หมอโพสต์แชร์ประสบการณ์ เจอหนุ่มป่วยทางจิตยัดเศษไม้ในโพรงจมูก จนติดเชื้อหนอง ส่งกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง

Publish 2019-04-16 13:09:38


(16 เม.ย.) ผู้สสื่อข่าวรายงานว่าได้มีชาวโลกโซเชี่ยลเข้าไปติดตามชมและแสดงความคิดเห็นในเฟซบุ๊คของ “Arak Wongworachat “ หรือนายแพทย์อารักษ์  วงศ์วรชาติ ผอ.โรงพยาบาลสิชล จ.นครศรีธรรมราช หลังจากที่เมื่อวานนี้ (15 เม.ย.) ได้โพสต์ข้อความ ว่า “เศษไม้กว่า 40 ชิ้นในโพรงจมูก เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผู้ป่วยชายอายุ 47 ปี ญาติพบว่าเมื่อเข้าใกล้จะมีกลิ่นเหม็นเน่า ลมหายใจกลิ่นแรงมาประมาณ1เดือน คิดว่าเป็นโรคภูมิแพ้ หรือไซนัสอักเสบ จึงตัดสินใจพามาโรงพยาบาล แพทย์เวรตรวจพบว่าในจมูกมีหนองไหลจึงส่งปรึกษาหมอหู คอ จมูก ส่องกล้องเข้าไปดูพบมีไม้เสียบในรูจมูก จึงเซ็ทเข้าห้องผ่าตัดเพื่อดมยาสลบ สิ่งที่เอาออกมาน่าตกใจมากครับ มีเศษไม้สั้นบ้างยาวบ้าง กว่า 40 ชิ้น มันเข้าไปอยู่ได้อย่างไร”

 

                นายแพทย์อารักษ์  วงศ์วรชาติ ผอ.โรงพยาบาลสิชล จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ๆ และคนไข้รับการรักษาที่ รพ.สิชล เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  และเป็นคนไข้ที่เราเจอไม่บ่อยที่มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปอยู่ในร่างกายโดยเฉพาะในโพรงจมูก และในรายนี้เป็นผู้ใหญ่ด้วย ซึ่งโดยปกติแล้วกรณีอย่างนี้มักจะพบเจอในเด็ดเสียมากกว่า เด็กเล็ก ๆ อายุ 1-3 ขวบโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ที่เอาสิ่งแปลกปลอม อาจจะเป็นกระดาษทิชชู่ สำลี เศษไม้ ของเล่นชิ้นเล็ก ๆ แบบแบตเตอรี่นาฬิกาที่ผู้ปกครองอาจจะทิ้งไว้เรี่ยราดเด็กก็จะเอาไปใส่ในโพรงจมูก และผู้ปกครองจะรู้อีกทีก็ต่อเมื่อสังเกตเห็นว่าเด็กหายใจติดขัด หรือมีน้ำมูกไหลข้างเดียว มีหนองไหล และสังเกตเห็นว่าลมหายใจอาจจะมีกลิ่นเหม็นเน่าผิดปกติ เพราะสิ่งแปลกปลอมเมื่อมันอยู่ในร่ากายมันจะมีปฎิกิริยาทำให้เกิดมีการติดเชื้อและทำให้เกิดอันตรายได้หากมันลงไปสู่หลอดลม หรือติดเชื้อเป็นหนองอยู่นาน ๆ  ในตำแหน่งตรงนี้มันอยู่ใกล้สมองมาก มันอาจจะทำให้เกิดการติดเชื่อในสมองได้

 

 

 

 



สำหรับในกรณีผู้ใหญ่ก็เจอได้ผมจึงอยากจะสื่อออกไปเพื่อเป็นอุทาหรณ์ และหากผู้ปกครองหรือผู้ดูแลไม่สังเกตดี ๆ ก็จะไม่รู้ว่าคนเหล่านี้มีพฤติกรรมผิดปกติแบบนี้มานานแล้ว โดยการเอาสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในร่างกายในผู้ใหญ่เราเจอได้ในบุคคล 3 ประเภท  1.บุคคลที่มีอาการผิดปกติหรือภาวะทางจิตหรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า “โรคจิตเภท” หรือ schizophrenia) คนเหล่านี้จะมีอาการหลงผิด หรือภาวะ Delusional โดยจะคิดว่ามีใครสั่งให้เอาไม้หรือสิ่งแปลกปลอมใส่เข้าไปในโพรงจมูก หรือบางคนที่กลืนตะปูซึ่งเคยเป็นข่าวโด่งดังมาเมื่อหลายปีก่อน เขากลืนลงไปเยอะแยะโดยเขาไม่มีความเจ็บปวดเลย จะมีอาหารเมื่อค้างอยู่นานเป็นอาทิตย์สองอาทิตย์ และเกิดอาการติดเชื้อ และในกรณีสิ่งแปลกปลอมในโพรงจมูกเมื่อเกิดการติดเชื้อ มีกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง หนองไหลออกทางจมูกซึ่งกรณีผู้ป่วยรายนี้ก็เช่นเดียวกัน โดยตอนที่เขาพามาพบแพทย์ที่ห้องฉุกเฉิน รพ.สิชล หมอก็สังเกตเห็นหนองไหลออกทางจมูกและมีกลิ่นเหม็นเน่ามาก จึงส่งกล้องเข้าไปดู แต่ก็ไม่เห็นเศษไม้ คนไจ้ก็ไม่สมารถบอกได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น จนทาง รพ.สิชล ไดจัดส่งเคสนี้ไปปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง หู คอ จมูก แต่คนไข้ก็ไม่ค่อยให้คามร่วมมือเท่าไหร่ จนในที่สุดให้อดอาหารและให้น้ำเกลือ ก่อนดมยาสลบ หลังจากนั้นใช้กล้องส่งเข้าไปและมีอุปกรณ์ในการคีบสิ่งแปลกปลอมออกมา ยอมรับว่าตกใจ โอ้โอ่มันเยอะมากเลย มันเยอะมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ตามปกติมีแค่หนึ่งชิ้นสองชิ้นหรือมากสุดก็สามชิ้น แต่ในรายนี้มีทั้งชิ้นเล็กชิ้นใหญ่ สั้นบ้าง ยาวบ้างรวมแล้วกว่า 40 ชิ้น

 

                ผอ.รพ.สิชล กล่าวอีกว่าในประเภทที่ 2 ในผู้ใหญ่ที่เราเจอ เช่นในกรณีที่ผู้ป่วยต้องการที่จะเรียกร้องความสนใจ ออกจากที่คุมขัง เช่น คนที่อยู่ในเรือนจำ  สถานกักขังต่าง ๆ ทัณฑสถานวัยหนุ่มอะไรต่าง ๆ โดยทำให้ตัวเองรู้สึกว่าเจ็บป่วยและจะได้ออกกมานอนโรงพยาบาล ส่วนประเภทที่ 3 คือประเภทพวกแกล้งทำ เป็นพวกที่ต้องการเรียกร้องผลประโยชน์ให้ตัวเองมความเจ็บป่วย ให้ได้เงินประกันชีวิตและที่เราเจอกันบ่อย ๆ คือประเภทที่ไม่อยากไปเกณฑ์ทหารก็ต้องทำให้ตัวเองเกิดอาหารเจ็บป่วยขึ้นมา อยากจะสรุปวาหากมีคนไข้เช่นนี้ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลจะต้องคอยสังเกตดูแลใกล้ชิดอย่าให้ขาดยาและต้องไปพบหมอสม่ำเสมอ

 

 

 



“หากพบทราบว่ามีสิ่งแปลกปลอมในร่างกายหรือในโพรงจมูก อย่าพยายามทำเอง โดยเฉพาะในเด็ก ๆ โอกาสที่สิ่งแปลกปลอมจะหลุดเจ้าไปในหลอดลมทำให้หายใจติดจัด หายใจยากลำบาก มันมีความเสี่ยงมากจะต้องเพื่อเข้าสู่การรักษาที่ถูกต้องโดยเร็ว หากถามว่าหากทิ้งไว้นาน ๆ จะเกิดอะไรขึ้น ตอบว่าจะเกิดอาหารติดเชื้อ ที่น่าเป็นห่วงจุดโพรงจมูกมันอยู่ใกล้สมองมากทำให้โอกาสที่จะติดเชื้อในสมองมีสูงมาก  ในรายนี้เขาไม่ได้บอกว่าเอาสิ่งแปลกปลอมใส่ในโพรงจมูก และเขาไม่ให้ความร่วมมือ แต่สิ่งที่ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลสังเกตพบคือเวลาเข้าใกล้จะมีกลิ่นเหม็นเน่าจากลมหายใจรุนแรงมาก และคนไจ้มีน้ำมูกไหลข้างเดียวอยู่ตลอดเวลา จนกลายเป็นหนอง เมื่อจะเข้าไปดูคนไข้ก็ไม่ยอมให้ดู จนในที่สุดญาติ ๆ ก้องพามา รพ.สิชล ซึ่งในขณะนี้คนไข้เป็นปกติแล้ว”

 

                นายแพทย์อารักษ์  วงศ์วรชาติ กล่าวในตอนท้ายอีกว่า ในกรีเด็ดดกเล็ก ๆ หมออยากจะฝากเตือนไปยังพ่อแม่ ผู้ปกครอง ว่าอย่าทิ้งวัสดุ สิ่งของชิ้นเล็ก ๆ ไว้เรี่ยราดึ่งเด้กอาจจะนำไปใส่ในโพรงจมูกได้ และอาจจะสังเกตดูว่ามีน้ำมูกไหลทางจมูกข้างใดข้างหนึ่งหรือเปล่า  ส่วนในผู้ใหญ่หากมีผู้ป่วยทางจิตอยู่ในครอบครัวอย่าให้ขาดยาและเข้ารับการรักษา พบหมอที่โรงพยาบาล พบจิตแพทย์คอยดูแลอย่าให้เกิดภาวะหลงผิด อาการพวกนี้สามารถป้องกันได้ ในรายนี้หลังจากแพทย์แน่ใจว่าเอาเศษไม้ออกจากโพรงจมูกหมดแล้วกว่า 40 ชิ้นก็ให้นอนพัก ให้ยาฆ่าเชื้อจนโพรงจมูกแห้ง จากนั้นแพทย์ส่องเข้าไปดูอีกครั้งก็พบว่าเหยื่อโพรงจมูกก็กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม แพทย์ก็อนุญาตให้กลับบ้านไปแล้ว

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับเศษไม้ที่ผู้ป่วยรายนี้ใส่ในโพรงจมูกกว่า 40 ชิ้นนั้นประกอบด้วย ไม้จิ่มหัน เศษไม้เสียลูกชิ้น  เศษไม้เสียบน้ำแข็งบอก ก้านใบไม้ กิ่งไม้ ต้นหญ้าบางชนิด เป็นต้น.

 

 

 

 

ขอบคุณภาพ/นายแพทย์อารักษ์ วงศ์วรชาติ

ข่าว  ยุทธนะ  เตมะศิริ สำนักข่าวทีนิวส์นครศรีธรรมราช

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวภูมิภาค

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ยุทธนะ เตมะศิริ