เปิดผลชันสูตร จอร์จ ฟลอยด์ ชนวนเหตุจลาจลสหรัฐ ปธน.ทรัมป์ ขู่ใช้ทหารสยบมวลชน

Publish 2020-06-02 15:39:20


กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักไปทั่้วโล จากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในหลายมลรัฐของสหรัฐอเมริกา หลังจากเกิดกรณีความรุนแรง จากพฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจผิวขาว  กระทำความรุนแรงต่อ นายจอร์จ ฟลอยด์  ชายอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน จนเสียชีวิตอย่างน่าเศร้าสลด จนกลายเป็นกระแสเรื่องการเหยียดผิวที่เกิดขึ้นจากประเทศที่อวดอ้างว่าเป็นต้นแบบเสรีประชาธิปไตย



ล่าสุด  ประธานาธิบดีโดนัลด์  ทรัมป์  เปิดแถลงข่าวเน้นย้ำจะให้ความเป็นธรรมต่อนายจอร์จ  ฟลอยด์ (George Floyd) แต่ขณะเดียวกันก็พร้อมจะจัดการกับกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงตามเมืองในรัฐต่างๆ  โดยการส่งกำลังทหาร พร้อมอาวุธสงครามครบมือ ไปแก้ปัญหาการชุมนุมประท้วงตามเมืองในรัฐต่างๆ ทันที  

 


ประเด็นสำคัญที่ถูกจับตามอง คือ  โดนัลด์  ทรัมป์ มีการกล่าวโจมีผู้ชุมนุมอย่างดุเดือด เนื่องจากมีการก่อจลาจล พร้อมกับการปล้น ทำลายฉกชิงทรัพย์สิน  ตามสถานที่ต่าง ๆ  กลายเป็นความอัปยศอย่างร้ายแรงที่ไม่อาจยอมรับได้ 

 

พร้อมกันนี้  โดนัลด์  ทรัมป์   ยังมีการตำหนิผู้ว่าการรัฐต่างๆ  ว่า  ที่ผ่านมาไม่มีความเด็ดขาดเท่าที่ควร  จึงทำให้เหตุรุนแรงแพร่กระจายไปในหลายจุดของเมืองใหญ่  จึงขอให้มีการใช้กำลังเข้าควบคุมสถานการณ์บนท้องถนนให้อยู่ในความสงบโดยเร็ว  

 

 

แต่หากทางการของเมือง หรือ มลรัฐใด   ไม่ยอมดำเนินมาตรการจำเป็นต่อการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของพลเมือง  รัฐบาลกลางสหรัฐฯจะตัดสินใจส่งกำลังทหาร เข้าไปแก้ปัญหาแทนอย่างเร่งด่วน   ตามบทบัญญัติของ “กฎหมายว่าด้วยการจัดการกับปัญหาการก่อจลาจล” ที่ประกาศบังคับใช้เมื่อปี ค.ศ. 1807 (พ.ศ. 2350)  ที่ให้อำนาจแก่ประธานาธิบดี ในการส่งทหารเข้าไปปราบปรามการก่อจลาจลของชาวเมืองในรัฐต่างๆ ได้ 

 


นอกจานี้การพิจารณาเตรียมใช้กองกำลังทหารเข้าควบคุมสถานการณ์ความรุนแรงในสหรัฐ   ยังมีข้อสังเกตุว่าเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับการที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ทวิตข้อความ กล่าวหาว่า 

ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ทวีตอ้างว่า ทีมงานของ Joe Biden ว่าเป็นผู้บริจาคเงินให้กับกลุ่มผู้ก่อเหตุการณ์ความวุ่นวายทั้งหมด ที่เกิดจากการรวมกลุ่ม  ANTIFA หรือกลุ่มการเมืองฝ่ายซ้าย ที่ต้องการอนาธิปไตย


ทั้งนี้   Joe Biden เคยดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐฯถึงสองสมัยในยุคประธานาธิบดี  บารัค โอบามา และกำลังเป็นแคนดิเดตของพรรคเดโมแครต  ที่จะลงชิงชัยในศึกการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 2020
 

 



ส่วนกลุ่ม  ANTIFA (Anti Facist)  นายนันทิวัฒน์  สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ  ได้โพสต์ความเห็นว่า  เป็นกลุ่มเคลื่อนไหวหรือผู้ประท้วงเหตุการณ์เศร้าสลดที่เกิดกับ นายจอร์จ  ฟลอยด์    แต่ ประธานาธิบดี โดนัลด์  ทรัมป์  ประณามว่าเป็นกลุ่มฝ่ายซ้ายหัวรุนแรง ที่ต้องการยั่วยุให้การประท้วงอย่างสันติของประชาชนไปสู่อนาธิปไตย​   ด้วยจุดประสงค์ต้องการใช้อำนาสั่งการให้กองกำลังทหาร​ National Guards สามารถเข้าช่วยสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปราบปรามผู้ชุมนุมประท้วงได้

 

"การประกาศให้​ AntiFa.เป็นผู้ก่อการร้ายเท่ากับว่า​ รัฐสามารถใช้ทุกสรรพกำลังในการจัดการปราบปรามผู้ชุมนุมที่ถูกกล่าวหาว่าเป็น​  AntiFa​ ได้ " 


อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ   ระบุด้วยว่า  การประท้วงที่เกิดขึ้นและขยายตัวไปทั่วสหรัฐ​ เป็นประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชน​ คำขวัญที่ชูกันคือ​ Black Lives Matter  แปลว่า​ ชีวิตคนดำก็มีค่า​

