ช่างวา-ช่างโด่ง เปิดปากชมพู่ไม่ได้ถูกไฟช็อตตาย ท้าเหยียบสายไฟ ไม่หวั่นโดนดูด

ช่างวา-ช่างโด่ง เปิดปากชมพู่ไม่ได้ถูกไฟช็อตตาย ท้าเหยียบสายไฟ ไม่หวั่นโดนดูด

Publish 2020-06-22 10:08:18


เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.63 ที่บ้านของนายพิษณุพร จ.มุกดาหาร เพื่อติดตามคดีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ ได้เจอกับ น.ส.สุจิตรา ภรรยานายพิษณุพร ชี้ให้ทีมข่าวดูจุดที่ช่างต่อสายไฟออกจากบ้าน ซึ่งห่างจากตัวบ้านประมาณ 20 เมตร โดยน.ส.สุจิตรา เผยกับทีมข่าวว่า วันเกิดเหตุ 11 พ.ค.63 ช่างวากับช่างโด่งมาทำงานที่บ้านได้เตรียมสายไฟมาเอง และก็ได้มีต่อไฟออกมาจากบ้านตน และเดินไปทำงานไสไม้ใต้ต้นไม้หลังบ้าน

อีกทั้งวันเกิดเหตุ น้องชมพู่ก็ไม่ได้เดินมาที่บ้านตน เพราะหากเดินมาคนที่อยู่ที่นี่ก็ต้องเห็น ส่วนเรื่องที่พระทำนายว่าเด็กอาจจะถูกไฟช็อตตนไม่เชื่อและรู้สึกว่าไม่ถูกที่พูดแบบนี้ ตนก็ไม่ค่อยพอใจ เพราะทั้งช่างวา ช่างโด่ง และสามีตนทุกคนต่างบริสุทธิ์ นอกจากนี้ในวันปกติบ้านของตน ก็ไม่มีสายไฟระโยงระยาง จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะถูกไฟช็อต

นางตาล ชัยมะโย แม่ของนายพิษณุพร เปิดเผยว่า ตนก็ติดตามข่าวเช่นกัน ซึ่งตนไม่เชื่อที่พระรูปดังกล่าวทำนายว่าน้องชมพู่ถูกไฟช็อต เพราะปกติน้องชมพู่จะไม่เดินมาทางบ้านลูกชายตน จะมีเพียงหลานสาวตน คือ น้องขวัญ วัย 5 ปี จะเดินไปดูการ์ตูนบ้านน้องชมพู่



นอกจากนี้ที่ตนไม่เชื่อ เพราะวันนั้นไม่ได้มีแค่ช่างวา ช่างโด่ง อยู่จุดนั้น เพราะมีชาวบ้านอีกหลายคนที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ตรงจุดไสไม้ หากน้องชมพู่เดินมาแล้วถูกไฟช็อตจริง คงไม่มีใครปล่อยให้น้องเสียชีวิต คงช่วยกันนำส่งโรงพยาบาล

ทั้งนี้ตนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่ช่างวาและช่างโด่งจะเป็นคนทำ หรืออุ้มน้องไปอำพราง เพราะหากจะทำจริง ก็คงไม่สามารถลอดสายตาชาวบ้านที่อยู่ใกล้ ๆ จุดนั้นได้ แต่เมื่อพระพูดแบบนี้ ตนก็ไม่พอใจ เพราะบ้านหลังนั้นก็เป็นบ้านลูกชายตน หากไฟช็อตจริงคนก็ต้องช่วยน้องชมพู่ ตนเชื่อว่าลูกชาย ช่างวา และช่างโด่งเป็นผู้บริสุทธิ์

นายบุญทัน เชื้อตาพระ อายุ 53 ปี พยานที่สามารถยืนยันได้ว่านายพิษณุพร ไปช่วยค้นหาน้องชมพู่จริง โดยนายบุญทัน เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ 11 พ.ค.63 ตนได้โทรศัพท์คุยกับนายพิษณุพรจริง น่าจะประมาณ 09.00 น. ตอนนั้นตนยังไม่รู้เลยว่าน้องชมพู่หายตัวไป แต่จากนั้นจำเวลาไม่ได้ ตนเริ่มเห็นคนเดินในหมู่บ้านออกมาจำนวนมาก จึงเข้าไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น และได้ทราบว่าน้องชมพู่หายตัวไป

 

