ปลื้มใจเป็นที่สุด !!!! ฟังความในใจพนักงาน ขสมก. ที่มีต่อ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ...ได้ถวายงานรับใช้

Publish 2017-09-04 11:40:04

วันที่ 4 กันยายน 2560  เพจเฟซบุ๊ก รถเมล์ไทย.คอม Rotmaethai.com ได้โพสต์เรื่องราวสุดประทับใจ ที่ทาง NoozUP News ได้ไปสัมภาษณ์พนักงานขสมก. โดยเป็นการบอกเล่าความในใจของเหล่าพนักงานขสมก. ที่ได้ทำหน้าที่ถวายงานรับใช้ส่งคนนับแสนเข้ากราบพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ระบุว่า

พนักงาน ขสมก.ปลื้มใจ ถวายงานรับใช้ ส่งคนนับแสนกราบพระบรมศพ ร.9

ตั้งแต่วันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคต เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 พสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ ต่างพร้อมใจกันเดินทางมายังพระบรมมหาราชวังเพื่อเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพกันอย่างเนื่องแน่น ประชาชนหลายคนไม่สามารถหาที่จอดรถได้ หรือไม่มีรถเดินทางมา จึงเลือกใช้บริการรถสาธารณะอย่างรถขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) โดยเฉพาะประชาชนที่มาจากต่างจังหวัด หลายคนนำรถส่วนตัวมาจอดที่ท่าปล่อยรถเมล์ และขึ้นรถ Shuttle Bus ซึ่งเป็นรถฟรีตรงมาที่สนามหลวง และบางคนก็ขึ้นรถเมล์สายปกติมุ่งหน้ามากราบพระบรมศพ



ทุกคนได้เดินทางเข้าไปกราบพระองค์ แต่เหล่าพนักงาน ขสมก. ที่ต้องทำหน้าที่ขับรถ เก็บค่าโดยสาร จัดระเบียบการวิ่งรถเมล์ รู้สึกอย่างไรกันบ้าง ในวันที่ต้องขับรถเมล์พาประชาชนเข้าไปกราบถวายบังคมพระบรมศพทุกวัน


นายบุญสม สุขขีสาร เป็นพนักงานขับรถเมล์มา 21 ปี ปัจจุบันขับรถเมล์สาย 59 รังสิต-สนามหลวง เล่าถึงวันที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคตให้ NoozUP ฟังว่า ตอนที่ทราบว่าพระองค์สวรรคตเขาขับรถเมล์ส่งผู้โดยสารอยู่ วินาทีที่สำนักพระราชวังประกาศข่าวทุกสิ่งทุกอย่างบนรถเมล์ก็เงียบสนิท ผู้โดยสารบนรถทุกคนเหมือนหยุดหายใจ นั่งนิ่งไม่ไหวติง หลายคนร้องไห้ออกมาเงียบ ๆ บางคนนั่งนิ่ง สีหน้าแววตาแสดงออกว่ากำลังตกใจและโศกเศร้าในเวลาเดียวกัน เช่นเดียวกับตัวเขา แต่ด้วยหน้าที่พนักงานขับรถทำให้ต้องครองสติพาผู้โดยสารเดินทางต่อไปอย่างปลอดภัย

"ในใจตอนนั้นถามตัวเองว่า นี่เรื่องจริงเหรอ พระองค์จากเราไปแล้วจริงๆ เหรอ มันเป็นความรู้สึกเหมือนไม่อยากยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น" นายบุญสมเล่าถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นในวันนั้นที่แม้จะผ่านมาร่วม 10 เดือน แต่ก็ยังจำได้อย่างแม่นยำ

ในเช้าวันรุ่งขึ้นที่ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ประชาชนจำนวนมากใส่ชุดดำไว้ทุกข์มุ่งหน้าไปสนามหลวงเพื่อรอส่งพระบรมศพที่กำลังจะเคลื่อนจากโรงพยาบาลศิริราช มายังพระบรมมหาราชวัง ในวันนั้นพนักงานขับรถ และพนักงาน ขสมก. ทุกคนไม่มีใครได้หยุดงาน และทุกคนก็เต็มใจที่จะทำงานอย่างภาคภูมิใจไม่ว่าจะขับรถเมล์สายไหน วันนั้นถือว่าทุกคนทำงานกันหนักและเหนื่อย แต่ก็หายเหนื่อยเมื่อเห็นประชาชนจำนวนมากเดินทางไปกราบพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9

ช่วงแรกคนแน่นมากๆ ทุกคัน ทุกเที่ยว แต่ทุกคนก็จะดูแลกันและกัน ช่วยเหลือกันไม่มีใครบ่นว่ารถแน่น เมื่อมีผู้พิการมาใช้บริการก็จะอำนวยความสะดวกให้ทันที ขณะเดียวกันทาง ขสมก. ก็จะเพิ่มเที่ยวรถให้ตลอดถ้ามีประชาชนตกค้าง พนักงานขับรถเมล์ กล่าวต่อว่า "อีกสิ่งที่ทำให้ความเหนื่อยหายไปคือคำขอบคุณ ประชาชนจำนวนมากจะกล่าวขอบคุณครับ ขอบคุณนะคะ กับพวกเราพนักงาน ขสมก. พร้อมรอยยิ้มเสมอ"

การทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในทุกๆ วันที่ทำงานนี้ ทำให้เขารู้สกึว่า "ถึงผมจะไม่ได้เข้าไปกราบพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 แต่ผมได้ส่งคนร่วมแสนคนเข้าไปในพระบรมมหาราชวังนั้นก็ทำให้ผมรู้สึกแล้วว่าผมได้เข้าไปกราบพระองค์แล้ว ส่วนในวันที่จะมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 แน่นอนว่าพนักงาน ขสมก. ทุกคนจะออกมาปฏิบัติหน้าที่ของตนเองด้วยหัวใจตลอดทั้งวันทั้งคืนแน่นอน"

ด้านนางนิตย์ เมืองกลาง ทำหน้าที่พนักงานเก็บค่าโดยสารมา 21 ปีแล้ว เช่นเดียวกับนายบุญสม เธอทำงานอยู่บนรถเมล์สาย 59 เธอบอกเล่าความรู้สึกที่มีในวันที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคตว่า วันนั้นกำลังทำงานอยู่บนรถเมล์เช่นกัน บรรยากาศตอนนั้น นิ่ง เงียบ สนิท ทุกคนช็อก ไม่มีใครพูดอะไร ในใจตอนนั้นเสียใจมาก และตกใจมาก ๆ แต่ก็ต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วทำหน้าที่ของเราต่อไป หลังจากวันนั้นเธอทำงานอย่างเต็มที่เหมือนเช่นทุกวัน และปลื้มใจมากที่ได้ให้บริการประชาชน และคิดเช่นเดียวกับนายบุญสมว่า ถึงไม่มีโอกาสได้เข้าไปแต่ก็เหมือนว่าเราได้เข้าไปแล้วจากการบริการประชาชนให้เดินทางเข้าไปในพระบรมมหาราชวัง

ความประทับใจอีกเรื่องยังมาจากการที่เจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่มูลนิธิ ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินรถให้ ขสมก. รวมถึงประชาชน ซึ่งเธอเล่าว่า "เวลาประชาชนคอยถามว่าเราหิวหรือไม่ คอยส่งข้าว ส่งน้ำให้เรา คือสิ่งที่จะประทับใจตลอดไป เพราะทำให้เรารู้ว่าคนไทยยังไงสุดท้ายก็ยังรักกัน และมีน้ำใจ นอกจากนี้คือทุกคนรักในหลวงรัชกาลที่ 9 มากจริง ๆ หลายคนเข้าไปกราบพระบรมศพบ่อยมาก บอกจะมาให้ครบ 9 ครั้งบ้าง 7 ครั้งบ้าง จนจำหน้ากันได้ บางคนก็บอกว่าจะมาจนกว่าจะถึงวันงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9"

นางสาวจงสัน งามนาเสียว ผู้จัดการสาย 522 และ 503 เล่าว่าตั้งแต่ในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคตก็ยังทำหน้าที่ดูแลรถเมล์อย่างดีมาโดยตลอด ยอมรับว่าวันที่พระองค์สวรรคตฉุกละหุกมาก แต่วันนั้นทุกคนก็เต็มใจทำงานอย่างเต็มที่ ทั้งในคืนวันนั้นและรวมถึงวันรุ่งขึ้น เธอเล่าว่า "เรียกว่าช่วงนั้นทำงานกันไม่เหน็ดไม่เหนื่อย และจังหวะที่เดือนตุลาคมเป็นเดือนที่มีคนเกษียณอายุ และยังไม่มีการตั้งคนขึ้นมาทำหน้าที่แทน ตอนนั้นก็จะต้องทำหน้าที่เพิ่มขึ้นบ้าง แต่ก็ไม่เป็นอะไรเลย โดยช่วงเช้าวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ก็มีคำสั่งมาให้จัดรถเมล์ฟรีไปสนามหลวง ซึ่งปกติต้องเข้างาน ต04.30 น. ทุกวันอยู่แล้วก็ไม่เหนื่อย ถือว่าได้ทำหน้าที่ตอบแทนพระองค์ท่าน แต่ตอนแรกพนักงานบางคนก็กังวลว่าจะไหวกันหรือไม่ แต่ทำไปทำมา มีพนักงานหลายคนมาขอทำงานเพิ่ม อยากช่วยเพิ่มรอบอำนวยความสะดวกให้ประชาชน"


ผู้จัดการสายยังเล่าให้ฟังว่า ทุกๆ ปีในช่วงวันพ่อ วันที่ 5 ธันวาคม พวกเราชาว ขสมก. จะชอบมาทำงานรถเมล์สายราชดำเนินมาก เพราะได้ชมไฟวันพ่อที่สวยงาม และเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นปีที่พระองค์สวรรคต หลายคนทำงานกันถึงตี 3 เพราะมีประชาชนเดินทางมากราบพระบรมศพมากมายจริงๆ

"ในวันงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 พวกเราชาว ขสมก. ไม่มีใครหยุดงานแน่นอน ทุกคนจะออกมาช่วยงานด้วยหัวใจ" ผู้จัดการสายกล่าวด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น
ก่อนจบบทสนทนา ผู้จัดการสาย จงสัน เล่าให้เราฟังว่า พื้นเพเดิมของเธออยู่ที่หมู่บ้านนาเสียว อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งตอนที่เธอยังเด็ก เป็นหมู่บ้านที่มีอาชีพทอผ้าไหม เลี้ยงไหม คุณย่าของเธอเคยเข้าไปสอนทอผ้าไหมในวังจิตรลดาด้วย แต่ตอนนี้คุณย่าเสียไปหลายปีแล้ว และตั้งแต่จำความได้ เธอจำได้ว่า คนเฒ่าคนแก่จะสอนและปลูกฝังเสมอว่า ห้ามทำรูปในหลวงรัชกาลที่ 9 ตกพื้นนะ ต้องเอาไว้ที่สูง ขนาดเหรียญที่มีพระบรมรูปในหลวงรัชกาลที่ 9 อยู่ ก็ห้ามเดินข้ามเป็นอันขาด นอกจากนี้ พระองค์ยังเคยเสด็จมาใกล้หมู่บ้านของเธอ วันนั้นจากที่มีฝน เมฆครึ้ม พอเฮลิคอปเตอร์ของพระองค์มาถึง อากาศก็กลับสดใสราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนประชาชนทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่านี่ไงเขาเรียกว่า เทวดาเดินดิน
นายกริชชัย เงยวิจิตร นายท่า ขสมก. ทำงานที่ ขสมก. มา 27 ปี และได้มีโอกาสเข้าไปกราบพระบรมศพแล้ว เล่าให้ NoozUP ฟังว่า รู้สึกภูมิใจมากที่ได้ทำหน้าที่ของตัวเองในการให้บริการประชาชน ทั้งยังภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย เกิดมาในสมัยที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ครองราชย์ โดยในวันที่พระองค์สวรรคตนั้น ตัวเองทำงานอยู่ที่ท่ารถหัวลำโพง ตอนนั้นเศร้ามาก และถนนก็เริ่มเงียบ ทุกคนมุ่งหน้าไปศิริราชกันหมด
"ใจผมอยากไปศิริราชมากแต่ทำไม่ได้ เพราะต้องทำหน้าที่ของตัวเอง ทุกวันตั้งแต่วันนั้นผมไม่รู้สึกเหนื่อยเลย ภูมิใจด้วยที่ตอนนี้ได้มาเป็นนายท่าบริเวณสนามหลวง ได้มาอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ก็รู้สึกเหมือนได้มากราบพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ทุกวัน" นั่นคือความรู้สึกจากใจของนายท่า ขสมก. คนนี้

นายกริชชัยกล่าวทิ้งท้ายว่า "ผมอยู่ในช่วงที่ได้เห็นพระองค์ทรงงานอย่างหนัก ท่านเป็นแม่บท เป็นแม่แบบ ในชีวิตได้ทุกอย่างเลย คือถ้าเดินตามแนวทางของพระองค์ท่าน พวกเราไม่มีผิดหวังแน่นอน ส่วนในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ถึงแม้ตอนนี้ผมเองจะอายุมากแล้ว แต่ก็จะมาทำงานเต็มที่ ไม่หยุดแน่นอน"

อ่านข่าวต้นฉบับ NoozUP News คลิก 

 

 

อ้างอิง รถเมล์ไทย.คอม Rotmaethai.com


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล

ติดตามข่าวอื่นๆ