อันตรายจริง ๆ !!กรมควบคุมมลพิษ ชี้ บ่อบำบัดน้ำเสีย ซีพีเอฟ มีก๊าซแอมโมเนีย-ก๊าซไข่เน่า สูงมากตกไป 5 นาที เสียชีวิตแน่ การช่วยชีวิตทำได้โดย..

อันตรายจริง ๆ !!กรมควบคุมมลพิษ ชี้ บ่อบำบัดน้ำเสีย ซีพีเอฟ มีก๊าซแอมโมเนีย-ก๊าซไข่เน่า สูงมากตกไป 5 นาที เสียชีวิตแน่ การช่วยชีวิตทำได้โดย..

Publish 2017-06-25 07:08:24

ช่วงเกิดเหตุมีนักศึกษาสัตวแพทย์ จุฬาฯ มาฝึกงาน และเจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมได้พาเดินชม ระหว่างนั้นนักศึกษาเกิดลื่นพลัดตกลงในบ่อบำบัดน้ำเสีย และมีพนักงานของบริษัทมาช่วยเหลือ 4 คน และมีอีกคนไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ชื่อผู้เสียชีวิต 5 คน




จากกรณี เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2560 ได้เกิดเหตุคนพลัดตกบ่อบำบัดน้ำเสีย 5คน ภายในบริษัทซีพี เอฟ (ไก่ชำแหละ) ภายในซ.บางนา20 มีคนงานพลัดตกลงไปในบ่อบำบัดน้ำเสีย ขณะที่ทำงานอยู่ ได้รับรายงานเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ว่า เจ้าหน้าที่ช่วยขึ้นมาจากน้ำได้แล้ว จำนวน5 คน เสียชีวิต ชาย3 หญิง 2 ชายนำส่งโรงพยาบาลบางนา 1 จำนวน1คน เสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล และทั้ง4 คนที่ช่วยเหลือนำขึ้นมาเสียชีวิตในจุดเกิดเหตุ

 


ช่วงเกิดเหตุมีนักศึกษาสัตวแพทย์ จุฬาฯ มาฝึกงาน และเจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมได้พาเดินชม ระหว่างนั้นนักศึกษาเกิดลื่นพลัดตกลงในบ่อบำบัดน้ำเสีย และมีพนักงานของบริษัทมาช่วยเหลือ 4 คน และมีอีกคนไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ชื่อผู้เสียชีวิต 5 คน คือ

1.นส.ปัณทิกา ตาสุวรรณ 23ปี นักศึกษา ฝึกงานจากสัตวแพทย์จุฬาฯปี 5

2.น.ส. ลักษชนก แสนทวีสุข 24ปี จนท. สิ่งแวดล้อมของบริษัท

3.นายพรศักดิ์ บุญบาล 40ปี หัวหน้างานอนามัย

4.นายชาญชัย พันธุนาคิน 42 ปี หัวหน้าหน่วยซ่อมบำรุง

5.นายชาตรี สีสันดร 43ปี เป็นคนงานรายวัน

 


การเสียชีวิตของนิสิตและพนักงานของบริษัท ซีพีเอฟที่ตกบ่อบำบัดน้ำเสีย รวม 5 ศพ นายสุเมธา วิเชียรเพชร ผู้อำนวยการสำนักจัดการกากของเสียและสารอันตราย กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า กรมควบคุมมลพิษไปตรวจสอบในจุดเกิดเหตุพบว่าฝาท่อเปิดอยู่ และยังเห็นฝาบ่อตะแคงอยู่ในบ่อ การดำเนินคดีต้องมีการสอบสวนต่อไปแม้ว่าบริษัทจะมีการชดเชยเยียวยาให้ผู้เสียชีวิตก็ตาม และกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน มีหน้าที่ดูแลโดยตรงในเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย กรณีแบบนี้ในประเทศไทยเกิดขึ้นทุกปี จะพบเห็นในการขุดบ่อน้ำ การหมักขี้หมู คนลงไปช่วยก็เสียชีวิตด้วย การให้ความช่วยเหลือคนที่ตกลงไปในบ่อบำบัด พยายามใช้พัดลมเป่าไล่ก๊าซไข่เน่า ออกไปก่อน แต่อาจจะไม่มีเวลาเพียงพอ เจ้าหน้าที่ที่ลงไปช่วยเหลือต้องมีอุปกรณ์ มีถังอากาศลงไปช่วย ถ้าเกิน 5 นาที มีโอกาสสูงที่จะเสียชีวิต ซึ่งวิธีการป้องกันและการช่วยเหลือมีกฎการประกาศตามที่ได้กำหนดไว้อยู่แล้ว หากเข้าไปภายในพื้นที่ต้องดูความเข้มข้นของก๊าซและประเมินว่ามีความปลอดภัยหรือไม่ ส่วนการลงไปช่วยเหลือกรณีที่เกิดขึ้น มองว่า เป็นนิสัยของคนไทยที่มีจิตเมตตา ซึ่งต่างจากต่างประเทศ มองว่า คนที่ไปช่วยหากไม่มีอุปกรณ์หรือความรู้ ก็จะเสียชีวิตเป็นคนต่อไป ยกเว้นมีอุปกรณ์ในการช่วยชีวิตเท่านั้น


 


ส่วนความเข้มข้นของก๊าซภายในบ่อหากฝาปิดอยู่ จะมีความเข้มข้นมาก จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ระยะเวลาการเสียชีวิตคนแรกไม่ถึง 1 นาที การตรวจสอบความเข้มข้นหลังเกิดเหตุ 15.00 น.พบว่าปริมาณค่าก๊าซแอมโมเนีย อยู่ในระดับ 42 พีพีเอ็ม (ปริมาณที่สามารถทำให้เสียชีวิตได้ อยู่ที่ 300 พีพีเอ็ม) และก๊าซไข่เน่าหรือก๊าซไฮโดรเจน ซัลไฟด์ อยู่ที่ระดับ 11 พีพีเอ็ม (ปริมาณที่สามารถทำให้เสียชีวิตได้อยู่ที่ 100) แต่ช่วงที่ทั้ง 5 คน เสียชีวิต มีความเข้มข้นของค่าก๊าซแอมโมเนีย และก๊าซไข่เน่า ในระดับสูง เพราะการวัดที่ได้หลังเกิดเหตุนานพอสมควร ทำให้ก๊าซจางลง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคงจะมีการประชุมหาแนวทางและหาวิธีป้องกันและมาตรการช่วยเหลือต่อไป


 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล