เป็นผู้ใหญ่ต้องใจกว้าง อาม ชุติมา ถึงร่ำไห้ก้มกราบ เจ้าของค่ายนายพลยอมปลดล็อคสัญญา โดนจับเซ็นซ้อนไหทองคำ

เป็นผู้ใหญ่ต้องใจกว้าง "อาม ชุติมา" ถึงร่ำไห้ก้มกราบ เจ้าของค่าย"นายพล"ยอมปลดล็อคสัญญา โดนจับเซ็นซ้อนไหทองคำ

Publish 2018-10-30 16:20:58


จากกรณีดราม่าเรื่องลิขสิทธิ์เพลงระหว่าง อาม ชุติมา กับนายห้างต้นสังกัดเก่า นายประจักษ์ชัย ไหทองคำ ที่ตอนนี้เกิดการโต้เถียงกันผ่านโลกออนไลน์แบบนับไม่ถ้วนในแต่ละวัน ซึ่งนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้ดำเนินการช่วยเหลือนักร้องสาวดำเนินคดีให้ถึงที่สุด 



จนกระทั่งฝ่ายนายห้างไหทองคำ ได้ให้ทนายความฟ้อง อาม ชุติมา เป็นจำนวนเงินสูงถึง 21 ล้านบาท ฐานทำผิดสัญญา ตามที่ได้มีการนำเสนอไปแล้วนั้น 

 

 

ล่าสุดรายการโหนกระแส วันที่ 30 ต.ค. 2561 ดำเนินรายการโดย "หนุ่ม" กรรชัย กำเนิดพลอย ได้เปิดใจสัมภาษณ์ “อาม ชุติมา” ที่มาพร้อมกับ “พรพล” เจ้าของค่ายนายพล รวมทั้ง “อัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์” และ “ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์” โดยนายพรพล เจ้าของค่ายนายพล ได้รวมเปิดใจถึงการเซ็นสัญญาซ้อนของอาม

 

บอกว่า "ไม่ได้รู้กัน เริ่มแรกผมไม่รู้จักอามเป็นการส่วนตัว แต่นับถือเขาเป็นเด็กที่เก่งคนหนึ่ง วันที่ 6 เดือน 6 ปี 61 พอไปปุ๊บ ผมก็ว่าน้องคนนี้ เขาไม่อยากอยู่กับค่ายไหทองคำ ผมก็ช่วยเขามาตลอด พยายามคุยกับประจักษ์ชัยว่าให้คุยกันดีๆ หาทางออกดีๆ กัน น้องยังเด็ก น้องก็ทำให้คุณพอสมควรแล้ว นี่เราคุยกัน น้องอามก็ถามผมก่อนกลับว่าหนูขึ้นงานได้มั้ย ทำการแสดงได้มั้ย ผมช่วยเหลือเขาตั้งแต่วันนั้นแล้ว ผมบอกว่ารับงานได้ ผมบอกว่าอามขึ้นเลย มีอะไรเดี๋ยวผมไปช่วย ทุกที่ ผมไม่มีเจตนาตรงนั้นอยู่แล้ว คุณประจักษ์ชัยต้องฟ้องผมด้วยตอนนี้ เพราะผมไปทำสัญญาซ้อน ไม่มีการรู้กัน ผมเปิดตรงนี้ได้มั้ยอามจะได้เห็น

 

นายพล เจ้าของค่ายเพลง



ส่วนเรื่องการผิดสัญญาเรียกค่าเสียหาย เป็นเงิน 2 ล้านบาท ?


นายพล : “ไม่มีล้านเปอร์เซ็นต์ ถ้าผมรู้เห็นเป็นใจกับเขาผมก็ต้องดับเครื่องชนกับเขา เพราะผมก็ถือตัวนั้นไว้ เขาก็ถือไว้ ผมมีสิทธิ์ฟ้องเขา แต่ผมไม่เคยตอบโต้อาม ทุกครั้งไม่เคยเลย บริษัทนายพล เรารู้ว่าเราอยู่ในที่ของเรา เราไม่เคยตอบโต้กับเด็ก ตอบโต้ไปเราก็เสีย แล้วอามไปให้สัมภาษณ์ ผมก็ไม่ติดใจ เพราะเขายังเด็ก ผมไม่ได้หลอกเขา การที่เขาต้องเซ็น ผมจะบอกว่าประจักษ์ชัยต้องด่าผม”


สำหรับเรื่องความเห็นการฟ้องร้องเด็กเป็นจำนวนเงินสูงถึง 21 ล้าน ?

นายพล “ผมว่าเงินไม่เท่าไหร่ เข้าใจความรู้สึกและศักดิ์ศรี แต่ผมคิดว่าคุณประจักษ์ชัยไม่ใช่คนใจร้ายขนาดนี้ ลึกๆ เขาก็เป็นคนดีคนหนึ่ง แต่คอนเน็กชั่นเขาอินดี้ การพูดจาโผงผางไปนิดนึง ผมก็เตือนประจักษ์ชัยแล้ว เรามาคุยกันดีๆ สองเรามีทางออกอย่างไร ไม่ต้องไปฟ้องหรอก”


จากนั้น เจ้าของค่ายนายพล ได้กล่าวว่าทิ้งท้ายว่า “ผมก็บริสุทธิ์ใจกับน้องอามมาตลอด ผมเอ็นดูเขาเหมือนลูกเหมือนหลาน ถ้าผมเป็นคนอคติกับเขาหรือเคี่ยวกับเขา ผมก็ต้องสู้กับเขา แต่ผมไม่ทำ ผมเลือกคืนให้น้อง ให้น้องไปนอนคิดว่าผมทำให้เขาโดยที่ผมไม่ได้หลอกเขา เราบริสุทธิ์ใจอยากช่วยเขาจริงๆ อยากให้เขาเติบโตในวันข้างหน้า”


อามมีสัญญาสองเด้ง เด้งแรกอยู่กับประจักษ์ชัย กับอีกอันสัญญาศิลปิน สิทธิ์นักแสดงอยู่กับค่ายนายพล? 

ทนายสงกานต์ : “แล้วคู่กรณีของอามไปให้ข่าวว่าถ้าเขาเป็นอาม ทำสัญญาซ้อน ผูกคอตายดีกว่า มันเจ็บปวดนะ เดิมที เมื่อวานใครบางคนนัดกับพี่อัจไว้ แต่ไปเฉลยในรายการ ว่าไปฟ้องในรายการตั้งแต่ 9 โมง เป็นเทคนิค ผมฟังแล้วตกใจ เขาบอกว่าฟ้องก่อนได้เปรียบ ผมงง คิดอย่างนี้ได้ไง


วันนี้น้องอามฟังนายห้างพลแล้วเคลียร์มั้ย?

อาม : ค่ะ ไม่ติดใจอะไรแล้ว

พรพล : ผมไม่ได้ต้องการอามหรอก แต่ผมพูดกับอามตลอดว่าเขาอยากออกจากไหทองคำแน่ อามบอกว่าหนูบอกนายห้างไปแล้ว ผมก็บอกทุกอย่าง ผมจะไปนั่งทำไม 7-8 ชม. ไปเคลียร์เรื่องคิวอย่างเดียว ถูกมั้ย 

ทนายสงกานต์ : “เขียนบันทึกยกเลิกต่อหน้าประชาชนได้มั้ย”
    

พรพล : “แน่นอนครับ คืนให้เลยครับ”

 

 

 

 

จากนั้นนายพล ได้เซ็นยกเลิกสัญญากับอาม ต่อหน้าทนายสงกานต์ และนายอัจฉริยะทรัพย์ ก่อนอาม ชุติมา จะร่ำไห้กล่าวก้มกราบขอบคุณนายพลพร้อมผู้ใหญ่และประชาชนที่เป็นกำลังใจให้ ก่อนจะอยากขอโอกาสจากคู่กรณีให้มาไกล่เกลี่ย พูดคุยกัน

 

 

 

 

 

จากเฟซบุ๊ก อาม ชุติมา 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณรายการ : โหนกระแสช่อง 3 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : อาม ชุติมา 
 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล