ผวาจนนั่งไม่ติด!!! "หญิงปู" ส่งทนายค้าน "บิ๊กตู่" งัดม.44 ลงดาบ "คนโกงข้าว" อ้างเดิมๆ ถูกกลั่นแกล้ง

Publish 2016-09-26 12:15:16

 

ผวาจนนั่งไม่ติด!!! "หญิงปู" ส่งทนายค้าน "บิ๊กตู่" งัดม.44 หวดโกงข้าว อ้างเดิมๆ ไม่มีความจำเป็นเพราะมีกฎหมายปกติใช้อยู่ และตัวเธอถูกกลั่นแกล้ง   

 

วันนี้ (26 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงาน ก.พ.นายนพดล หลาวทอง ทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อคัดค้านการใช้อำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญ ตามคำสั่งของหัวหน้า คสช.ที่ 56/2559

 

โดย นายนพดล กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้มายื่นหนังสือ เนื่องจากไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการใช้อำนาจพิเศษของหัวหน้า คสช. ใน 4 ประเด็นคือ


1.การออกคำสั่งโดยอาศัยอำนาจพิเศษก่อนการตรวจสอบแล้วเสร็จ ย่อมเป็นการชี้นำให้ผลตรวจสอบออกมาได้ในทางเดียวคือต้องรับผิด เป็นการไม่ชอบ ทั้งที่ไม่จำเป็นตั้งออกคำสั่งล่วงหน้าควรให้กระบวนการพิจารณาแล้วเสร็จก่อนค่อยออกคำสั่ง


2.ออกคำสั่งโดยอาศัยอำนาจพิเศษตามมาตรา 44 ไม่เป็นไปตามหลักการและเงื่อนไขของมาตรา 44 เนื่องจากคดีไม่มีความจำเป็นที่จะต้องออกคำสั่งในการโอนหน้าที่จากหน่วยงานปกครองไปยังเจ้าหน้าที่บังคับคดี เพราะมีกฎหมายปกติใช้อยู่แล้ว รวมทั้งการออกคำสั่งเลือกปฏิบัติเฉพาะกรณีเป็นการไม่ชอบ ที่ผ่านมาการใช้คำสั่งทางละเมิดมีหลายคดี แต่ไม่ได้ออกคำสั่งเป็นกรณีพิเศษเช่นนี้ เพราะมีขั้นตอนปกติอยู่

 

3.การออกคำสั่งใช้บังคับเฉพาะคดีข้าว เป็นการขัดต่อกฎบัตรของสหประชาชาติ

 

4.การออกคำสั่งให้กรมบังคับคดีทำหน้าที่แทนหน่วยงานเป็นการก้าวล่วงอำนาจของศาล ซึ่งปกติการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่บังคับคดีจะต้องเป็นอำนาจของศาล การออกคำสั่งเช่นนี้ทางผู้เกี่ยวข้องไม่มีอำนาจจะโต้แย้งคำสั่งไปยังหน่วยงานใดได้


นอกจากนี้ นายนพดล ยังกล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ฝากขอความเป็นธรรม เพราะกรณีของท่านเป็นเรื่องของนโยบาย ที่ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายในการการค้าหรือหากำไร แต่เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ยืนยันท่านไม่มีส่วนในการทุจริต เพราะดำเนินตามนโยบายที่คล้ายคลึงกับรัฐบาลในอดีตและปัจจุบันที่กำลังดำเนินการอยู่ หากการดำเนินการตามนโยบายสาธารณะของรัฐ ไม่ถูกต้องอย่างไร ควรให้ศาลหรือกระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ชี้ขาด ไม่ใช่ให้หน่วยงานทางปกครองมาชี้ขาด และถึงแม้หัวหน้า คสช.จะให้เพิ่มพยานในการสอบ แต่เรื่องนี้ก็ยังไม่เป็นไปตามขั้นตอนปกติ ทั้งที่มีกระบวนการปกติอยู่แล้ว ทำไมจึงต้องออกคำสั่งพิเศษ มาทำให้กระบวนการถูกลัดขั้นตอน เกิดความบิดเบี้ยว ไม่เป็นไปตามสิ่งที่ควรจะเป็น และหากยื่นหนังสือแล้วไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ตนก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ตามที่กฎหมายให้ไว้ เว้นแต่จะมีการออกกฎหมายพิเศษมาตัดตอนลดขั้นตอนหรือลดสิทธิให้น้อยลง

 

ส่วนเรื่องอายุความทางละเมิด นายนพดล กล่าวว่า จะเริ่มทำงานหลังจากที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งทางปกครองโดยที่ยังไม่ได้ผ่านกระบวนการของศาล ทั้งนี้ หากให้ศาลยุติธรรมชี้ขาดคดีก็ไม่เลยอายุความ เพราะหลังศาลยุติธรรมวินิจฉัยชี้ขาดแล้วมีเวลาในการบังคับคดีถึง 10 ปี ซึ่งเป็นกลไกปกติ แต่ที่รัฐบาลทำอยู่เป็นการกระทำแบบกลไกพิเศษ ซึ่งไม่เป็นธรรม ยืนยันควรให้ศาลยุติธรรมดำเนินเรียกค่าเสียหายมากกว่าใช้กลไกทางปกครอง