จุฬาฯ ยื่นหนังสือ ‘สภา กทม.’ ทบทวนค่าธรรมเนียม ‘บำบัดน้ำเสีย’ ชี้ไม่เป็นธรรม

จุฬาฯ ยื่นหนังสือ ‘สภา กทม.’ ทบทวนค่าธรรมเนียม ‘บำบัดน้ำเสีย’ ชี้ไม่เป็นธรรม

Publish 2016-11-19 13:36:56

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน น.ส.ดาว สุวรรณแสง จั่นเจริญ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ภายหลังสภากรุงเทพมหานคร ได้เห็นชอบให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) มีการเก็บค่าบำบัดน้ำเสียในพื้นที่กรุงเทพมหานครนั้น ภาควิชาวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม จุฬาฯ ได้หารือร่วมกับหลายองค์กร อาทิ สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ฯลฯ และสรุปว่าจัดทำหนังสือยื่นต่อสภา กทม. เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน เพื่อให้สภา กทม. พิจารณาและทบทวนค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย ก่อนจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อบังคับใช้





ในการเก็บค่าบำบัดน้ำเสียนี้ กทม.วางแผนที่จะเก็บจากคนกรุงเทพฯ ที่อาศัยอยู่ใน 8 พื้นที่ที่มีการให้บริการบำบัดน้ำเสีย ประกอบด้วย หนองแขม รัตนโกสินทร์ สี่พระยา บางซื่อ จตุจักร ดินแดง ช่องนนทรี และทุ่งครุ ซึ่งมองว่าไม่เป็นธรรม เพราะคนที่อาศัยอยู่นอก 8 พื้นที่บริการนี้ ก็ปล่อยน้ำเสียทิ้งออกสู่ธรรมชาติเช่นกัน นอกจากนี้ ขอให้ทบทวนอัตราค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย ยกตัวอย่างกรณีแรก คือ อาคารที่ปล่อยน้ำเสียทิ้งออกมาในช่วง 10-100 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อเดือน ต้องจ่ายค่าบำบัดน้ำเสียเท่ากัน คือ 30 บาทต่อเดือน แสดงว่าบ้านใดใช้น้อยก็จะต้องจ่ายเท่ากับบ้านของคนที่ใช้มาก หรือกรณีต่อมา สำหรับอาคารที่ปล่อยน้ำเสียน้อย ตั้งแต่ 10 ลบ.ม.ต่อเดือน ไปจนถึงอาคารที่ปล่อยน้ำเสียมากกว่า 100 ลบ.ม.ต่อเดือน หมายความว่า อาคารที่มีการปล่อยน้ำเสียมากจ่ายน้อย ซึ่งไม่ยุติธรรม เพราะตามหลักการดูแลสิ่งแวดล้อมที่ถูกต้อง ควรเก็บค่าธรรมเนียมในรูปแบบที่ต้องจ่ายค่าน้ำประปาและค่าไฟฟ้า คือ ใช้มากก็จ่ายมาก” น.ส.ดาว กล่าว