อุตุฯเตือน พายุ บารีจัต ฉบับที่ 1  เสริมทัพด้วย พายุไต้ฝุ่น มังคุด

อุตุฯเตือน พายุ บารีจัต ฉบับที่ 1 เสริมทัพด้วย พายุไต้ฝุ่น มังคุด

Publish 2018-09-11 13:06:18


ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา"พายุ “บารีจัต” (BARIJAT)" ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 11 กันยายน 2561พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็น พายุโซนร้อน “บารีจัต” (BARIJAT) แล้ว และเมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (11 ก.ย. 61) มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 20.6 องศาเหนือ ลองจิจูด 117.9 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุด ใกล้ศูนย์กลาง ประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่า พายุนี้จะเคลื่อนผ่านเกาะฮ่องกง และเกาะไหหลำ ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 13-14 กันยายน 2561 ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร 

สำหรับ พายุไต้ฝุ่นมังคุด” (MANGKHUT) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกมีแนวโน้มการเคลื่อนตัวผ่านเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ และเกาะไต้หวัน ในช่วงวันที่ 14-15 กันยายน 2561 หลังจากนั้นจะเคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน และเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 16-18 กันยายน 2561 ตามลำดับ ซึ่งจะส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่รับลมมรสุมด้านตะวันตกของ

ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงดินโคลนถล่ม

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 13-18 กันยายน 2561 ไว้ด้วย 

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศ ณ วันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น.กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 17.00 น. 

 

 



พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 11 กันยายน 2561 - 17 กันยายน 2561 ในช่วงวันที่ 11 – 12 ก.ย. 61 ประเทศไทยมีปริมาณฝนลดลง ส่วนในช่วงวันที่ 13 – 17 ก.ย. 61 บริเวณประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ สำหรับทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตรข้อควรระวัง   ในช่วงวันที่ 13 – 17 ก.ย. 61 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่ง สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปเกาะฮ่องกงในช่วงวันที่ 13-14 ก.ย. 61 และเกาะลูซอนประเทศฟิลิปปินส์และตอนใต้ของเกาะไต้หวันในช่วงวันที่ 14-15 ก.ย. 61 ขอให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วยเนื่องจากมีพายุอยู่บริเวณดังกล่าว

ในช่วงวันที่ 11 – 12 ก.ย. 61 ร่องมรสุมเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านประเทศเมียนมา ภาคเหนือตอนบน ประเทศลาว และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่วนในช่วงวันที่ 13 – 17 ก.ย. 61 ร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมบริเวณทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรง อนึ่ง พายุโซนร้อน “บารีจัต” (BARIJAT) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนผ่านบริเวณเกาะฮ่องกง และเกาะไหหลำ ประเทศจีนในช่วงวันที่ 13-14 ก.ย. 61 สำหรับพายุไต้ฝุ่น “มังคุด” (MUNGKHUT) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนผ่านเกาะลูซอนประเทศฟิลิปปินส์และตอนใต้ของเกาะไต้หวันในช่วงวันที่ 14-15 ก.ย. 61 หลังจากนั้นจะเคลื่อนลงทะเลจีนใต้ตอนบนและเข้าปกคลุมชายฝั่งด้านตะวันออกของประเทศจีน เกาะไหหลำ และประเทศเวียดนามในช่วงวันที่ 16-18 ก.ย. 61

ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 11 – 12 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ส่วนในช่วงวันที่ 13– 17 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 11 – 12 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ส่วนในช่วงวันที่ 13– 17 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส

ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 11 – 12 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ส่วนในช่วงวันที่ 13 – 17 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออก    ในช่วงวันที่ 11 – 12 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 13 – 17 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรอุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ในช่วงวันที่ 11 – 12 ก.ย. 61 ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตรส่วนในช่วงวันที่ 13 – 17 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตรอุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ในช่วงวันที่ 11 – 12 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 13 – 17 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตรอุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 11 – 12 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ส่วนในช่วงวันที่ 13 – 17 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส

