จีน ตั้งข้อสงสัย ต้นตอเชื้อไวรัสโควิด-19 อาจไม่ได้มาจากค้างคาว

จีน ตั้งข้อสงสัย ต้นตอเชื้อไวรัสโควิด-19 อาจไม่ได้มาจากค้างคาว

Publish 2020-04-04 13:24:20


"วอชิงตันโพสต์" เผยแพร่บทความวิเคราะห์ต้นตอของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่ทำให้โรคโควิด-19 ระบาดหนักไปทั่วโลก ของ “เดวิด อิกเนเชียส” คอลัมนิสต์ของวอชิงตันโพสต์ ระบุถึงข่าวตื่นตะลึงและเป็นที่พูดถึงเมื่อเร็วๆ นี้ เกี่ยวกับสารคดีที่นักวิจัยของจีนบุกถ้ำค้างคาว ตอกย้ำข้อสงสัยว่า เชื้อไวรัสนี้อาจหลุดมาจากห้องทดลองที่เมืองอู่ฮั่น ต้นตอของโควิด-19 เขย่าโลก

“อิกเนเชียส” ระบุว่า ศึกโฆษณาชวนเชื่อระหว่างสองมหาอำนาจ สหรัฐอเมริกาVSจีน เรื่องต้นตอโควิด ซ้ำรอยเมื่อครั้งเกิดโรคเอดส์แพร่ระบาดในโลก เมื่อปีค.ศ.1985 หรือพ.ศ.2528 ตอนนั้นสหภาพโซเวียต กล่าวหาหน่วยข่าวกรองสหรัฐ หรือ ซีไอเอ เป็นฝ่ายผลิตเชื้อนี้ขึ้นมา

ครั้งนี้ ต้นตอต้องสงสัยหมายเลขหนึ่งคือ “ค้างคาว” แพร่เชื้อมาสู่คนได้อาจเป็นเพราะตลาดปลาหัวหนานในเมืองอู่ฮั่นที่ไม่มีสุขอนามัย หรืออีกข้อสันนิษฐานที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ตัดทิ้ง คือเกิดอุบัติเหตุขึ้นในห้องทดลอง



"วิทยาศาสตร์ดี แต่ความปลอดภัยแย่" เป็นข้อความที่ส.ว.สหรัฐ ทอม คอตทัน ทวีตตั้งข้อสงสัยนี้เมื่อวันที่ 16 ก.พ. โดยเชื่อว่า อาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นในการทดลองอาวุธชีวภาพ หรือเจตนาปล่อยออกมา จนเกิดผลเลวร้ายยิ่งกว่าโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่เชอร์โนบิลระเบิด

 

ด้านประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ผู้นำสหรัฐ และนายไมก์ พอมเพโอ รมว.ต่างประเทศ ต่างราดน้ำมันเข้ากองไฟอีก เมื่อเรียกไวรัสโคโรนานี้ว่า ไวรัสจีน และ ไวรัสอู่ฮั่น

ขณะที่จีนก็ตอบโต้ด้วยข้อหาที่ไม่รับผิดชอบและพิลึกพิลั่นขึ้นไปอีก เมื่อ”นายจ้าว ลี่เจียน” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ทวีตข้อความกล่าวหากองทัพสหรัฐเอาเชื้อไปปล่อยที่อู่ฮั่น ตอนแข่งมหกรรมกีฬาทหารโลก เดือนตุลาคม 2562



สำหรับเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรอง "ซีไอเอ" อธิบายให้ชัดๆ ว่า "ไม่มีหลักฐานใดบ่งบอกว่า ไวรัสโคโรนานี้สร้างขึ้นในห้องทดลองเพื่อเป็นอาวุธชีวภาพ งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่หนักแน่น แสดงข้อมูลว่า ไวรัสนี้ไม่ได้สร้างโดยมนุษย์ หากมีต้นตอจากค้างคาว"

ส่วนการระบาดเกิดขึ้นได้อย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องไขปริศนาให้ได้ เพื่อที่จะป้องกันการระบาดของโรค อื่นๆ ในอนาคต มาถึงจุดนี้ เรื่องราวแต่เดิมว่า มนุษย์กินเนื้อสัตว์ที่ขายในตลาดหัวหนาน เมืองอู่ฮั่น ชักเริ่มสั่นคลอน เพราะนักวิทยาศาสตร์ศึกษาองค์ประกอบของเชื้อแล้ว ไม่พบว่ามีค้างคาวขายในตลาดหัวหนาน แม้ว่าจะมีสัตว์ชนิดอื่นที่เชื่อมโยงกับค้างคาวได้

นักวิจัยที่ศูนย์ดังกล่าวเผยแพร่บทความเกี่ยวกับการไปเก็บตัวอย่างไวรัสโคโรนาค้างคาวจากพื้นที่ต่างๆ ทั่วจีน เพื่อศึกษาถึงโรคภัยในอนาคต

คำถามคือเป็นไปได้หรือไม่ที่ตัวอย่างเชื้อที่เก็บมานั้น มีตัวใดตัวหนึ่งหลุดออกมา หรือมีขยะอันตรายในสถานที่นั้นที่สามารถแพร่ระบาดได้

อย่างไรก็ตาม“ริชาร์ด อีไบรต์” ผู้เชี่ยวชาญความปลอดภัยด้านชีวภาพ และนักวิจัยจุลวิทยา ให้คำตอบกับวอชิงตันโพสต์มาว่า "การติดเชื้อของมนุษย์คนแรกอาจเกิดขึ้นในอุบัติเหตุทางธรรมชาติ ทำให้ไวรัสแพร่จากค้างคาวมาถึงคน หรืออาจผ่านสัตว์ชนิดอื่นมา"



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน