เปิดเบื้องลึกความอึดอัด เสี่ยเกาะเต่า ไลฟ์สดอัตวิติบาตกรรม วินาทีฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้น กับข้อมูลทางฝ่ายหญิง

เปิดเบื้องลึกความอึดอัด เสี่ยเกาะเต่า ไลฟ์สดอัตวิติบาตกรรม วินาทีฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้น กับข้อมูลทางฝ่ายหญิง

Publish 2018-09-14 14:19:09

    กลายเป็นเหตุการณ์อันน่าสลดบนโลกโซเชียลขึ้นอีกครั้ง จากกรณีเมื่อวันที่ 13 ก.ย.ศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธร จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุมีผู้พยายามฆ่าตัวตายผ่าน "ไลฟ์เฟซบุ๊ก" จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบเป็นบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ 2 ชั้น เจ้าหน้าที่พยายามเรียกเจ้าของบ้านแต่ไม่มีการตอบรับ ประตูหน้าต่างทุกบ้านถูกล็อคปิดสนิทระหว่างนั้นเองมีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด จึงตัดสินใจใช้อุปกรณ์ตัดเหล็กดัดหน้าต่างเข้าไปในตัวบ้าน

 

 

 

    ด้านในพบร่างผู้เสียชีวิตสวมชุดขับรถจักรยานยนต์ สวมหมวกนิรภัยและถุงมือ นอนอยู่บนเตียง มือซ้ายถือตุ๊กตาหมาสีแดงทราบต่อมาภายหลังว่าเป็นตุ๊กตาของลูก บนตัวพบอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม. มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ปลายคางทะลุศีรษะด้านขวา 1 นัด  ผู้เสียชีวิต คือนายพัธรพล เอกปฐมศักดิ์ หรือ หนุ่ม อายุ 48 ปี 

 

 

 

    จากการตรวจสอบพบว่า ก่อนเกิดเหตุนายพัธรพล ใช้เฟซบุ๊กไลฟ์จากในห้องนอนถืออาวุธปืนเดินวนไปมา เป็นเวลากว่า 10 นาที ก่อนที่จะปิดและก่อเหตุสลดดังกล่าว สภาพที่เกิดเหตุพบมีข้อความเขียนบนกระจกห้องว่า “ไม่มีไร ผมตัดสินใจทำเอง”

 

 


 

    เมื่อตรวจสอบจากเฟซบุ๊กผู้ตายพบว่ามีการโพสต์ภาพพร้อมข้อความ The last suppers อันหมายถึง อาหารมื้อสุดท้ายตามพระคัมภีร์ และก่อนเกิดเหตุ 2 ชม. ผู้เสียชีวิตได้ทำการโพสต์ข้อความลงในเวปไซต์พันทิป ระบายถึงปัญหาภายในครอบครัว และธุรกิจคล้ายกับจะเป็นจดหมายลาตายและการสั่งเสียเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งสามารถถอดความจากโพสต์ดังกล่าวได้ดังนี้

 

    สิบปีที่แล้วก่อนที่นายพัธรพลจะลงหลักปักฐานก่อร่างสร้างธุรกิจในพื้นที่เกาะเต่า นายพัธรพลเคยมีประสบการณ์การเป็นเชฟอาหารฝรั่ง รวมถึงเป็นครูสอนดำน้ำ  PADI OWSI Open Water Scuda Instructor ในประเทศนิวซีแลนด์เป็นเวลากว่า 8 ปี ด้วยประสบการณ์และความสามารถที่มี จึงเลือกมาสอนดำน้ำลึกแบบ Scuba Diving ทำให้ได้มาพบกับแฟนคนปัจจุบันชื่อ น้ำผึ้ง และเช่าร้านจากครอบครัวของแฟนซึ่งเป็นคนท้องถิ่นและเป็นเจ้าของสถานที่ 
 

    เงินที่หามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงนั้น นำมาปรับปรุงกิจการ ซ่อมแซม และนำมากู้ซื้อบ้านราคาร่วม 3 ล้านด้วยตนเองโดยที่ไม่มีผู้ค้ำต่อมาได้ก่อตั้งโรงเรียนสอนดำน้ำเป็น บริษัท ชื่อ อัลวาโร่ ไดฟ์วิ่ง Alvaro Diving Co.,Ltd ในพื้นที่ของครอบครัวแฟน แต่ทว่าเมื่อขาดเงินทุนหมุนเวียนจึงตัดสินใจขายที่ดินซึ่งเป็นมรดกจำนวน 22 ไร่ เพื่อมาต่อยอดและลงทุนเพิ่ม

 

    บริษัทสามารถเดินหน้าต่อไปได้ และสร้างกำไร จนสามารถขยับขยายกิจการเพิ่มเติมได้คือสร้างบ้านให้เช่า รวมถึงบาร์ชายหาดชื่อ The Pirate Bar และแน่นอนว่าทั้งหมดนี้คือพื้นที่ของครอบครัวแฟน

 

 

 

    ชีวิตคู่ระหว่างนายพัธรพลกับแฟนนั้นมีปัญหากันบ้าง เนื่องจากแฟนเป็นคนขี้หึง ในระยะแรกนั้นถึงกับว่าไม่ปล่อยให้แฟนไปไหนมาไหนคนเดียว ในบางครั้งด้วยความคิดมากของแฟน เป็นเหตุให้ทะเลาะกันรุนแรงมากขึ้นจนมีการใช้กำลังตามมา และสุดท้ายมักจบ ด้วยการออกปากไล่นายพัธรพล



    น้ำฝน คือน้องสาวของแฟนนายพัธรพล ซึ่งโดยปกติจะดีทุกอย่าง แต่เมื่อถึงคราวโดนขัดใจมักต่อว่านายพัธรพลด้วยถ้อยคำที่รุนแรงและหยาบคายรวมทั้งไล่ให้นายพัธรพลออกไปจากพื้นที่ครอบครัว เป็นเหตุให้นายพัธรพลเกิดความน้อยใจเพราะตนนั้นมีอายุมากกว่า แต่ก็ยอมรับว่าใช้พื้นที่ของครับครัวแฟนสร้างกิจการและทำธุรกิจ

 

    นอกจากนี้ นายพัธรพล ยังมีลูกคนแรกชื่อ นีน่า ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นเด็กเล็ก ทุกครั้งที่เกิดปัญหาทะเลาะกันในครอบครัว ตนก็จะอดทนเพื่อลูก แต่ปัญหาที่นำมาสู่การทะเลาะก็มักเป็นเรื่องเดิมๆ คือเรื่องหึงหวง หลายปีที่ผ่านมานายพัธรพล ถูกไล่ออกจากบ้านมากกว่า 5 ครั้ง ปัจจุบันลูกของแรกอายุ 10 ขวบ แต่มีลูกคนที่สองชื่อ นที เพิ่มมาอีกหนึ่งคน เรื่องที่เกิดขึ้นล้วนบั่นทอนกำลังใจในการใช้ชีวิตและการทำงานของ นายพัธรพล จึงออกทริปขี่มอเตอร์ไซค์ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ชื่นชอบ โดยหวังเพียงเพื่อจะมีกำลังใจกลับมาทำงานต่อ

 

    ในคำสั่งเสียของนายพัธรพล ยังมีการเปิดเผยถึงปูมหลังแฟนสาวของตน (น้ำผึ้ง) เป็นคนชอบเที่ยว และเคยแต่งงานมาก่อนหน้านี้แล้วแต่จบไม่สวย ด้วยความที่เป็นคนเข้ากับคนง่าย ชอบใกล้ชิดกับผู้ชาย เวลาที่ดื่มจะคุยสนุก แม้กระทั่งลูกน้องในบริษัทก็ยังยอมให้เข้าถึงเนื้อถึงตัว และยังมีอีกหลายครั้งที่ตนเห็นแฟนมีพฤติกรรมเกินเลยกับลูกน้องแต่ก็ไม่เคยทักเพื่อให้แฟนเสียหน้า แต่จะให้เกียรติโดยการกลับมาปรับความเข้าใจกันที่บ้านด้วยเหตุผล แต่มักจบลงด้วยการใช้อารมณ์ของแฟน และไม่เคยจำ

 

 

 

