น้ำตาซึมหนัก หนุ่มเล่าถึงพ่อป่วยมะเร็ง แต่ไม่มีโอกาสได้รักษา ตอกย้ำเหตุผล ทำไมคนไทยถึงต้องช่วยสนับสนุนยาตัวใหม่?

น้ำตาซึมหนัก หนุ่มเล่าถึงพ่อป่วยมะเร็ง แต่ไม่มีโอกาสได้รักษา ตอกย้ำเหตุผล ทำไมคนไทยถึงต้องช่วยสนับสนุนยาตัวใหม่?

Publish 2018-10-25 12:43:54


จากกรณีข่าวที่ทาง กองทุนภูมิคุ้นกันบำบัดมะเร็ง ได้มีการวิจัยยาต้านมะเร็งและผลิตตัวยาต้นแบบออกมาได้สำเร็จแล้ว ซึ่งตอนนี้กำลังเปิดรับบริจาคเพื่อสมทบทุนช่วยเหลือในการนำตัวยานี้เข้าโรงงานผลิต และจะทำการทดลองใช้ยาตัวนี้รักษาคนไข้ในล็อตแรกฟรี เพื่อเป็นการทดสอบตัวยา โดยยาตัวนี้ได้รับรางวัลการันตีด้วยรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ประจำปี 2018 และทางประเทศอเมริกาจะประกาศในปี 2020 ว่า "มะเร็งเป็นโรคที่ควบคุมได้"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : คนไทยไม่แพ้ใครในโลก! ทีมงาน#ก้าวคนละก้าว ชวนสนับสนุน "แพทย์จุฬาฯ" ทดลองยาใหม่รักษามะเร็ง ไม่ต้องใช้คีโม แถมราคาถูก

 

 

 

 

 

 

 



หลังจากที่ได้มีการประกาศลงในโลกออนไลน์ออกไปแล้ว สำหรับผลการวิจัยของการผลิตยาต้านมะเร็ง ก็ทำให้มีประชาชนสนใจโครงการนี้และช่วยกันบริจาคเงินสมทบทุนเข้ามาอย่างล้นหลาม ซึ่งยอดของเงินที่ทาง กองทุนภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง ต้องการคือ 10 ล้านบาท เพื่อจะนำไปใช้ในการนำตัวยาต้นแบบนี้ผลิตออกมาล็อตแรก แต่ผลการตอบรับดีเกินคาดหมายที่ตั้งเอาไว้ เพราะหลังจากที่ประกาศออกไปเพียงแค่ 4 วัน ยอดเงินบริจาคก็พุ่งสูงถึง 33,727,121.51 บาท เลยทีเดียว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ชาวโลกต้องทึ่ง! พลังน้ำใจไทย สมทบยอดบริจาค "หมอไต่" ใช้วิจัยยาต้านมะเร็งพุ่งทะลุเป้า เตรียมเดินหน้าเข้าโรงงานผลิต 

 

 

 

 

 

 



(ยอดบริจาคของวันที่ 22 ตุลาคม 2561)

 

 

 

 

 

 

ทั้งนี้หลังจากที่ทาง กองทุนภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง ได้ประกาศว่าประเทศไทยจะมียาต้านมะเร็งที่สามารถรักษาคนไทยที่ป่วยให้หายขาดได้ ทางผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Yoke Onout  จึงได้ออกมาเล่าเรื่องราวของพ่อตนเอง ที่ป่วยด้วยโรคมะเร็ง แต่ไม่มีโอกาสได้ใช้ยาต้านมะเร็งตัวนี้รักษา 

 

 

 

 

 

(ตัวยาต้นแบบรักษามะเร็ง)

 

 

 

 

เพราะในตอนนั้นประเทศไทยยังไม่มีการจัดทำตัวยานี้เอง มีเพียงยาของต่างประเทศซึ่งมีราคาสูงมาก ทำให้สู้ค่ารักษาพยาบาลไม่ไหว และเนื่องจากตอนนั้นหมอก็ยังไม่มีการการันตีว่า หากได้รับการฉีดยาตัวนี้แล้วจะรักษาได้หายขาดมั้ย

 

 

 

 

 

 

(โพสต์ดังกล่าว)

 

 

 

 

 

ทางพ่อของตนจึงบอกว่า ให้เอาไปเงินมาใช้เพื่อหาความสุขดีกว่า ซื้อโน่นกินนี่ให้มีความสุข เอาไปเป็นค่ายาค่าดูแลแม่มีประโยชน์กว่า โดยทางหมอจึงได้ให้รักษาพ่อไปตามอาการ เมื่อทางผู้ใช้เฟซบุ๊ก Yoke Onout เห็นว่าทางศูนย์วิจัยฯ ได้จัดทำโครงการเกี่ยวกับยาต้านมะเร็ง และกำลังเปิดให้ประชาชนร่วมสมทบทุนผลิตยา ตนจึงนำเรื่องราวของพ่อออกมาแชร์ให้เกิดประโยชน์ เพื่อให้เรื่องราวของพ่อตนได้ช่วยเหลือคนอีกหลายคน และให้ประชาชนได้ร่วมกันสมทบทุนกับโครงการนี้ เพราะถือเป็นกุศลที่ยิ่งใหญ่

 

 

 

 

 

 

 

(โพสต์ดังกล่าว)

 

 

 

 

 

 

(โพสต์ดังกล่าว)

 

 

 

 

 

(โพสต์ดังกล่าว)

 

 

 

 

 

(โพสต์ดังกล่าว)

 

 

 

 

 

(โพสต์ดังกล่าว)

 

 

 

 

 

(เจ้าของโพสต์และคุณพ่อ)

 

 

 

 

 

ล่าสุดทางเฟซบุ๊ก CU Cancer Immunotherapy Fund ได้ออกมาอัพเดทยอดบริจาคของโครงการนี้ โดยยอดจากวันที่ 22 ตุลาคม 2561 ที่ประกาศโครงการนี้ออกไปเพียง 4 วัน ก็มียอดถึง 33,727,121.51 บาท แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2561 ยอดบริจาคได้เพิ่้มสูงขึ้นมาเป็น 73,145,760.69 บาทแล้ว 

 

 

 

 

 

 

(ยอดเงินบริจาควันที่ 24 ตุลาคม 2561)

 

 

 

 

 

ซึ่งถือเป็นเรื่องราวที่น่ายินดี ที่คนไทยได้ร่วมกันสมทบทุนกับโครงการนี้ เพื่อให้ยาต้านมะเร็งตัวนี้ เป็นยาของคนไทยทุกคน และเพื่อเป็นการช่วยผู้ป่วยโรคมะเร็งทุกคนมีโอกาสหายจากโรคนี้อีกด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

(คุณพ่อ คุณแม่ เจ้าของเฟซบุ๊ก)

 

 

 

 

 

 

(หลังจากแชร์เรื่องราวออกไป มีชาวเน็ตเข้ามาช่วยบริจาคเพิ่มขึ้น)

 

 

 

 

 

(หลังจากแชร์เรื่องราวออกไป มีชาวเน็ตเข้ามาช่วยบริจาคเพิ่มขึ้น)

 

 

 

 

 

(หลังจากแชร์เรื่องราวออกไป มีชาวเน็ตเข้ามาช่วยบริจาคเพิ่มขึ้น)

 

 

 

 

 

(หลังจากแชร์เรื่องราวออกไป มีชาวเน็ตเข้ามาช่วยบริจาคเพิ่มขึ้น)

 

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูล : Yoke Onout / CU Cancer Immunotherapy Fund

 

 

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

จิตติพร ศรีโยธา

ติดตามข่าวอื่นๆ