สัจจะบุรุษ! 4 รมต. พปชร กราบลา บิ๊กตู่ ลงสนามการเมืองเต็มตัว มุ่งสู่ การเลือกตั้ง... ปัดตอบรายชื่อเทียบเชิญว่าที่นายกฯ

สัจจะบุรุษ! 4 รมต. "พปชร" กราบลา "บิ๊กตู่" ลงสนามการเมืองเต็มตัว มุ่งสู่ "การเลือกตั้ง"... ปัดตอบรายชื่อเทียบเชิญว่าที่นายกฯ

Publish 2019-01-29 11:42:53


 

วันนี้ 29 ม.ค. 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมีกระแสลือว่า 4 รมต. แกนนำพรรคพลังประชารัฐเตรียมลาออกจากตำแหน่ง เพื่อลงสนามการเมืองเต็มตัว ล่าสุดที่ทำเนียบรัฐบาล นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวภายหลังเข้าพบนายกฯว่า ตนขอแจ้งข่าวอย่างเป็นทางการว่า 4 รัฐมนตรี ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีอย่างเป็นทางการแล้ว โดยให้มีผลในวันที่ 30 ม.ค. เป็นต้นไป

ซึ่งในช่วงเช้าของวันนี้ทั้ง 4 ได้เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อกราบลาในฐานะที่มีโอกาสได้ร่วมทำงานในคณะรัฐมนตรีมา อย่างไรก็ตาม นับแต่ 29 ก.ย. เป็นต้นมาซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกของผู้ร่วมก่อตั้งพรรค พปชร. โดยทั้ง 4 คนปรากฏตัวต่อสื่อเป็นครั้งแรก โดยก่อนหน้านี้เคยมีการเน้นย้ำมาตลอดเวลาจะลาออกเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม

ซึ่งในวันนั้นเป็นวันที่พูดในฐานะรัฐมนตรี ที่ต้องมีความรับผิดชอบต่องานในหน้าที่ โดยที่ผ่านมาได้ปฏิบัติตามหน้าที่ และทำตามกฎเกณฑ์กติกาจนมาโดยตลอดแต่ในวันนี้ถึงเวลาที่เหมาะสมจึงลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อไปทำงานกับพรรค พปชร.เต็มตัว มุ่งสู่การเลือกตั้ง

นายอุตตม กล่าวต่อว่า "การที่เราปฏิบัติตัวตามนี้ อยากจะให้ถือว่าเป็นแนวความคิดของเรา สะท้อนเจตนารมณ์และความเชื่อของเราตั้งแต่ต้นว่าเราทำอย่างโปร่งใส ทำงานการเมืองอย่างมีเป้าหมาย ก้าวสู่การเมืองด้วยความมั่นใจ เป็นไปตามนั้น ไม่ได้เอาการเมืองนำ แต่ทำงานการเมืองโดยเอาประโยชน์ของประเทศชาติ ในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีวันนี้ถึงเวลาแล้วที่ภารกิจเสร็จสิ้นไปได้พอสมควร เราถึงมาทำงานการเมือง



นายกฯก็รับทราบมาตั้งแต่ต้นว่าเราจะเดินแนวทางนี้ ในการเข้าพบนายกฯครั้งนี้ ท่านได้อวยพรขอให้สิ่งที่เรามุ่งหวังจะทำงานการเมืองนั้นให้ประสบความสำเร็จและคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก ส่วนตำแหน่งที่ว่างลงใครมาแทนแล้วแต่นายกฯจะพิจารณา"

 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า สะสางงานที่รับผิดชอบในตำแหน่งรัฐมนตรีเสร็จแล้วใช่หรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า ในความเห็นของเราสิ่งที่เราตั้งใจจะทำเสร็จครบถ้วน หลังจากนี้อาจจะมีการชี้แจงต่อไปอีกบ้าง ส่วนภารกิจไปโรดโชว์ที่ประเทศญี่ปุ่นกับคณะของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีนั้น พวกเรายกเลิกการเดินไปทางด้วยแล้ว