    ด้วยเพราะนายพัธรพลไม่เคยคิดจะนอกใจแฟน  ในตอนนั้นจึงไว้ใจแฟนและไม่คิดจะจับตาดูอีกต่อไป เพราะ คิดว่าหากแฟนเลือกที่จะไม่ซื่อสัตย์ไปมีปฏิสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับผู้อื่นจริง ก็สามารถมีได้ทุกที่ ไม่จำเป็นต้องจับตาดู ครั้งหนึ่งกลับไปบ้านที่ จ.สุราษฏร์ธานี ที่ซื้อไว้ ซึ่งปกติถ้านายพัธรพล ออกทริปมอเตอร์ไซค์จะมีเพื่อนชายหรือฝรั่งตามมาอยู่ด้วยกับเด็กๆ แต่พอตนกลับจากออกทริป พบว่าผู้ชายเหล่านั้นดูเหมือนจะคุยกันไม่สนิทใจราวกับมีเรื่องอึดอัดใจ

 

    ณ ตอนนี้ ไม่ไว้ใจแฟนอีกแล้ว เพราะหลังจากมีลูกคนที่สองหรือน้อง นที แฟนก็ทำหมัน ซึ่งอาจเป็นเรื่องดีกับตัวน้ำผึ้งเอง เพราะสามารถแอบมีอะไรกับคนอื่นได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการป้องกัน หากถามว่าทำไมจึงไม่ไว้ใจ เพราะ แฟนยังเคยเล่าเองว่า เพื่อนพรรคพวกที่สนิทกัน และมีครอบครัวอยู่แล้ว (คุณ น เจ้าของบริษัทดำน้ำ) ยังเคยทักมาคุยในลักษณะหวังผลบางอย่าง

 

    ซึ่งทางนายพัธรพลก็ระบุว่า ตนไม่คิดจะโทษใคร เพราะคนของเราเองมีพฤติกรรมทำให้คนอื่นหวังในเรื่อง "อย่างว่า" ถึงขนาดว่าตนเลือกที่จะตัดเพื่อนทั้งหมด ไม่ติดต่อกับใคร แต่แฟนกลับไม่สามารถหยุดโซเชียลได้ และไม่เคยคิดจะตรวจเช็คโทรศัพท์ว่าแฟนคุยกับใครบ้าง เพราะคิดว่าถ้าคนซื่อสัตย์คงไม่ทำ


    ตอนนี้เลือกที่จะปฏิเสธ ปิดกั้น แฟนและครอบครัวแฟน รวมถึงเกาะแห่งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะจากที่เคยเป็นคนอารมณ์ดี แต่เกาะแห่งนี้ได้เปลี่ยนทุกอย่างจากหน้ามือเป็นหลังมือ ความเชื่อใจที่เคยมีหมดไปพร้อมกับกำลังใจที่จะมีชีวิตและสร้างครอบครัว จากคำพูดของแฟนที่กล่าวกับตนว่า “จะไปไหนก็ไป ให้ไปแต่ตัว” เหล่านี้ล้วนทำให้นายพัธรพลตัดพ้อน้อยใจถึงธุรกิจที่สร้างมาเองกับมือ

 

    และนายพัธรพล ยังยกตัวเองเป็นกรณีตัวอย่างถึงบทเรียน “อย่าลงทุนทำกินในที่คนอื่น” เพราะตนนั้นไม่เคยเฉลียวใจมาก่อนและตอนนี้เหลือเพียงแต่ตัว เสียดายทั้งเวลา และความทุ่มเท ซึ่งในตอนนี้สุขภาพตัวเองก็ร่วงโรยลงตามวัย 48 ปี ทั้งยังมีโรค หมอนรองกระดูกสามข้อ นิ้วล็อกทั้งสองข้าง มีปัญหาบ่อยเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร และสายตาที่เริ่มไม่ปกติ เมื่อปีที่แล้วผ่าตัดไปสองครั้ง

 

 

 

    ในตอนนี้ธุรกิจทุกอย่างที่ตนได้สร้างไว้ กลับเป็นของแฟนทั้งหมด เคยขอเจรจาเพื่อปรับความเข้าใจแต่ไม่เป็นผล ระบบงานทุกอย่างที่เคยวางไว้เปลี่ยนไปหมดโดยแฟนเป็นผู้ตัดสินใจทำเองกับลูกน้อง เมื่อถามตรงๆ ว่ามีใครคุยด้วยไหม แฟนก็ยอมรับว่ามีหลายคน

 

