แนะ 8 ขั้นตอนชอบด้วยกฎหมาย ก่อนเปิดศึกชิงลูกโดยใช่เหตุ

Publish 2018-08-13 11:02:48

 

      การครองชีวิตคู่เป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่งโดยเฉพาะในวัยหนุ่มสาวสมัยใหม่ เพราะด้วยเทคโนโลยีที่สามารถทำให้รู้จักใครใหม่ได้ง่ายและเร็วขึ้น จนทำให้หลายคู่ที่เคยรักกันหวานชื่นต้องเลิกลาหรืออาจเจอปัญหาอื่นที่เข้ามากระทบจบสุดท้ายต้องเลิกรากันไป คู่ที่ไม่มีข้อผูกมัดเป็นลูก ก็จากกันอย่างสบายใจ แต่บางคู่ที่มีลูกด้วยกันต้องทนกลับมาเจอกันเพื่อลูก แม้จะแยกกันอยู่ และหลายคู่ต่างแย่งกันถือครองสิทธิในการเลี้ยงดูลูกแต่เพียงฝ่ายเดียว อย่างที่เป็นข่าวในสื่อออนไลน์อยู่บ่อยครั้ง 

 

        อย่างกรณีล่าสุดที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม นายธารา  เวลาแจ้ง ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าจับกุม หลังเปิดศึกแย่งลูก กลางโรงเรียนกับอดีตภรรยา จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้ามาระงับเหตุการณ์ในวันนั้น โดยนายธารา ได้ตะโกนลั่นโรงเรียนว่ามีสิทธิ์อะไรมาจับเขา พร้อมกับบอกว่าอย่าเอาลูกผมไป สร้างความหดหู่ใจให้ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ ซึ่งคลิปก่อนหน้าคลิปนี้ออกมาจะเห็นว่า นายธารา กอดลูกสาวทั้ง 2 คน พร้อมพาเดินหนี แต่พ่อของอดีตภรรยาห้ามไว้ จึงโวยวายขึ้น จากนั้น ได้เผลอเหวี่ยงลูกสาวอย่างไม่ตั้งใจ ครูภายในโรงเรียนจึงเข้าไปอุ้ม

        
       ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจมารู้ภายหลังว่านายธารา และอดีตภรรยานั้นมีเรื่องข้อพิพาทกันในชั้นศาลกรณีสิทธิการเลี้ยงดูบุตร ด้านอดีตภรรยาแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าศาลนั้นให้สิทธิ์ในการเลี้ยงดูบุตรทั้ง 2 กับเธอ จึงเดินทางไประงับเหตุดังกล่าว ซึ่งจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ถือเป็นเรื่องในครอบครัว ให้รอการพิจารณาของศาลว่าเด็กทั้ง 2  ควรอยู่กับฝ่ายใด

       
       ปัญหาที่เกิดนั้นดูจะเป็นเรื่องธรรมดาในสังคม แต่ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เมื่อมีการทำร้ายร่างการ แย่งลูกต่อหน้าผู้อื่น จนหลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์จนเป็นกระแส ในชั่วข้ามคืนว่าเด็กทั้ง 2 ควรอยู่กับใครกันแน่ ซึ่งตอนนี้เด็กทั้ง 2 ได้อยู่กับแม่ ที่ จังหวัดกาญจนบุรี

 

      



 

 


       ล่าสุด วันที่ 11 สิงหาคม 2561  นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้ออกมาแนะนำขั้นตอนทางกฎหมายในการขอเลี้ยงดูบุตรหลังการหย่าร้างหรือแยกทางของสามีภรรยา เมื่อทั้งสองหมดความรักและขาดเยื่อใยต่อกัน แต่ต้องทำหน้าที่เป็นพ่อ แม่ ที่ดีของลูก และถูกต้องตามกฎหมายเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง

 

    ทั้งนี้นายธวัชชัย  ไทยเขียว กล่าวว่าการดำเนิดการให้ถูกต้องตามกฎหมายนั้นมีอยู่ด้วยกัน 8 ขั้นตอน ในกรณีพ่อ แม่ที่ต้องการดำเนิดการตามกฎหมายแต่ไม่มีเงินจ้างทนาย สามารถขอไปยังศาลได้ไม่เสียค่าใช้จ่าย ตามมาตรา 158  เรามาดูกันว่า 8 ขั้นตอนในการได้สิทธิเลี้ยงดูลูกอย่างชอบธรรม นั้นมีขั้นตอนเช่นไร

 

   1.ให้พ่อ แม่ ที่ต้องการยื่นคำฟ้องหรือคำขอใดๆ ได้ที่ศาลเยาวชนฯ ในจังหวัดของตัวเองที่มีภูมิลำเนาอยู่

 