ในช่วงการตามหา น่าจะภายหลังเวลา 10.00 น. ตนก็เจอนายพิษณุพร และคนก็เริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะมีคนจากบ้านกกตูมมาหาช่วย ซึ่งตนก็ตามหาน้องชมพู่ตั้งแต่ตอนนั้น จนถึงเวลา 15.00 น. ก็กลับบ้าน ตนยืนยันว่าช่วงน้องหายตัวไป นายพิษณุพร ได้ออกตามหาจริง โดยส่วนตัวตนก็สนิทกับนายพิษณุพร เพราะก็เป็นเหมือนลูกหลาน ส่วนคนที่สงสัยนายพิษณุพร ตนคิดว่านายพิษณุพรไม่เกี่ยวข้อง เพราะความจริงก็คือความจริง

ช่างวา และช่างโด่ง วันนี้มาทำงานอยู่ที่บ้านของชาวบ้าน โดยมาเลื่อยไม้ ไสไม้ จังหวะที่ทีมข่าวเข้ามาเป็นช่วงที่ช่างวาไสไม้อยู่พอดี ซึ่งเสียงของการไสไม้ค่อนข้างดัง หากยืนนาน ๆ จะเกิดอาการหูอื้อได้

ช่างวา เปิดเผยว่า ตนเข้าไปทำงานบ้านแอ๋มจริง ในวันที่ 11 พ.ค.63 ซึ่งตนไปถึงบ้านนายแอ๋ม ในช่วงเวลา 07.00 น. เพื่อจะมาคุยงานกัน ส่วนนายโด่งตามมาทีหลัง โดยเข้ามาช่วง 08.00 น. เมื่อตนไปถึงบ้านแอ๋ม ตนก็ยังเห็นน้องชมพู่อยู่ที่บ้าน โดยเข้าไปทักทาย
 



ทั้งนี้ตนยอมรับว่าตอนที่ทำงานที่บ้านแอ๋ม มีเหตุการณ์ไฟดับ แต่ไม่ใช่ดับเพราะไฟช็อตหรือไฟดูด ซึ่งสายไฟที่ตนนำไปใช้นั้น อยากให้ลองเหยียบดูว่าไฟจะดูดหรือไม่ ส่วนตัวอยากให้ทีมข่าวพาพระรูปที่ออกมาให้ข้อมูลมาหาตน ตนจะเตรียมพยาน หลักฐาน ทนายเพื่อสู้คดี ซึ่งพระยังไม่ยอมเปิดเผยตัวตนเลย ตนอยากถามว่าใครจะเชื่อ ซึ่งสิ่งที่พระพูดเป็นเพียงสมมติฐานเท่านั้น แต่เหตุการณ์จริงไม่มี

วันเกิดเหตุหลังจากรู้ว่าน้องชมพู่หายตัวไป ตนก็เริ่มเก็บเครื่องมือแล้ว เพราะคนเริ่มออกตามหาน้องชมพู่ อย่างไรก็ตามตนไม่เคยเล่นกับเด็ก เพราะน้องชมพู่ไม่ให้เข้าใกล้ เวลาเจอก็แค่เรียกทักทาย ส่วนวันเกิดเหตุยืนยันว่าไม่ได้ยินอะไร เพราะเสียงไสไม้ดัง ขอยืนยันว่าน้องชมพู่ไม่ได้ถูกไฟช็อต หากใครมีหลักฐานให้เอาไปให้ตำรวจ ให้ยื่นข้อมูลต่อศาล ตนมั่นใจในความบริสุทธิ์ ตอนทำงานก็ทำงานทั้งวัน เจ้าของบ้านก็มานั่งดู นายโด่งก็ไม่ได้หายไปไหน ส่วนตัวอยากบอกไปถึงพระ ร่างทรง ขอให้หยุด ชาวบ้านเหนื่อยและลำบาก ขอให้เปิดช่องว่างให้เจ้าหน้าที่ทำงาน

ช่างโด่ง ซึ่งไม่ให้สัมภาษณ์ บอกข้อมูลเพียงว่าวันเกิดเหตุตนก็อยู่กับช่างวา อีกทั้งยังให้ทีมข่าวลองถอดรองเท้า ถุงเท้า เดินเหยียบบนสายไฟสีเทา ซึ่งเป็นสายที่ใกล้เคียงกับที่ต่อไปใช้ในวันเกิดเหตุ ว่าไฟจะช็อตหรือไม่ ซึ่งพบว่าลองเดินแล้วไฟไม่ช็อต ไม่รั่ว



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน