นำเสนอต่อพี่น้องประชาชนไม่ใช่การขายฝัน แต่ทำให้เกิดขึ้นได้จริงทุกเรื่องหากพรรคพลังประชารัฐได้เป็นรัฐบาล ดังนั้นหากพี่น้องประชาชนอยากก้าวข้ามความขัดแย้ง ไม่แบ่งสี แบ่งฝ่าย ไม่อยากกลับไปอยู่ในวังวนเดิม กินดี อยู่ดี ในสภาพบ้านเมืองที่สงบ 24 มีนาคมนี้ อย่าลืมออกไปใช้สิทธิ แล้วกาเลือกผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ" หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวทิ้งท้าย


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกชัย เรืองฉาย