มาทำความรู้จัก ! "ตัวตน" ของ "ลุงตู่" บอกเลยคนๆนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ

Publish 2016-07-28 14:12:30


ผู้นำที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

 

"ถ่ายอยู่นั่นแหละ ถ่ายได้ทุกวัน แล้วบอกหน้างอ หน้างอทุกวัน แล้วไปว่าฉัน"

....พอสื่อบอกให้ท่านยิ้มนี่ ฮาลั่นเลยทีเดียว….

13 ม.ค.2559

 

"ถามจังใส่นั่นใส่นี้ ราคาเท่าไร ทำไมฉันก็มีตังค์ มีมรดกทำไมฉันจะซื้อไม่ได้ ฉันโกงเขามาหรือไง ทำไมไม่ไปถามพวกโกงโน่น"

…สื่อถามถึงนาฬิกานายกฯ....

 

24 พ.ย.2558

 

"เปลี่ยนรถแล้วนะวันนี้ ไปดูสิ" ผู้สื่อข่าวกล่าวตอบไปว่า"วันนี้หวยออกพอดี จะใบ้หวยหรือ" นายกรัฐมนตรี ตอบกลับสั้นๆว่า"ไม่ได้ ผิดกฎหมาย" “

 

1 ก.ย.2558

ลุงตู่

 

หลายครั้งที่พล.อ.ประยุทธ์ แสดงให้เห็นถึงบุคลิกที่หลากหลาย  จนยากเกินจะคาดเดาว่า กำลังคิดอะไรอยู่ และเป็นคนที่มีลักษณะนิสัย ความคิด ความกล้า บ้าบิ่น ฯลฯ อย่างไร แต่พอบทจะฮาก็อย่างที่เห็น

หากมองย้อนกลับไปตั้งแต่ก่อนที่ท่านจะมายืนอยู่จุดนี้ “บิ๊กตู่”ผู้นี้ได้ชื่อว่าเป็นนายทหารที่มีความสุขุมนุ่มลึกและการแสดงออกที่นุ่มนวลมาแต่ไหนแต่ไร ว่ากันว่า แต่ก่อนนั้น ท่านจะลงท้ายคำพูดของท่านว่า “นะจ๊ะ”อย่างติดปาก จนได้ฉายาว่า “ตู่นะจ๊ะ” และในช่วงที่ท่านเริ่มปรากฏตัวออกสื่อเป็นช่วงแรกๆในฐานะ “น้องรัก”ของ พล.อ.อนุพงษ์ ผบ.ทบ.ในขณะนั้น สื่อหลายแขนงก็เอ่ยปากชมว่า ท่านเป็นนายทหารที่มีบุคลิกอ่อนโยนกว่าพล.อ.อนุพงษ์อย่างเห็นได้ชัด



จนเมื่อท่านได้รับตำแหน่ง ผบ.ทบ. ท่าทีที่เปลี่ยนไปเป็นแข็งกร้าวขึ้น ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทำนองว่า “บิ๊กตู่เปลี่ยนไป” แต่ในขณะเดียวกัน คนส่วนใหญ่จำนวนไม่น้อยก็เข้าใจ ว่านั่นคือการปรับตัวเพื่อแสดงภาวะผู้นำให้สมกับ “หัวโขน” ที่สวมอยู่ เนื่องด้วยท่านเข้ามารับตำแหน่งท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังคุกรุ่น มีการพาดพิงและดึงกองทัพเข้าไปพัวพัน มีการพยายาม “ดิสเครดิต” สถาบันทหาร แล้วยังจะสถานการณ์ความไม่สงบทางภาคใต้ที่ยังเรื้อรัง  ซึ่งปัญหาต่างๆเหล่านี้มีผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกองทัพ รวมไปถึงขวัญและกำลังใจของทหารเองด้วย ภาพของผู้นำกองทัพที่เข้มแข็งจึงมีความจำเป็นและสำคัญในการกอบกู้สถานการณ์ดังกล่าว

