พรรคพลังประชารัฐ ยัน ขอเป็น ขั้วที่สาม ยุติความขัดแย้ง ประหนึ่ง โซ่คล้องใจ พร้อมสานต่อ บัตรคนจน แน่นอน

"พรรคพลังประชารัฐ" ยัน ขอเป็น "ขั้วที่สาม" ยุติความขัดแย้ง ประหนึ่ง "โซ่คล้องใจ" พร้อมสานต่อ "บัตรคนจน" แน่นอน

Publish 2018-12-24 10:05:27


 

สืบเนื่องจากการจัดการปราศรัยโดย "พรรคพลังประชารัฐ" ที่โรงยิมเนเซียม สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี จ.เชียงใหม่  นำโดย นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ระบุว่าพปชร.เป็นพรรคใหม่ถอดด้าม ที่มีบุคลากรหลากหลายความสามารถ ร่วมลงขันอาสามาช่วยเปลี่ยนผ่านประเทศ

ทั้งนี้ จ.เชียงใหม่ เป็นเมืองแห่งความสามัคคีร่วมมือกันสร้างเมืองตั้งแต่ครั้งประวัติศาสตร์ เราจึงอาสามารวมใจคนเชียงใหม่ คนภาคเหนือ และคนทั้งประเทศมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน หลายปีที่ผ่านมาสิ่งเหล่านี้ถูกการเมืองทำให้เราแบ่งแยกเป็นฝักเป็นฝ่าย        
    

นอกจากนี้ นายสนธิรัตน์ ยังกล่าวว่า 10 กว่าปีที่ผ่านมา ความขัดแย้งเหมือนเพื่อน2คนหรือ หรือสามีภรรยาทะเลาะกัน ไม่ยอมกัน คุยกันไม่รู้เรื่อง พปชร.จึงเสมือนเป็นคนกลาง และไม่คิดเป็นศัตรูกับใครจะนำพาประเทศก้าวข้ามความขัดแย้งร่วมนำพาประเทศขับเคลื่อนไปข้างหน้า

 


    

"บ้านเมืองวันนี้ไม่มีคำตอบอื่น คำตอบเดียวไม่ให้บ้านเมืองกลับไปที่เดิม ต้องช่วยกันหาทางออก พปชร.อาสาเป็นทางเลือกที่ 3 ของการเมืองไทย ที่ผ่านมามี2ขั้วยาวนาน พิสูจน์แล้ว 2 ขั้วไม่มีทางออก รอขั้วที่3 มาเป็น10 ปี ยังไม่เคยเกิดพรรคที่จะสามารถเป็นแกนนำการเมืองไทยได้เลย ขอให้เชื่อมั่นพปชร. ผมมาด้วยความตั้งใจ ถือเป็นหน้าที่ของพรรคทางเลือกที่ 3 เป็นตัวแปรการเมืองไม่ใช่พรรคเล็ก พรรคน้อย ไม่มีประสบการณ์ จะพูดคุยเชื่อมโยงให้เดินหน้าไปข้างหน้าให้ได้ วันนีดีใจที่พี่น้องเปิดใจรับการเกิดขึ้นของ พปชร." นายสนธิรัตน์ กล่าว



ทั้งนี้ยังได้ย้ำเตือนต่อไปว่าการเมืองที่เดินหน้าสำคัญที่สุด ประเทศไหนเดินไม่ได้ ล้มลุกแบบนี้ ต่อให้ประเทศเก่งแค่ไหนไม่มีทางก้าวทันเพื่อนบ้านหรือประเทศอื่นในโลก จึงต้องเดินให้ต่อเนื่องเป็นหัวใจสำคัญ และทางพรรคจะขอเป็นผู้อาสานำพาประชาชนก้าวไปข้างหน้า พร้อมรับใช้สืบสานต่อนโยบายต่อเนื่องให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะเห็นได้ว่า 4 ปีที่ผ่านมาประเทศมีสิ่งดีๆเกิดขึ้นมากมาย เหมือนต้นไม้ที่ปลูกไว้ 4 ปีที่กำลังเจริญงอกงาม

 


    

นอกจากนี้ยังเพิ่มเติมว่า ต้นเหตุของความเกลียดชังคือการสร้างเครื่องมือ "วาทกรรม" ปลุกปั่น ดังนั้น พปชร. จึงขอต่อต้านกระบวนการเหล่านี้อย่างสุดชีวิต ในโซเชียลมีเดียเขียนคนเขียนไม่ต้องรับผิดชอบ แล้วทำเป็นกระบวนการ จึงอยากวอนขออย่าจุดชนวนสงครามอีก และอย่าทำให้ประเทศเสียหาย พปชร.จะยืนหยัดช่วยประเทศไทยไม่ไปสู่จุดนั้น และต่อต้านการใช้วาทกรรมแบ่งแยกประชาชน ทั้งนี้ ตนพูดเพื่อไม่ให้คนไทยลืมเหตุการณ์ที่ผ่านมาและเมามันกับการมุ่งชัยชนะของแต่ละพรรคการเมือง แล้วยอมทำทุกอย่างเพื่อแยกประชาชนออกจากกัน
    

"พปชร.รวมคนทุกสีเข้าสู่ชายคา ทำไมต้องทำแบบนี้หลายคนบอกเราเที่ยวไปดูดชาวบ้านเขามา ไม่ใช่ หนูเปล่านา เขามาเอง เพราะเห็นเหมือนที่ผมพูดว่าถ้าอยู่ที่เดิม ก็ไม่แคล้วไปต่อสู้กันแบบเดิม เขาก็มองว่าที่ไหนบ้างที่จะมาอยู่แล้วไม่เป็นส่วนนึงที่นำประชาชนไปขัดแย้งกัน ก็พบว่าพปชร.นี่แหละที่ประกาศตัวชัด เป็นดินแดนนำความสามัคคีกลับสู่ประเทศไทย" นายสนธิรัตน์ กล่าว

 


     

และทิ้งท้ายว่า ถ้าพี่น้องประชาชนเห็นและเข้าใจสิ่งที่ตนพูด ว่าจะสามารถ พาประเทศไปข้างหน้าอย่างแท้จริง ก็มาร่วมกันสร้างพปชร.ด้วยกัน จับมือกัน พปชร.อาสาพาประเทศไม่ขัดแย้ง มุ่งมั่นทำให้สำเร็จ 



ขณะเดียวกัน นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า พปชร. นั้นจะเป็นทางเลือกใหม่ให้พี่น้องประชาชน และเป็นทางเลือกของจริงทำได้จริง ไม่ได้เพียงแต่พูด และจะมีอะไรออกมามากกว่านี้อีก แต่บ้านเมืองต้องสงบ ซึ่งสงบมา 4 ปีแล้ว ก็อยากให้สงบต่อไป จึงต้องเลือกคนที่ทำได้จริง ผู้นำที่ทำได้จริง โดยพปชร. มีความพร้อมในหลายด้านได้แก่

1.กำลังคน แม้เป็นพรรคน้องใหม่ แต่พลังเยอะ เป็นที่กล่าวขวัญ มีผู้ที่พร้อมลงสมัครครบทุกเขต
2.พลังนโยบาย พปชร.จะนำเสนอให้กับประชาชนเพื่อเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง เพราะเป็นพรรคแรกที่ทำเรื่องสวัสดิการอย่างเข้มข้นจริง

 


    

และทางพรรคจะขยายสวัสดิการต่อยอดอีกแบบเฉพาะกลุ่ม ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงจะมีคนดูแล นักเรียน นักศึกษา แรงงาน เกษตรกร ต้องมีสวัสดิการเช่นเดียวกัน ขอให้มั่นใจสวัสดิการที่ทางพรรคจะจัดให้แน่นอนและจะมีมากขึ้นไปอีก 
    

อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือกรณีของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน ซึ่งทางพรรคให้คำมั่นว่าจะสานต่ออย่างแน่นอน และจะทำให้มากขึ้นไม่ใช่หยุดแต่เพียงเท่านี้ พราะเป็นสิ่งที่คนไทยควรมีมานานแล้ว พปชร.จะตอบสนองตรงนี้ให้ทุกกลุ่ม ทุกอายุ นอกจากนี้ นโยบายยังมีอีกเยอะ 
    

"เราไม่อยู่ขั้วไหนของความขัดแย้งเก่าๆ และพปชร.ไม่มีเจ้าของ เราเป็นเจ้าของร่วมกัน ไม่มีแตกสาขา รวมใจไทยเป็นหนึ่งเท่านั้น ทั้งนี้ พปชร. ไม่ใช่พรรคที่ติดกับขั้วการเมืองไหนหรือสร้างอำนาจเพื่อพรรคโดยเอาชนะคะคานกันเหมือนอดีตจนนำพาสู่ความไม่สงบ วันนี้เรามีสิทธิเลือก เราของจริง เราเสนอตัวเพื่อร่วมทำให้ประเทศ สร้างอนาคตให้ลูกหลาน" นายอุตตม ยืนยัน

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกชัย เรืองฉาย