กรมการแพทย์ ยกระดับSmart Hospital พัฒนา Application ลดเวลารอคอย ทดลองใน 6 รพ. ภายใน 3 เดือน

กรมการแพทย์ ยกระดับ"Smart Hospital" พัฒนา Application ลดเวลารอคอย ทดลองใน 6 รพ. ภายใน 3 เดือน

Publish 2018-02-21 18:27:08


 21 ก.พ.61 ศ.คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล  สกลสัตยาทร  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  พร้อมด้วย นายแพทย์เจษฎา  โชคดำรงสุข  ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตรวจเยี่ยมกรมการแพทย์เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญ และให้สัมภาษณ์ว่า กรมการแพทย์เป็นกรมวิชาการ มีโรงพยาบาลและสถาบันที่เป็นศูนย์เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ตามชื่อของโรงพยาบาลหรือสถาบัน เช่น สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ให้การรักษาผู้ป่วยมะเร็งทุกชนิด เป็นศูนย์รวบรวมข้อมูล รวมทั้งทำหน้าที่เป็นผู้ชี้นำในการค้นหาสาเหตุการเกิดโรค  การป้องกันให้เกิดโรคน้อยลง  หรือสถาบันโรคผิวหนังที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง    เป็นแหล่งข้อมูลด้านผิวหนังที่สำคัญของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของรัฐบาลที่ได้รวบรวมข้อมูลข่าวสาร    ในรูปแบบ Big Data ถ้าเรารู้ข้อมูลจะนำไปใช้ในการควบคุมป้องกันโรคได้ดีขึ้น  




อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ นอกจากจะพัฒนาศักยภาพด้านการรักษาพยาบาลเทียบเท่าโรงเรียนแพทย์แล้ว งานที่ต้องทำควบคู่กันคือ งานวิจัย งานวิชาการ และบริการวิชาการ สิ่งที่ต้องพัฒนาเป็นอันดับแรก คือการเป็น Smart Hospital  ใช้เทคโนโลยีมาบริหารจัดการ ช่วยให้งานบริการผู้ป่วยรวดเร็วขึ้น สิ่งที่ประชาชนจะได้คือ ลดระยะเวลาการรอคอย

“ขอให้กรมการแพทย์ นำเทคโนโลยี นวัตกรรมความเป็นเลิศ ลงไปประสานให้เกิดประโยชน์กับบุคลากรกระทรวงสาธารณสุขนำไปพัฒนางาน การทำงานต้องมองภาพรวมทั้งประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค  ที่ดำเนินการได้ถึงระดับปฐมภูมิหรือทุติยภูมิได้ เช่น เรื่องคลินิกดูแลผู้ป่วยโรคไตวาย (CKD Clinic) ที่ขณะนี้มีกระจายไปในโรงพยาบาลชุมชน รวมทั้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางแห่งที่มีความพร้อม” ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าว
 



ด้าน นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กรมการแพทย์วางแผนนำเทคโนโลยี Digital มาใช้ในโรงพยาบาล เช่น การจัดทำระบบนัดหมายล่วงหน้า การจัดระบบพบแพทย์เป็นรอบ 1 ชั่วโมง แทนที่การให้ประชาชนรอนานถึง 4 ชั่วโมง โดยในอนาคตจะพัฒนา Application ผู้ป่วยจะทราบว่า อีกกี่นาที จะได้พบแพทย์ สามารถบริหารจัดการเวลาระหว่างรอพบแพทย์ได้ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายใน 3 เดือน โดยจะทดลองใช้ใน 6 โรงพยาบาลสังกัดกรมการแพทย์ ได้แก่ โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง)  สถาบันโรคทรวงอก  สถาบันโรคผิวหนัง สถาบันทันตกรรม สถาบันประสาทวิทยา และสถาบันมะเร็งแห่งชาติ 

 

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นาตยา เอนกธนะเศรษฐ์

;