เมื่อถามต่อไปถึงการทาบทาม พล.อ.ประยุทธ์ ให้มาอยู่ในบัญชีรายชื่อนายกฯ ของพรรค พปชร.แล้วหรือไม่ นายอุตตม ตอบว่า "ยังไม่ได้มีการทาบทามใครทั้งสิ้น และยังไม่ได้หารือว่าจะเชิญท่านไหนบ้าง ซึ่งจะต้องเป็นไปตามกระบวนการของพรรคที่ต้องพิจารณาและลงมติกันภายใน ตนเรียนว่าไม่ช้าแล้ว เพราะเห็นแล้วว่า 4-8 ก.พ.ต้องได้ข้อยุติ เพื่อยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้งผู้สมัคร ส.ส. และบัญชีรายชื่อนายกฯของพรรค ดังนั้น เร็วๆ นี้แน่ไม่นานเกินรอ"

ต่อคำถามที่ว่า พรรค พปชร.จะเสนอชื่อนายกฯ เพียงคนเดียวหรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า ขอให้รอดูเร็วๆ นี้ เพราะเราสามารถเสนอได้ถึง 3 ชื่อ แต่ขอให้ทางสมาชิกของพรรค กรรมการบริหารพรรค และกลไกของพรรคได้มีโอกาสพิจารณา ซึ่งการประชุมกรรมการบริหารพรรคจะมีขึ้นใน 1-2 วันนี้



ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ และเลขาธิการพรรค พปชร. กล่าวว่า โดยธรรมเนียมปฏิบัติที่ผ่านมานั้น ไม่เคยมีรัฐมนตรีที่ลาออก หลังจากมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งแล้ว แรงกดดันที่มีต่อพวกเราตลอด 3 เดือนมานี้ เรารับด้วยความอดทน เพราะเป้าหมายการเข้าสู่การเมืองของเราคือ เพื่อพี่น้องประชาชน ไม่ได้เอาการเมืองนำการทำงาน เราน้อมรับคำวิจารณ์ทางการเมืองทั้งสิ้น โดยไม่ได้อยู่บนบนหลักการหรือเหตุผลที่เคยปฏิบัติมา แต่เมื่อเราอาสามาทำงานทางการเมือง เราก็ต้องการสร้างมาตรฐานใหม่ทางการเมือง ที่ไม่เอาความได้เปรียบทางการเมืองมาใช้ ที่ต้องรอเวลามาถึงทุกวันนี้ก็เพราะว่าภารกิจงานด้านเศรษฐกิจนั้น ยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งสื่อมวลชนเองก็คงจะได้เห็นผลงานของพวกเรา ที่ทำงานหนักตลอด 3-4 เดือนที่ผ่านมา

"มาตรฐานเหล่านี้เราตั้งใจทำให้เห็น เช่น เราจะไม่ทำงานการเมืองหรือไม่ให้สัมภาษณ์ทางการเมืองในช่วงเวลาราชการ นั่นเพราะเราไม่อยากเห็นประเทศไทยใช้วาทกรรมทางการเมือง เราอยากเห็นการเมืองทำเพื่อประโยชน์ประชาชน มีความรับผิดชอบ การลาออกในวันนี้นั้น ไม่เคยมีใครปฏิบัติมาก่อน นักการเมืองที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรา ไม่เคยลาออกหลังมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง สำหรับพรรค พปชร. เราได้รวบรวมผู้ที่มีอุดมการณ์เหมือนกัน เพื่อหาทางออกของประเทศ การลาออกครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพราะการกดดันจากใครทั้งสิ้น แต่เป็นการตัดสินใจของพวกเราเอง ที่ต้องการทำงานการเมืองอย่างตรงไปตรงมา" นายสนธิรัตน์ กล่าว

และทิ้งท้ายว่า เมื่อมาทำงานการเมืองเต็มตัวแล้ว พวกเรามีความมั่นใจ แต่ไม่ได้มั่นใจในตัวของพวกเราทั้ง 4 คน เพราะเรามั่นใจว่าประเทศไทยต้องการการเปลี่ยนแปลง ซึ่งด้วยประสบการณ์ของพวกเราและพรรค พปชร.เรามั่นใจ ว่าตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะเดินหน้าทำงานการเมืองอย่างเต็มตัว ส่วนจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชน ขอให้รอดูผลการเลือกตั้งเป็นหลัก เพราะเราต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชนพรรค พปชร.จะทำหน้าที่เต็มความสามารถ หากได้รับความไว้วางใจก็จะทำหน้าที่นั้นต่อไป




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกชัย เรืองฉาย