หนุ่มถูกชนแฉเก๋งชนแล้วหนี ตอนแรกอ้างเกียร์ค้างไปจอดรอมอบตัวเอง แต่เห็นในคลิปพยายามหนีชัดเจน (คลิป)

Publish 2018-11-26 11:13:09

จากกรณีรถเก๋ง Suzuki Swift สีขาวขับมาชนรถจักรยานยนต์ ขณะจอดรถรอสัญญาณไฟจราจร ที่บริเวณ 5 แยกลาดพร้าว ก่อนที่รถเก๋งคันดังกล่าวจะขับหนีไปและมีพลเมืองดีรวมตัวกันขับไล่ล่าจนสามารถจับกุมตัวได้ในที่สุด ล่าสุดผู้เสียหายให้สัมภาษณ์เล่าว่าคนขับเก๋งตอนแรกแก้ตัวว่ารถเกียร์ค้างจึงเสียหลักไปชนและไม่ได้หลบหนีแต่หยุดรถไม่ได้ หลังจากนั้นพยายามประคองและไปจอดรถรอมอบตัวที่ป้อมตำรวจ

 


สัมภาษณ์ผู้เสียหายถูกเก๋งชนแล้วหนี

 

โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2561 นายณรงค์ฤทธิ์ ใจรักษ์ได้โพสต์คลิปผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวนาทีพลเมืองดีช่วยกันขับไล่ล่ารถเก๋ง Suzuki Swift สีขาว ที่ขับมาชนเขาขณะจอดติดไฟแดงอยู่ที่บริเวณ 5 แยกลาดพร้าวจากนั้นคนขับรถเก๋งก็ลงมายกมือไหว้ขอโทษพร้อมบอกว่าเขาเป็นโรคติดต่อไม่สามารถควบคุมตัวให้หยุดรถได้

 

 

 

ล่าสุดนายณรงค์ฤทธิ์ ใจรักษ์ อายุ 41 ปี เจ้าของรถจักรยานยนต์ที่ถูกชน และเป็นผู้เสียหายในคดี เข้าพบตำรวจสน.บางซื่อ เพื่อให้ปากคำ พร้อมขอให้เรียกนายจักราวุฒิ บุญรอด อายุ 34 ปี คู่กรณีมาเจรจาพร้อมแสดงความรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

สัมภาษณ์ผู้เสียหายถูกเก๋งชนแล้วหนี

 

โดยนายณรงค์ฤทธิ์ เล่าว่าวันที่ 22 พ.ย. 2561 ที่ผ่านมา เวลา 07.10 น. ขณะที่ตนส่งแฟนสาวที่ทำงานย่านสามเสน แล้วกำลังจะไปทำงานที่ม.จันทร์เกษม  ขณะขับรถมาติดไฟแดง5 แยกลาดพร้าว ตนรู้สึกว่าโดนกระแทกอย่างแรง ก่อนจะมารู้สึกตัวอีกทีนอนอยู่บนพื้น และขยับตัวไม่ได้ ได้ยินแต่คนจะโกนบอกว่าชนแล้วหนี จากนั้นตนก็สลบไปเลย กระทั่งมาฟื้นที่โรงพยาบาลและพบกับคู่กรณีที่มาแสดงความเสียใจพร้อมขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  

ซึ่งคู่กรณีจะอ้างว่าเกียร์รถค้างทำให้จะชนท้ายรถอีกคัน จึงจำเป็นต้องหักหลบรถจนมาชนรถของตน จากนั้นคู่กรณีจึงขับรถไปรอมอบตัวกับตำรวจที่ป้อมตำรวจ ซึ่งขณะนั้นตนรู้สึกเห็นใจเพราะคิดว่าเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น  

 

 

กระทั่งมีพลเมืองดีส่งคลิปวิดีโอมาให้ดู ทำให้ทราบว่าเหตุการณ์ไม่ได้เป็นไปตามที่คู่กรณีเล่า แต่กลับมีพฤติการณ์เหมือนจะหลบหนี จึงตัดสินใจเข้าพบตำรวจในวันนี้ โดยตั้งแต่วันที่พบกับคู่กรณีที่โรงพยาบาล ยังไม่ได้รับการเยียวยา หรือเงินค่าชดใช้ใดๆจากฝั่งคู่กรณีเลย การรักษากว่า 1หมื่นบาทก็เป็นค่ารักษาตามพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ขับขี่ในส่วนของตน  รวมถึงค่าดำเนินการยกรถจักรยานยนต์ของตนไปซ่อมอีก 2,000บาท ตนก็เป็นคนจ่ายเองทั้งหมด

 

 


ทั้งนี้ตนเพีนงอยากให้คู่กรณีออกมาพูดความจริง และแสดงความรับผิดชอบ ยอมรับเห็นใจเนื่องจากเห็นว่าคู่กรณีถูกโจมตีในโซเชียลอย่างหนัก แต่หากคู่กรณีพูดความจริงตนเชื่อว่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ซึ่งขณะนี้พ.ต.ท.สมาน ครองสิน รองผู้กำกับการสอบสวน สน.บางซื่อ อยู่ระหว่างสอบปากคำถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายณรงค์ฤทธิ์

 

 

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล