คนละเรื่องเลย!! ทวงคืนภาษีชาติ เกี่ยวอะไรกับปรองดอง!! "นายก"ย้ำ ไม่ใช้ม.44 ใช้เพียงกม.ปกติ -เด็ก"เพื่อไทย"คิดได้ไง..กระทบปรองดอง!!??

Publish 2017-03-28 15:50:50

เจ้าหน้าที่กรมสรรพากรเขตบางพลัด ได้นำหนังสือประเมินภาษีนายทักษิณพร้อมค่าปรับและเงินเพิ่มรวมมูลค่า 17,000 ล้านบาท ไปติดที่หน้าบ้านพักจันทร์ส่องหล้า เลขที่ 472 ถ.จรัญสนิทวงศ์ 69 แขวงและเขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นที่อยู่ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตามที่แจ้งไว้ในระบบทะเบียนราษฎรของกระทรวงมหาดไทย

โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ สน.บางพลัด ร่วมเป็นพยาน ซึ่งการติดหนังสือประเมินภาษีนายทักษิณดังกล่าว เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายที่ต้องประเมินภาษีจากการขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 329.2 ล้านหุ้น เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2549 ให้กลุ่มเทมาเส็ก ภายใน 10 ปี ซึ่งจะหมดอายุความในวันที่ 31 มี.ค. นี้

ทั้งนี้ หากผู้เสียภาษีไม่เห็นด้วยกับการประเมินภาษีของกรมสรรพากร สามารถทำเรื่องยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับหนังสือแจ้งการประเมินภาษีจากเจ้าพนักงานประเมิน นอกจากนี้หากไม่พอใจผลประเมินยังสามารถอุทธรณ์ต่อศาลภาษีอากรภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์จากคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ แต่หากนายทักษิณไม่ยื่นอุทธรณ์ตามกำหนด กรมสรรพากรจะดำเนินการเก็บภาษีทันที และหากผู้เสียภาษีไม่มาชำระ กรมสรรพากรจะใช้อำนาจยึดทรัพย์ เช่น เงินฝากและอสังหาริมทรัพย์เพื่อนำมาชำระค่าภาษีให้ครบตามที่เรียกเก็บต่อไป

 

 





ต่อมานายชัยเกษม นิติสิริ ฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทยได้กล่าวว่า วิธีการนี้จะสร้างปัญหามากกว่าการแก้ปัญหา เพราะที่ผ่านมาทั้งกรมสรรพากร และศาลภาษีอากรกลาง ได้วินิจฉัยไปแล้วว่าไม่สามารถเรียกเก็บภาษีจากบุตรชาย และบุตรสาวอดีตนายกรัฐมนตรีได้ ซึ่งอภินิหารทางกฎหมายที่รัฐบาลทำไม่เคยมีในทางกฎหมาย จึงเชื่อว่าจะกระทบกับกระบวนการสร้างความปรองดองอย่างแน่นอน


 ด้านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กล่าวว่า เป็นไปตามธรรมเนียม ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่หากเจ้าตัวยังอยู่ก็ต้องส่งกับตัว แต่ในขณะนี้เจ้าตัวไม่อยู่ก็ต้องติดที่บ้าน เช่นเดียวกับหมายศาลและหมายเรียกอื่นๆ ซึ่งกรณีดังกล่าวเชื่อว่าไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการปรองดอง เนื่องจากการทำผิดกฎหมายกับเรื่องการปรองดองเป็นคนละเรื่องกัน จึงขออย่านำมาโยงกัน หากปรองดองแล้วต้องละเว้นการทำผิดกฎหมายหรือย่างไร ยืนยันว่าทุกอย่างต้องว่ากันตามกระบวนการภาษีและกฎหมาย ซึ่งตนยังไม่ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในเรื่องนี้ แต่ใช้กฎหมายปกติ จึงขอให้สู้คดีหรืออุทรณ์ไปตามกระบวนการ.    

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม

ติดตามข่าวอื่นๆ