ดาบสองตามติดๆ ทีโอที โดนฟ้อง 2 กระทงใหญ่ เรื่องถึง นายกฯตู่ วัดน้ำยาผอ.ศูนย์ปราบโกง

ดาบสองตามติดๆ "ทีโอที" โดนฟ้อง 2 กระทงใหญ่ เรื่องถึง "นายกฯตู่" วัดน้ำยาผอ.ศูนย์ปราบโกง

Publish 2018-08-18 14:33:49


ตามต่อเนื่องกับประเด็นร้อนที่สนข.ทีนิวส์ได้รับการร้องเรียนเพื่อตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม จากเอกสาร"การจัดหาโดยวิธีพิเศษเพื่อจ้างเหมาก่อสร้างท่อร้อยสายโทรศัพท์ใต้ดิน  โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ถนนราชวิถี ....  เส้นทางถนนราชวิถี  ชุมสายโทรศัพท์ สวทช.ที่ซ้ำซ้อน  ล่าช้าและทำให้เกิดความเสียหายแก่ บมจ.ทีโอที"   ซึ่งระบุด้วยว่ามีการนำส่งถึง พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี   แล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2561 ที่ผ่านมา



จุดสำคัญคือการไฟฟ้านครหลวง  แจ้งด้วยว่าในส่วนโครงการท่อร้อยสายในถนนราชวิถี  บริเวณแยกตึกชัยถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ  ระยะทางประมาณ 1 กม. ดังกล่าว  ควรดำเนินการโดยใช้ผู้รับจ้างรายเดียว  เพื่อความเป็นระเบียบ  รวดเร็ว  รวมถึงหากดำเนินการล่าช้าจะมีผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่และเพื่อลดผลกระทบจากการทำงานซ้ำซ้อน  และการดำเนินการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน  โดยการไฟฟ้านครหลวงจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ส.ค 2559

 
แต่ปรากฎข้อเท็จจริงว่าทางบมจ.ทีโอที กลับเป็นฝ่ายประสานงานขออนุญาตต่อสำนักการโยธาเพื่อก่อสร้างท่อร้อยสายโทรศัพท์ใต้ดิน  และการขออนุมัติแบบจัดวางท่อร้อยสายบนทางเท้า  รวมถึงมีการระบุเป็นเอกสารภายในเรื่องการจัดทำงบประมาณราคาเพื่อให้หน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการต่อไป  โดยไม่สนใจความซ้ำซ้อนที่จะเกิดขึ้นกับภารกิจที่การไฟฟ้านครหลวง จะดำเนินการเช่นเดียวกัน และมีบริษัทเอกชนรายหนึ่งเข้ามารับผิดชอบ  

 

 

(คลิกอ่านข่าวประกอบ :  กลิ่นหึ่งอีกแล้ว!!เปิดหนังสือร้อง"นายกฯตู่" ตรวจสอบผู้บริหารทีโอที ส่อตุกติกใช้วิธีพิเศษจ้างเหมาโครงการ"ท่อร้อยสายโทรศัพท์ใต้ดิน")
 



ล่าสุดสนข.ทีนิวส์ได้รับเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว  แสดงให้เห็นว่าเหตุกรณีนี้ทางพนักงานบมจ.ทีโอทีเห็นว่าไม่ถูกต้อง และต้องการให้มีการตรวจสอบอย่างจริงจัง  ตามปรากฎข้อมูลในหนังสือนำส่งถึง นายเชาว์  พันธุ์รุ่งจิตติ   ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทุจริต  ระบุรายละเอียดเป็นหลักฐานข้อมูลบ่งชี้ชัดเจนว่า โครงการจ้างเหมาก่อสร้างท่อร้อยสาย  โดยการปรับปรุงภูมิทัศน์ถนนราชวิถี  เส้นทางถนนราชวิถีชุมสายโทรศัพท์ สวทช. มีความซ้ำซ้อนและทำให้เกิดความเสียหายต่อบมจ.ทีโอที

 