   2.เมื่อศาลเยาวชนฯ ได้รับคำฟ้องหรือคำร้องแล้ว ศาลจะแจ้งให้ผู้อำนวยการสถานพินิจที่ผู้เยาว์นั้นอยู่ในเขตอำนาจทราบ เพื่อไปประมวลและรายงานเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของครอบครัว สวัสดิภาพ ความประสงค์หรือประโยชน์สูงสุดของผู้เยาว์และข้อเท็จจริงอื่นและเสนอความเห็นต่อศาลโดยไม่ชักช้า

 

   3.เมื่อศาลได้รับความเห็นของผู้อำนวยการสถานพินิจแล้ว ศาลก็จะแจ้งความเห็นนั้นให้คู่ความทราบ คู่ความมีสิทธิที่จะแถลงคัดค้านและนำสืบหักล้างข้อมูลดังกล่าวได้ตามมาตรา 168 ปกติคดีครอบครัวการพิจารณาพิพากษานั้น ตามกฏหมายจะให้ศาลพยายามเปรียบเทียบให้คู่ความได้ตกลงกันหรือประนีประนอมกันในข้อพิพาทโดยคำนึงถึงความสงบสุขและการอยู่ร่วมกันในครอบครัวเป็นสำคัญก่อน ตามมาตรา 146 เพื่อคำนึงถึงสวัสดิภาพ

และอนาคตของบุตรเป็นสำคัญ โดยเฉพาะต้องรับผิดชอบในการดูแลให้การศึกษาแก่บุตรที่เป็นผู้เยาว์ ซึ่งศาลเยาวชนก็จะตั้งผู้ประนีประนอมคดีครอบครัวเข้ามาทำหน้าที่ตามมาตรา 148 และในการพิจารณาคดีคู่ความทั้งสองฝ่ายหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งประสงค์หรือไม่ประสงค์จะให้มีผู้พิพากษาสมทบเป็นองค์คณะด้วยก็ได้ โดยร้องขอต่อศาล แต่ถ้าคดีนั้นเป็นคดีที่ผู้เยาว์มีผลประโยชน์หรือส่วนได้เสีย ศาลจะเป็นผู้กำหนดให้มีผู้พิพากษาสมทบเองได้ 

และถ้าจำเป็นต้องฟังความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ จิตวิทยา การให้คำปรึกษา แนะนำการสังคมสงเคราะห์ และการคุ้มครองสวัสดิภาพ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านอื่น ศาลอาจเรียกบุคคลดังกล่าวมาร่วมปรึกษาหารือหรือให้ความเห็นได้ตามมาตรา 147

 

      4.ในการดำเนินการดังกล่าวข้างต้นระหว่างการไกล่เกลี่ยหรือพิจารณาคดี ศาลอาจมอบหมายให้ผู้อำนวยการสถานพินิจ นักสังคมสงเคราะห์ หรือนักจิตวิทยา ดำเนินการสืบเสาะภาวะความเป็นอยู่ของครอบครัว
เพื่อมาใช้ประโยชน์ในการเปรียบเทียบให้คู่ความได้ตกลงหรือประนีประนอมกันในข้อพิพาทหรือเมื่อเห็นเป็นการสมควรและคู่ความได้ยินยอมแล้ว จะสั่งให้แพทย์หรือจิตแพทย์ตรวจสภาพร่างกายหรือสภาพจิตของคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพื่อประกอบการใช้ดุลพินิจก็ได้ตามมาตรา 152 

ทั้งนี้คู่ความจะรู้สึกปลอดภัยและมั่นในในกระบวนการพิจารณา เพราะศาลจะสั่งให้ดำเนินการเป็นการลับเฉพาะต่อหน้าตัวความทุกฝ่ายหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยจะให้มีทนายความอยู่ด้วยหรือไม่ก็ได้ตามคำร้องขอของคู่ความ และเพื่อเป็นการปกป้อง ข้อมูลเกี่ยวกับคดีไม่สามารถนำไปโฆษณา ไม่ว่าด้วยวาจา เป็นหนังสือ เผยแพร่ทางสื่อมวลชน สื่อสารสนเทศหรือโดยวิธีการอื่นใด

ซึ่งคำคู่ความ ข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ใดๆ ในคดี หรือคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีครอบครัวหรือการไกล่เกลี่ยคดีครอบครัว ห้ามมิให้แพร่ภาพ แพร่เสียง ระบุชื่อหรือแสดงข้อความหรือกระทำการด้วยประการใดๆ อันอาจทำให้รู้จักตัวคู่ความหรือทำให้เกิดความเสียหายแก่ชื่อเสียง เกียรติคุณของบุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือถูกกล่าวถึงในคดี เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลตามมาตรา 153 ถ้าฝ่าฝืนก็จะมีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามมาตรา 192

 

 


 

    5.ถ้าในคดีนั้นมีคำพิพากษาให้ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูหรือค่าเลี้ยงชีพ สิทธิเรียกร้องเป็นเงินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาให้อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีเป็นจำนวนตามที่ศาลเห็นสมควร ซึ่งจะคำนึงถึงฐานะในทางครอบครัวของลูกหนี้ตามคำพิพากษา จำนวนบุพการี และผู้สืบสันดานซึ่งอยู่ในความอุปการะของลูกหนี้ตามคำพิพากษาด้วย ศาลอาจตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี เจ้าพนักงานศาล เจ้าพนักงานอื่นหรือบุคคลที่ศาลเห็นสมควร เป็นผู้ดำเนินการ โดยจะได้รับการยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดีดังกล่าวตามมาตรา 154 และถ้าคดีนั้นๆ มีเรื่องสินสมรส ค่าทดแทน ที่พักอาศัย การอุปการะเลี้ยงดูสามีภริยาและการพิทักษ์อุปการะเลี้ยงดูบุตร หรือวิธีการใดๆ เพื่อคุ้มครองสิทธิหรือประโยชน์ของคู่ความหรือบุตรได้ตามความจำเป็นและสมควรแก่พฤติการณ์แห่งคดีศาลมีอำนาจกำหนดวิธีการหรือมาตรการคุ้มครองชั่วคราวในตามมาตรา 159 ได้ด้วย

 

       6. ศาลมีอำนาจตั้งผู้อำนวยการสถานพินิจที่ผู้เยาว์นั้นอยู่ในเขตอำนาจเป็นผู้กำกับการปกครอง และให้ผู้กำกับการปกครองมีอำนาจหน้าที่สอดส่องว่าบิดา มารดา หรือผู้ปกครองของผู้เยาว์ได้ใช้อำนาจปกครองเพื่อสวัสดิภาพ และอนาคตของผู้เยาว์หรือไม่ และให้มีอำนาจหน้าที่อื่นตามที่ศาลมอบหมาย รวมทั้งรวบรวมและรายงานข้อเท็จจริงและการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับการปกครองต่อศาลเป็นครั้งคราวหรือภายในกำหนดเวลาที่ศาลสั่ง
 
ซึ่งในที่นี้หมายรวมถึงให้นำมาใช้บังคับแก่ผู้อนุบาลของผู้เยาว์ซึ่งเป็นคนไร้ความสามารถหรือผู้พิทักษ์ของผู้เยาว์ซึ่งเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถโดยอนุโลมด้วย

 

       7 .ในระหว่างการกำกับการปกครองดังกล่าว หากผู้อยู่ใต้การกำกับการปกครองเห็นว่าการกระทำหรือคำวินิจฉัยของผู้กำกับการปกครองไม่เป็นไปเพื่อสวัสดิภาพและอนาคตของผู้เยาว์ หรือตามที่ศาลมอบหมายผู้อยู่ใต้การกำกับการปกครอง ก็สามารถไปร้องต่อศาลที่สั่งตั้งผู้กำกับการปกครองภายในกำหนด 15 วันนับตั้งแต่วันที่ได้ทราบการกระทำหรือคำวินิจฉัยนั้น ซึ่งศาลมีอำนาจสั่งแก้ไขการกระทำหรือสั่งยืน กลับ หรือแก้ไขคำวินิจฉัยของผู้กำกับการปกครองหรือสั่งการอย่างอื่นตามที่เห็นสมควรตามมาตรา 169

 

     8.กรณีที่ศาลจะตั้งผู้ปกครองของผู้เยาว์ ถ้าผู้เยาว์ไม่มีบิดา มารดา หรือบิดามารดาถูกถอนอำนาจปกครองหรือความเป็นผู้ปกครองของผู้เยาว์สิ้นสุดลง หรือมีเหตุจะถอนผู้ปกครองของผู้เยาว์ และศาลเห็นว่าไม่มีผู้เหมาะสมที่จะปกครองผู้เยาว์หรือจัดการทรัพย์สินของผู้เยาว์ ศาลจะตั้งผู้อำนวยการสถานพินิจที่ผู้เยาว์นั้นอยู่ในเขตอำนาจหรือครอบครัวอุปถัมภ์ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก หรือบุคคลอื่นใด เป็นผู้ปกครองผู้เยาว์หรือ ผู้จัดการทรัพย์สินของผู้เยาว์ก็ได้

    
     กรณีพ่อ แม่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ศาลให้สิทธิเด็กเกิดแก่ฝ่ายหญิงแต่เพียงผู้เดียว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1546 เมื่อฝ่ายพ่อยังอยู่นอกกฎหมาย   

    
     ทั้งนี้ทางที่ดีที่สุดหากพ่อ แม่ ต้องการได้สิทธิเลี้ยงดูลูกนั้น ควรทำตาม 8 ขั้นตอนกฎหมายที่ได้บัญญัติไว้อย่างเด่นชัด เพื่อให้มาซึ่งความถูกต้อง และไม่ควรจัดการกับปัญหาด้วยการกระทำที่รุนแรงตามใจชอบเพราะนั่นอาจเกิดปัญหาหรือคดีความอื่นๆ ตามมาในภายหลังได้ออย่างคาดไม่ถึง


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ไปรยา เปลี่ยนสมัย