ทำตามคำร้องขอ พ่อเสี่ยเกาะเต่านำมอไซค์สุดรักจอดข้างโลงศพ ก่อนพากลับอุดรฯ สะใภ้น้ำผึ้งทักยังผ่อนไม่หมด

ทำตามคำร้องขอ พ่อ"เสี่ยเกาะเต่า"นำมอไซค์สุดรักจอดข้างโลงศพ ก่อนพากลับอุดรฯ สะใภ้"น้ำผึ้ง"ทักยังผ่อนไม่หมด

Publish 2018-09-15 17:00:54

จากกรณีนายพัธรพล เอกปฐมศักดิ์ หรือ หนุ่ม อายุ 48 ปี เจ้าของบริษัทดำน้ำและร้านอาหารบนเกาะเต่า ตัดสินใจใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงฆ่าตัวตายพร้อมกับไลฟ์สดผ่านทางเฟซบุ๊ก ที่บ้านพักหลังหนึ่งในซอยพ่อขุนทะเล 22 ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี กระทั่งตำรวจพบศพบนห้องนอนชั้น 2 ในสภาพชุดขับขี่จักรยานยนต์บิ๊กไบค์ สวมหมวกนิรภัย และใส่ถุงมือ มีบาดแผลถูกยิงที่ศีรษะด้านขวา 1 นัด บนตัวพบอาวุธปืนขนาด 9 มม. บนกระจกตู้เขียนด้วยปากกาเมจิกสีน้ำเงินข้อความระบุว่า I have enough (ฉันสุดจะทนแล้ว) ไม่มีอะไร ผมตัดสินทำเอง" และบริเวณกล้องโกโปรพร้อมไอแพดเขียนข้อความว่า "ให้ดูคลิปสองคลิปสุดท้ายในกล้องก่อน แล้วค่อยดูคลิปแรกใน Mem" 

 




ทั้งนี้ ก่อนผู้เสียชีวิตยังเคยเขียนเรื่องราวระบายความในใจผ่านเว็บไวต์พันทิป ก่อนจบชีวิตตัวเอง ฝากถึงคนรักว่าขอให้ดูแลลูกทั้ง 2 คนไปตลอดชีวิต นอกจากนี้ ยังได้สาปแช่งถึงผู้ชายที่มีส่วนทำให้คนรักของตนนอกใจ ว่าถ้าหากใช้เงินจากธุรกิจที่ตัวเองสร้าง ก็ขอให้พบจุดจบอย่างไม่เป็นธรรมชาติเหมือนเช่นตัวเอง "ถ้าเรื่องวิญญาณและชีวิตหลังความตายมีจริง พี่จะอยู่ทุก ๆ มุมมืด คอยดูเรา พี่ไม่ต้องการไปเกิดใหม่ พอแล้ว ด้วยความแค้นเต็มอก" จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงตัวภรรยาของผู้เสียชีวิตเป็นอย่างมากนั้น

 

 

 


ล่าสุด น.ส.พึงพิศ จันทร์อินทร์ หรือ น้ำผึ้ง ภรรยาผู้ตาย ได้นำนายสหภูมิ ศรีสกุลฉั่ว อายุ 74 ปี พ่อนายพัชรพล พร้อมญาติ ๆ และเพื่อนสนิท ไปบ้านที่เกิดเหตุขึ้นไปบนชั้น 2 ห้องนอนจุดเกิดเหตุ ทันที ที่นายสหภูมิ ผู้เป็นพ่อเห็นสภาพจุดที่ลูกชายยิงตัวตาย ถึงกับฟุบหน้าลงไปกอดหมวกกันน็อคที่ยังติดคราบเลือด ร้องไห้อย่างหนักออกมา แล้วรีบเดินออกจากห้องทันทีก่อนที่ตั้งสติได้แล้วเดินไปดูรถบิ๊กไบค์คันโปรดของลูกชายที่จอดอยู่ในตัวบ้าน มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท 

 

 

 

เช่นเดียวกับน้องสาวผู้ตายที่ร้องไห้อย่างหนัก พร้อมพูดขึ้นว่า"ทำกับพี่ชายกูได้ยังไง รับไม่ได้"

 

 

ทั้งนี้มีรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อสังเกตบริเวณภายในบ้านพบว่า สภาพบ้านทั้งชั้นบนชั้นล่างมีรูปถ่ายครอบครัวที่นายพัชรพล ถ่ายติดไว้มีพ่อแม่ลูก โดยล่าสุดรูปภาพเหล่านั้นถูกกรีดพังเสียหาย ญาติเชื่อว่านายพัชรพลน่าจะเป็นผู้กรีดรูปตัวเอง จากนั้นช่วยกันเก็บของใช้ส่วนตัวของนายพัชรพลที่หวงและรักมาก เป็นชุดบิ๊กไบค์ อุปกรณ์ขับขี่บิ๊กไบค์ทั้งหมด ลงมาจากห้องนอนจุดเกิดเหตุไปใส่รถ เพื่อน ๆ ช่วยกันเข็นรถบิ๊กไบค์ออกมาขึ้นรถลากพาไปที่วัดโพธิ์นิมิต ตั้งคู่กับศพ ตามคำขอของผู้ตาย

 

 

 

โดยที่นายสหภูมิ กล่าวกับ น.ส.พึงพิศ ว่ารถคันโปรดของนายพัชรพล ตนจะนำกลับไปที่ จ.อุดรธานี  ส่วนอีก 2 คันไม่เอา โดยที่ น.ส.พึงพิศ บอกว่ารถคันนี้ยังผ่อนไม่หมด ยังค้างอยู่ประมาณ 2 แสนบาท นายสหภูมิ บอกว่าหากลูกสะใภ้ไม่สะดวกผ่อนต่อ ให้จัดส่งเอกสารทั้งหมดให้จะผ่อนต่อเอง และไม่ขอยุ่งกับทรัพย์สินอย่างอื่น

 

 

 

 

โดย น.ส.พึงพิศ เคยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านั้นด้วยว่า สิ่งที่ปรากฏเป็นข่าวไม่ได้ถูกต้อง หลายอย่างไม่ตรงข้อเท็จจริง ยอมรับว่าที่ผ่านมามีปัญหาทะเลาะกันบ่อยครั้ง เนื่องจากความเข้าใจผิด พี่หนุ่มมักคิดไปเอง และเชื่อว่าเป็นความจริง พี่หนุ่มเป็นคนเงียบขรึม ไม่ค่อยพูดถึงปัญหา หรือ สิ่งที่สงสัยกับใคร และมักจะเก็บไปคิดอยู่คนเดียว

 

ก่อนหน้านี้ พี่เขาไปออกทัวร์ขับรถจักรยานยนต์ประมาณ 2 เดือน และกลับมาที่บ้านพักหลังที่เกิดเหตุ ก่อนเกิดเหตุตนก็อยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวด้วย แต่ไม่ทราบว่าพี่หนุ่มมีการเตรียมตัวฆ่าตัวตาย เนื่องจากไม่ได้พูดคุยกัน และขณะที่พี่เขาไลฟ์สด ตนออกไปทำธุระที่ธนาคาร ในห้างซึ่งอยู่จากบ้านพัก ประมาณ 5 กม.ซึ่งได้มีเพื่อน ๆ โทรไปบอกแต่ตนกลับมาไม่ทัน ยอมรับว่าเสียใจมากที่สามีตัดสินใจทำแบบนี้ และตอนนี้ตนตกเป็นจำเลยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นิตติยา บุญตาวัน