 



กรมอุตุนิยมวิทยาไต้หวัน แถลงเตือน พายุ มังคุด ไต้ฝุ่นลูกที่ 22 ของปี2561 หลังก่อตัวบริเวณหมู่เกาะมาร์แชลล์ รุ่งเช้าวันที่ 8 ก.ย. ทิศทางกำลังมุ่งหน้าทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือความเร็ว 33 กม./ชม. จุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากไต้หวันไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 3,920 กม.  ตลอดเส้นทางที่เคลื่อนผ่าน ไม่มีสิ่งกำบัง สภาพภูมิอากาศเอื้ออำนวย ทำให้ทวีกำลังแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่า จะส่งผลกระทบต่อไต้หวันตั้งแต่ วันเสาร์ที่ 15 ก.ย.เป็นต้น อย่างน้อย เป็นเวลา 3 วัน และ จะเป็นพายุไต้ฝุ่นใกล้บริเวณไต้หวันลูกที่มีกำลังรุนแรงที่สุดในปีนี้ พร้อมเตือนประชาชนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หลังจากที่ได้เจอฝนจากลมหนาว ไประลอกหนึ่งแล้ว

Jason Nicholls ผู้เชี่ยวชาญอุตุนิยมวิทยา เว็บไซต์ AccuWeather ของสหรัฐอเมริกา คาดว่า ไต้ฝุ่นมังคุด มีโอกาสพัฒนากลายเป็นซุปเปอร์ไต้ฝุ่น สัปดาห์หน้า มีความรุนแรงตั้งแต่ อาจพัดผ่านเกาะกวม จากนั้นปลายสัปดาห์หน้า หรือ ประมาณ 15-16 ก.ย. ไต้ฝุ่นมังคุดจะส่งผลกระทบต่อไต้หวัน และ จีนแผ่นดินใหญ่

แต่ก่อนที่จะเผชิญกับ พายุมังคุด นั้นล่าสด หย่อมความกดอากาศต่ำ 90W ทางตะวันออกเฉียงใต้ของ ไต้หวัน ก่อตัวเป็นพายุดีเปรสชันลูกใหม่แล้ว ทิศทางมุ่งผ่านทางใต้ของจีน เคลื่อนตัวมาทางอ่าวตังเกี๋ย คาดว่าขึ้นฝั่งเวียดนาม มาสลายตัว ลาว มีโอกาสกลายเป็นพายุโซนร้อนหลังผ่านไต้หวันจะได้ใช้ชื่อว่า "บารีจัต" Barijat สหรัฐอเมริกา ตั้งชื่อ หมายถึงชายฝั่งที่มีคลื่นลม ตามภาษาพื้นเมืองเกาะมาเชล ขณะที่เเบบจำลองของศูนย์ เตือนภัยไต้ฝุ่นร่วม ของสหรัฐ คาดการณ์รัศมีของพายุนี้ ผ่านทั้งไต้หวัน เวียดนาม ลาว ไทย มาถึงประเทศไทย ทางเหนือ และ อีสาน   
  
อย่างไรก็ตามต้องจับตา ความความกดอากาศสูง หรือ มวลอากาศเย็น ที่จะแผ่ลงมาปกคลุมตอนบนของไทย ซึ่ง พายุ มักจะพ่ายแพ้ลมหนาว ที่เป็นอากาศแห้ง เย็น เมื่อพายุมาเจอลมหนาว จะช่วยหยุดยั้ง การพัฒนาตัว หรือ การเคลื่อนตัวของพายุได้ ทำให้มังคุด และ บารีจัต จะฝ่อตัวลงไปลดความรุนแรง หากมวลอากาศเย็นถอยหลังกลับ พายุก็จะเคลื่อนขึ้นฝั่งได้ง่าย ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด แต่ปัจจัยที่ยังคงทำให้เกิดฝนในไทย คือ ร่องฝน และ มรสุมตะสันตกเฉียงใต้

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย