รัฐฯไฟเขียวแจก 3.45 พันล้าน ให้ชาวสวนปาล์ม พี่น้องชาวสวนยางชื่นมื่นได้เงินอุดหนุนด้วย

Publish 2018-12-06 11:27:42



ถือเป็นข่าวดีต้อนรับปีใหม่ที่ทำให้ชาวสวนยางได้กระชุ่มกระชวยหัวใจกันถ้วนหน้า สืบเนื่องจากกรณีก่อนหน้านี้ นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้ทำการหารือร่วมผู้ส่งออกยางพารา 5 ราย เพื่อทำการแก้ไขปัญหายางพาราในเบื้องต้น ประกอบด้วย

1. บริษัท ไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน)
2. บริษัท วงศ์บัณฑิต จำกัด 
3. บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน)
4. บริษัทยางไทยปักษ์ใต้
5. บริษัท เซาท์แลนด์ รับเบอร์ จำกัด
 
พร้อมกำหนดมาตรการเสนอครม. ใช้งบกลางเพื่อนำมาอุดหนุน ไร่ละ 1,500 บาท ทั้งนี้จะมีการพิจารณาทำการสำรวจไร่ให้มากขึ้น เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาราคายางตกต่ำให้ได้มากที่สุด 

ล่าสุด 6 ธ.ค. 2561 มีรายงานว่า นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เผยถึงความคืบหน้าว่าขณะนี้ ครม.อนุมัติโครงการช่วยเหลือและสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง ประจำปี 2561 - 2562 เพื่อเป็นการช่วยเหลือชาวสวนและคนกรีดยาง ที่ขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย มีจำนวนทั้งสิ้น 999,065 ราย และคนกรีดยาง 304,266 ราย รวมเนื้อที่ 9,448,447 ไร่ โดยให้ความช่วยเหลือเกษตรกร ตามพื้นที่เปิดกรีดจริง ไร่ละ 1,800 บาท ไม่เกินรายละ 15 ไร่ เจ้าของสวนยางได้รับ 1,100 บาทต่อไร่ และคนกรีดยาง 700 บาทต่อไร่

 



นอกจากนี้ ครม.ยังอนุมัติ โครงการบริหารจัดการรักษาเสถียรภาพราคายางพาราของสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางให้ต่ำกว่าราคาตลาด เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันการเงินสถาบันเกษตรกร ให้รวบรวมยางพาราเพื่อส่งออกไปต่างประเทศภายใต้วงเงิน 5,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างศักยภาพผนึกกำลังในการดำเนินธุรกิจแปรรูปยางส่งออกให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด 
 
สำหรับระยะเวลาจ่ายเงินกู้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2562 กำหนดชำระคืนไม่เกิน 12 เดือนนับจากวันที่กู้เงิน โดยที่สถาบันเกษตรกร หรือ สหกรณ์จะรับภาระดอกเบี้ยเพียง 0.01% ต่อปี และรัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ยให้ ธ.ก.ส.ในอัตรา 3.99% ต่อปีรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 199.50 ล้านบาท โดยให้ธ.ก.ส. จัดสรรงบประมาณรายปีประจำปีตามภาระที่เกิดขึ้นจริง
 

ทั้งนี้ยังอนุมัติเพิ่มเติมให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณอุดหนุนจ่ายขาดให้กับสถาบันเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเพื่อเป็นค่าบริหารจัดการในการรวบรวมยางพาราในอัตรา 2 บาท/กก. ผ่านกรมส่งเสริมสหกรณ์รวมเป็นเงินทั้งสิ้นไม่เกิน 200 ล้านบาทส่วนโครงการ 1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตร อีกด้วย

 



ไม่เพียงแต่เท่านี้ เพราะยังมีรายงานเพิ่มเติมให้ชาวสวนปาล์มได้ชื่นมื่นไม่น้อยหน้ากัน เมื่อนายณัฐพร กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน ก็ได้รับการอนุมัติแล้วเช่นกัน โดยจะจ่ายเงินช่วยเหลือให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มในอัตราไร่ละ 1,500 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 15 ไร่ หรือครัวเรือนละไม่เกิน 22,500 บาท วงเงินรวม 3,458 ล้านบาท แบ่งเป็นงบประมาณที่จะจ่ายให้เกษตรกรวงเงิน 3,375 ล้านบาท ,งบประมาณชดเชยต้นทุนเงินให้ ธ.ก.ส. จำนวน 73.4 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและค่าธรรมเนียมโอนเงินของธ.ก.ส. วงเงิน 1.5 ล้านบาท และงบบริหารโครงการ 8.3 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินโครงการ 10 เดือน ตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2561 - ก.ย. 2562
 
อย่างไรก็ตามงบประมาณที่จะมาใช้ในโครงการจะให้ทาง ธ.ก.ส. สำรองจ่ายไปก่อน จากนั้นจึงจะเสนอให้ขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ตามความเหมาะสมเป็นขั้นตอนต่อไปเพื่อเป็นการชดเชยตามจำนวนเงินที่จ่ายล่วงหน้าจริง ขณะนี้มีเกษตรกรกรชาวสวนปาล์มที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตร ในส่วนที่ปาล์มน้ำมันให้ผลผลิตแล้วหรือมีอายุเกิน 3 ปี มีจำนวน 150,000 ราย พื้นที่รวม 2.25 ล้านไร่

 



เรียบเรียงโดย

เอกชัย เรืองฉาย