ไล่เลียงเป็นข้อ ๆ เริ่มจากการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) เมื่อวันที่ 29  มิ.ย. 2559   ว่าด้วยความร่วมมือการดำเนินโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าและสายสื่อสารโทรคมนาคมแบบสายอากาศเป็นระบบสายใต้ดิน   และต่อมาเมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2559  การไฟฟ้านครหลวง มีบันทึกรายงานการประชุมแจ้งเป็นข้อเสนอว่า โครงการดังกล่าวอาจต้องใช้ผู้รับจ้างรายเดียวกัน  เพื่อเป็นความเป็นระเบียบ  รวดเร็ว   


ต่อมาเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2559  นายกำธร ไวทยกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานปฏิบัติการ  ได้ทำบันทึก ทีโอที รป./72  แจ้งให้ส่วนงานทราบว่าโครงการปรับภูมิทัศน์บนนถนนราชวิถี ทางการไฟฟ้านครหลวงจะเป็นฝ่ายดำเนินการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินและนำสายสื่อสารทั้งหมดลงใต้ดิน มีระยะเวลาดำเนินการ 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. -31 ส.ค. 2559

 


อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติ ปรากฎข้อมูลเรียงลำดับเวลาที่ปรากฎในหนังสือขอให้มีการสอบสวนและเอาผิดเรื่องการทุจริตเกี่ยวกับท่อร้อยสาย ที่นำส่งนายเชาว์ พันธุ์รุ่งจิตติ  ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทุจริต  ว่า ทางผู้บริหารบมจ.ทีโอทีได้มีการสั่้งการดำเนินโครงการดังกล่าวควบคู่ไปด้วยโดยตลอด จนกระทั่งมีการว่าจ้างเหมาโดยวิธีพิเศษ   ซี่งทางพนักงานบมจ.ทีโอทีเห็นว่าไม่ถูกต้อง และสรุปเป็นข้อๆปัญหา รวมถึงข้อสงสัยดังนี้

 

 


1.การจัดหาโดยวิธีพิเศษเพื่อจ้างเหมาก่อสร้างท่อร้อยสายโทรศัพท์ใต้ดินดังกล่าว ซ้ำซ้อนกับแผนการดำเนินงานของการไฟฟ้านครหลวงหรือไม่  และช่วงระยะเวลาที่การไฟฟ้าดำเนินงาน ทางบมจ.ทีโอที ยังอยู่ในกระบวนการจัดหาผู้รับจ้าง จึงเท่ากับว่าบมจ.ให้ผู้รับจ้างดำเนินการก่อนกระบวนการจัดหาผู้รับจ้างแล้วเสร็จหรือไม่  

 


2.อย่างไรก็ตามถึงแม้จะมีการกำหนดวิธีจัดหาโดยวิธีพิเศษ  แต่ปรากฎว่าด้วยข้อเท็จจริงก็ถือว่ามีความล่าช้าในช่วงการดำเนินการ  จึงต้องมีการสอบสวนว่ามีเจตนาเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการรายอื่นๆช่วงชิงลูกค้าจากบมจ.ทีโอทีไปหรือไม่

 


ไม่เท่านั้น สนข.ทีนิวส์  ตรวจพบด้วยว่า เมื่อวันที่ 14  ส.ค. 2561  ที่ผ่านมา  ทางพนักงานบมจ.ทีโอทีได้ร่วมนำส่งหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี  เพื่อขอให้มีการตรวจสอบปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในบมจ.ทีโอที  อีกหนึ่้งฉบับ  และไม่ใช่เฉพาะโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ถนนราชวิถี  เส้นถนนราชวิถี  ชุมสายโทรศัพท์  สวทช. เท่านั้่น   โครงการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ  หรือ   โครงการอินเตอร์เน็ตประชารัฐ   ซึ่งก่อนหน้าบมจ.ทีโอทีรับงานมาจาก กสทช.แล้วไม่สามารถดำเนินการส่งมอบงานได้ทัน   ส่งผลทำให้ต้องถูกปรับเป็นเงินหลายล้านบาท  และจุดสำคัญของความผิดพลาดดังกล่าว มีข้อบ่งชี้ว่าอาจเป็นผลมาจากปัญหาการบริหารงานภายในบมจ.ทีโอทีเอง

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ไปรยา เปลี่ยนสมัย

ติดตามข่าวอื่นๆ