 

พล.อ.ประยุทธ์ เองก็เคยยอมรับว่า การแสดงที่แข็งกร้าวจนหลายฝ่ายมองว่าเป็นเหมือนการก้าวร้าวนั้น จริงๆแล้วก็เพียงแค่การแสดงภาวะผู้นำ แต่โดยเนื้อแท้ของท่านแล้วไม่ได้มีความคิดเป็นปฏิปักษ์หรือแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกับกลุ่มการเมืองใดๆทั้งสิ้น ท่านพร้อมที่จะร่วมงานกับทุกฝ่าย เพื่อสร้างประโยชน์แก่ประชาชนและส่วนรวมให้มากที่สุด

 

               และเมื่อมองด้วยใจเป็นกลางและให้ความเป็นธรรมแก่ท่าน จะพบว่า นับตั้งแต่ท่านเข้ามารับตำแหน่ง กองทัพบกภายใต้การบัญชาการของท่านได้ถูกขับเคลื่อนให้เข้าไปมีบทบาทในการพัฒนาประเทศและช่วยเหลือประชาชนจนเป็นที่กล่าวขวัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เห็นเด่นชัด คือ ในสถานการณ์มหาวิกฤตอุทกภัยครั้งใหญ่ปี 2554 ที่กองทัพบกส่งกำลังพลและยุทโธปกรณ์ออกช่วยเหลือประชาชนที่ประสบความเดือดร้อน ทั้งการช่วยลำเลียงผู้คนและทรัพย์สินออกจากพื้นที่ประสบภัย การแจกถุงยังชีพ การสนับสนุนยานยนต์ขนส่งในการเดินทาง จนกระทั่งช่วยฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยภายหลังน้ำลด ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ยกนิ้วว่า ทหารคือ “ฮีโร่”ของพวกเขาเลยทีเดียว

 

นายกรัฐมนตรี

 

          นอกจากนั้น ในฐานะผู้นำสูงสุดของเหล่าทัพ พล.อ.ประยุทธ์ยังมีบทบาทสำคัญในการนำกองทัพประกาศสงครามกับยาเสพติด และเดินหน้าแก้ไขสถานการณ์ความไม่สงบภายในประเทศ ซึ่งเมื่อแม่ทัพใหญ่เป็นตัวตั้งตัวตีในการเดินเกมรุกเช่นนั้น บรรดาทหารตั้งแต่แม่ทัพนายกองลงไปต่างก็มีขวัญและกำลังใจในการสนองตอบต่อนโยบายของผู้นำ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อความสงบสุขร่มเย็นของปวงประชา

 

          ในด้านการบำรุงขวัญและกำลังใจของกำลังพลในกองทัพ ก็เป็นที่ยอมรับกันว่า ผู้บัญชาการทหารบกท่านนี้เป็นผู้ที่ให้ความสำคัญกับสวัสดิการและดูแลความเป็นอยู่ของกำลังพลและครอบครัว รวมทั้งสนับสนุนกิจกรรมและการดำเนินการต่างๆอย่างเต็มที่



 

              ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้คือ การสนับสนุนด้านกีฬา แก่สโมสรฟุตบอล อาร์มี่ ยูไนเต็ด ( ทีมทหารบกเดิม) ด้วยการเป็น ผบ.ทบ.ท่านแรกที่เข้ารับตำแหน่งประธานสโมสรฯด้วยตนเอง ( จากแต่เดิมที่เจ้ากรมสวัสดิการทหารบกจะเป็นผู้ดำรงตำแหน่งนี้) ซึ่งก็ไม่ได้ดำรงตำแหน่งแค่ในนาม ทว่า “บิ๊กตู่” ยังลงไปดูแลทีมอย่างใกล้ชิด ด้วยการติดตามชมและเชียร์การแข่งขันแทบทุกนัด และสนับสนุนการปฏิรูปทีมใหม่ จนวันนี้ “อาร์มี่ ยูไนเต็ด” กลายเป็นหนึ่งในสโมสรฟุตบอลไทยที่แข็งแกร่งและเป็นที่จับตามองของคู่แข่งขัน

 

                อีกภาพลักษณ์หนึ่งที่โดดเด่นของ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา คือความเป็นนายทหารที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติเป็นอย่างสูง จะเห็นได้จากการออกมาตอบโต้บุคคลผู้แสดงออกในลักษณะพาดพิงสถาบันอย่างรุนแรงและเด็ดขาดในหลายๆครั้ง อย่างก็กรณีที่รายการโทรทัศน์ “ตอบโจทย์ประเทศไทย ตอน สถาบันพระมหากษัตริย์ ” ทางสถานีโทรทัศน์ ทีวีไทย ( ThaiPBS) นำเสนอมุมมองของนักวิชาการในลักษณะพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์

พล.อ.ประยุทธ์ ได้ออกมาตอบโต้อย่างหนักหน่วง ถึงกับเอ่ยปากไล่ตะเพิดว่า หากใครที่อึดอัดใจหรือไม่มีความสุขกับการอยู่ในระบอบการปกครองที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ก็ให้ออกไปจากประเทศ เพราะประเทศไทยของเราที่อยู่รอดปลอดภัยและสงบสุขร่มเย็นตั้งแต่อดีตมาถึงปัจจุบัน ก็ด้วยพระบารมีแห่งองค์พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ นับเป็นปรากกฏการณ์ที่สร้างความฮือฮาอย่างมาก ที่บุคคลระดับผู้นำกองทัพออกโรงตอบโต้ด้วยตนเอง

 

จากภาพลักษณ์ดังกล่าว แม้จะถูกวิจารณ์จากคนบางกลุ่มในทำนองว่า เป็นผู้ผูกขาดความจงรักภักดี หรือแสดงออกในลักษณะสุดโต่งจนเกินไป แต่นั่นก็คือภาพต้นแบบสำคัญที่ปลุกกระแสความจงรักภักดี ไม่เฉพาะแค่ในหมู่ทหาร หากแต่ยังขยายวงกว้างออกไปยังประชาชนทั่วไป ซึ่งล้วนแต่มีความรักและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อได้รับแรงกระตุ้นและหนุนนำจากการแสดงออกของผู้นำกองทัพ จึงกลายเป็นหนึ่งในพลังเครือข่ายปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์จากการมุ่งโจมตีของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ดังที่เห็นปรากฏอยู่ในทุกวันนี้

 

จากคุณลักษณะที่โดดเด่นที่ยกตัวอย่างมานี้ เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา ได้รับการโหวตให้เป็นสุดยอด ซีอีโอ CEO ของภาคราชการและเจ้าหน้าที่รัฐแห่งปี 2554 ในความทรงจำและขวัญใจของตัวแทนกลุ่มธุรกิจ SME ใน 5 อันดับแรกหรือ ท็อปไฟว์ โดยได้รับคะแนนนำเป็นอันดับที่หนึ่ง ร้อยละ 59.1 ด้วยความเป็นสุดยอดของความเป็นผู้นำ กล้าคิดกล้าตัดสินใจ สมาร์ท สมกับเป็นชายชาติทหาร ฟื้นฟูศรัทธาของประชาชนต่อกองทัพ ทำให้กองทัพเป็นกองทัพของประชาชน รวดเร็วฉับไวไม่ทอดทิ้งประชาชน เป็นต้น

 

(อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง นายกตู่ ตื่นเต้น ได้กลับมาบ้านเก่า ย้ำ ทหาร ไม่ใช่ ศัตรูของประชาชน)

 

(อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ภาพประวัติศาสตร์! เปิดประโยคสุดประทับใจ "นายกตู่" พูดกับ "อดีตผู้ว่าฯเชียงราย" หลังใกล้เสร็จสิ้นภารกิจช่วยเหลือ "ทีมหมูป่า")


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

จินต์จุฑา เจนสระคู