    นอกจากนี้ยังมีเนื้อความที่แสดงถึงความตัดพ้อ น้อยเนื้อต่ำใจ ว่าทุกอย่างที่ตนออกปากยกให้ไปนั้น เพื่อที่ลูกทั้งสองจะได้มีอนาคตดีๆ ทุกอย่างที่สร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงกลับต้องมาพังทลายลง ในวันนี้เกาะเต่าไม่เหลืออะไรให้ตนกลับไปแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างโดนครอบครัวนี้ครอบครองไปจนหมดสิ้น ทรัพย์สินถูกเปลี่ยนไปอยู่บัญชีอื่น 

 

    นายพัธรพล ระบุทิ้งท้ายถึง ช่วงห่างระหว่างอายุของตนกับแฟน ที่นำมาซึ่งความแตกต่างด้านความคิด พร้อมกับชื่อของแฟน และยืนยันว่า ตนคือนายพัธรพล เอกปฐมศักดิ์ เป็นผู้ทุ่มเทแรงกายและใจ สร้างและพัฒนา
-บริษัท อัลวาโร่ ไดฟ์วิ่ง Alvaro Diving Co.,Ltd
-บาร์ชายหาด The Pirate Bar
-ร้านอาหาร ธาราพร 

 

    ทั้งยังมีการลงท้ายข้อความในทำนองคำสาปแช่ง รวมถึงคำสั่งเสียเพื่อให้จัดการสมบัติอันเป็นพินัยกรรมสุดท้ายที่มอบให้ลูกๆ ของตนนอกจากนี้คำขอสุดท้ายยังห้ามมิให้จัดงานศพ ให้เผาทำลายศพอย่างเรียบง่ายภายหลังจากเสร็จสิ้นการชันสูตรเท่านั้น และมีการเชิญชวนให้มีการรับชมในไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กของตนซึ่งตั้งค่าเป็นสาธารณะ แต่ในเวลาต่อมาได้มีการลบคลิปดังกล่าวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

 

 

    อย่างไรก็ตามทางสำนักข่าวทีนิวส์ได้ติดต่อไปยังฝ่ายของภรรยาผู้ตาย ทราบข้อมูลเบื้องต้นว่า ทั้งคู่แยกกันอยู่มาได้ 5-6 เดือนแล้ว เพิ่งกลับมาอยู่ด้วยกันได้ประมาณ 3 วัน แล้วเกิดทะเลาะกัน จากนั้นฝ่ายชายซึ่งเป็นผู้ตายได้ไล่ให้ภรรยาออกจากบ้าน ยายของฝ่ายหญิงจึงเข้าไปช่วยเก็บของและพาฝ่ายหญิงออกจากบ้านไปเช่าหออยู่

 

    ซึ่งก่อนหน้านี้ลูกของทั้งคู่ที่อยู่โรงเรียนประจำได้มาอยู่ด้วยแต่พอโรงเรียนเปิดลูกกลับไปผู้เป็นพ่อก็ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองตามที่ปรากฏเป็นข่าว ในขณะไลฟ์สดภรรยาผู้ตายเป็นคนเห็นและแจ้งความช่วยเหลือไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเมื่อไปถึงก็พยายามพังประตูเข้าไป
 

   

    ถึงแม้ว่าจากรูปการณ์ในคดีนี้จะสามารถสรุปได้โดยง่ายว่าเป็นการ "ฆ่าตัวตาย" จากการเตรียมการวางแผนของผู้เสียชีวิต ภายหลัง "ฟางเส้นสุดท้าย" ได้ขาดสะบั้นลง ก่อนที่จะจบชีวิตตัวเองลงในที่สุด แต่อีกประการหนึ่งกลับเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาครอบครัวที่มีความซับซ้อน เกินกว่าที่คนภายนอกจะคาดเดากันไปต่างๆนาๆ อย่างไรแล้ว พฤติการณ์ในลักษณะนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก อุทาหรณ์จากเหตุการณ์ครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นบทเรียนที่ทุกครอบครัวควรยกมาเป็นกรณีศึกษา  เพื่อไม่ให้ชีวิตคู่ต้องพังทลายลงจากการทำอัตวินิบาตกรรมของใครคนใดคนหนึ่ง เฉกเช่นครั้งนี้อีก

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกชัย เรืองฉาย