"ธีระชัย" แนะ "บิ๊กตู่" ใช้ ม.44 ขยายเวลายื่นอุทธรณ์ต่อศาล เรียกเก็บภาษี"แม้ว"กรณีขายหุ้นชินฯ 

Publish 2017-03-14 16:51:06

 

วันนี้ ( 14 มี.ค.)   นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล  อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  ได้โพสต์ข้อความบนเฟสบุ๊กส่วนตัว "Thirachai Phuvanatnaranubala" โดยระบุว่า  การที่ผมกลับไปอ่านข่าวว่า กรมสรรพากรเสนอไม่ยื่นอุทธรณ์เรื่องภาษีจากการขายหุ้นชินคอร์ปต่ออดีต รมว.คลัง (กรณ์ จาติกวณิช) ซึ่งข่าวปรากฏดังนี้

"ทั้งนี้ ศาลภาษีอากรกลางได้พิพากษาเพิกถอนการประเมินภาษีในคดีหุ้นชินคอร์ปต่อนายพานทองแท้ และนางสาวพิณทองทา ชินวัตร ซึ่งหลังจากศาลภาษีอากรกลางพิพากษาแล้ว กรมสรรพากรในขณะนั้น ที่มีอดีตอธิบดีกรมสรรพากร นายสาธิต รังคสิริ ไม่ดำเนินการยื่นอุทธรณ์ และเสนอให้ นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง ในสมัยนั้น และอัยการสูงสุด ลงนามในการไม่อุทธรณ์ในครั้งนี้"



 

ทำให้เกิดคำถามว่า การเรียกเก็บภาษีกรณีนี้ จะใช้หลักการว่า กรมสรรพากรเคยออกหมายแก่บุตรของคุณทักษิณแล้ว ถือว่าเป็นตัวแทน จึงสามารถจะเรียกเก็บได้ ตามแนวทางของ สตง. นั้น จะเป็นการแก้ปัญหาถูกวิธีหรือไม่ ผมขอแสดงความเห็นเชิงวิชาการ ดังนี้

กรณีที่บริษัทแอมเปิ้ลริชขายหุ้นให้แก่บุตรของคุณทักษิณในราคา 1 บาท ซึ่งเป็นการขายนอกตลาดหลักทรัพย์ และกรมสรรพากรประเมินให้บุตรคุณทักษิณ เป็นผู้ที่ต้องเสียภาษี นั้น อาจจะเป็นการประเมินผิดคนเพราะผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษี จะเป็นผู้ขายหุ้นมากกว่า


 

กรณีที่กรมสรรพากรเห็นว่าผู้ขายทรัพย์สิน ตั้งราคาขายต่ำเกินไป กรมมีสิทธิที่จะประเมินให้เสียภาษีตามมูลค่าที่แท้จริง ดังนั้น การประเมินให้บุตรของคุณทักษิณเป็นผู้เสียภาษี  จึงอาจจะเป็นการประเมินผิดตัว  และจะต้องทำการอุทธรณ์ต่อศาล ขอเปลี่ยนไปประเมินคุณทักษิณแทน

แต่เนื่องจากกำหนดเวลาในการยื่นอุทธรณ์ได้ผ่านพ้นไปแล้ว จึงควรใช้อำนาจ คสช. มาตรา 44 ขยายเวลาในการยื่นอุทธรณ์ต่อศาล  วิธีนี้น่าจะเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และเป็นการกำหนดมาตรฐานแนวทางที่ถูกต้องในการระบุตัวบุคคลที่ต้องประเมินอีกด้วย

 
วิทย์ณเมธา เกตุแก้ว สำนักข่าวทีนิวส์



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายวิทย์ณเมธา เกตุแก้ว

ติดตามข่าวอื่นๆ