 

แต่ขณะนี้ยังไม่เห็นกลุ่มเอ็นจีโอ​ กลุ่มสิทธิมนุษยชน​ กลุ่มแอมเนสตี้ หรือกลุ่มใดๆออกแถลงการคัดค้าน​ ประณามนายทรัมป์​  ที่จะใช้กฏหมายต่อต้านการก่อการร้ายกับผู้ชุมนุม​  ยังไม่มีการคัดค้านการใช้ความรุนแรงของตำรวจต่อผู้ชุมนุม​ 

 

หรือแม้แต่ประณามทรัมป์​ ที่กล่าวว่า​ ถ้าขโมย​ ยิงได้เลย​ Looting start. Shooting start  นี่คือ​   การใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมที่ออกมาเรียกร้องหาความยุติธรรม​ แม้แต่นักบาสเกตบอลอย่าง ไมเคิล​ จอร์แดน​ ได้ออกทวิต เรียกร้องความยุติธรรมให้กับ  ​George Floyd :  NGO HRW Amnesty where are you.


ยิ่งยวดที่สุดเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชนในสหรัฐอเมริกา ไม่ได้กระทบต่อพลเมืองมะกันเท่านั้น   แต่โดยข้อเท็จจริงความรุนแรงบานปลาย กระทบถึงคนไทยที่อาศัยอยู่ในสหรัฐฯเช่นกัน  อาทิ   ผู้ใช้เฟซบุ๊คที่ชื่อ   Sue Kiattisak ได้โพสต์ข้อความเมื่อวันที่  31 พฤษภาคม ว่า "ขโมยชัด ๆ แล้วมีหน้ามาบอกว่าต้องการความยุติธรรม  มาหาความยุติธรรมในครัวกูนี่น่ะ"    

 

 

ก่อนจะโพสต์เพิ่มเติมอีกครั้ง  แแสดงให้เห็นถึงสภาพร้านอาหารและการซ่อมแซมในจุดที่เสียหาย   " Sue Kiattisak : Cleaning day วันทำความสะอาดวันทำความสะอาด" 

 


นอกจากนี้ผู้ใช้ทวิตเตอร์ที่ใช้ชื่อ "Matt Promprasert" ได้บรรยายสภาพผลกระทบที่ได้รับจากวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น  โดยเน้นย้ำให้เห็นความเสียหายที่เกิดกับร้านอาหารของครอบครัวในเมืองพอร์ตแลนด์   หลังจากต้องดิ้นรนฝ่าปัญหาโควิด -19  ยังต้องมาเผชิญกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นซ้ำอีก 

 

 

 


ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก   SiamTownUS  โพสต์ภาพและข้อความเกี่ยวกับการดำรงชีวิตของคนไทยบางส่วน  ในช่วงที่เกิดสถานการณ์ความวุ่นวายขึ้นว่า   "ร้านอาหารไทยในย่านไทยทาวน์และใกล้เคียง รวมถึงธุรกิจต่างชาติ ตัดสินใจปิดร้าน ตีไม้กั้นประตูหน้าร้าน เพื่อป้องกักการทุบตีจากโจรฉวยโอกาส" 

 

คลิกอ่านโพสต์ต้นฉบับ


นอกจากนี้้   SiamTownUS  ยังมีการเปิดเผยผลชันสูตรศพ  จอร์จ ฟลอยด์ ด้วยว่าเป็นผลจากการที่ร่างกายขาดออกซิเจน  เนื่องจากคอและหลังถูกกดทับ เป็นเหตุให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ได้

 
"แพทย์ผู้กระทำการชันสูตรระบุในรายงายด้วยว่า น้ำหนักบนหลังของผู้ตาย ยังมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจคนอื่นที่ร่วมทำการจับกุม, กุญแจมือและท่านอนของเขา ต่างมีส่วนร่วมทำให้ระบบหายใจติดขัด และทำให้จอร์จ ฟลอยด์ เสียชีวิต"

 


ท้ายสุด ถือเป็นปฏิกริยาย้อนกลับไปถึงมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ที่ชอบแทรกแซงทางการเมืองชาติต่าง ๆ รวมถึงไทย โดยเฉพาะนับเนื่องจากสถานการณ์การก่อจลาจลโดยกลุ่มคนเสื้อแดง นปช.  จนมาถึงเหตุการณ์รัฐประหารปี 2557  หรือ กระทั่งการตัดสินใจยุบพรรคอนาคตใหม่  ตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ

 

โดยเป็นทางด้าน   นายจ้าว ลี่เจียน  โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวในช่วงหนึ่งของการแถลง เกี่ยวกับสถานการณ์ประท้วงและจลาจลสีผิวในสหรัฐ  ว่า  ประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งหมักหมมอยู่ภายใต้การบริหารประเทศมาเป็นเวลานาน ทั้งการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติและสีผิว จนมาถึงการใช้กำลังรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิต และกลายเป็นเหตุจลาจล ที่สร้างผลกระทบกับทุกฝ่ายในขณะนี้  


จากสถานการณ์ดังกล่าว รัฐบาลจีนจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะดำเนินมาตรการต่าง ๆ ไปตามความจำเป็นของกรอบของกฎหมาย เพื่อผลประโยชน์อันชอบธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ในสหรัฐอย่างเท่าเทียม

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน