ทำความรู้จักผู้นำฟิลิปปินส์ โรดรีโก โรอา ดูแตร์เต ผู้กวาดล้างยาเสพติดเด็ดขาด รุนแรง เห็นผล

ทำความรู้จักผู้นำฟิลิปปินส์ โรดรีโก โรอา ดูแตร์เต ผู้กวาดล้างยาเสพติดเด็ดขาด รุนแรง เห็นผล

Publish 2018-08-11 10:57:30


        ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์สายลุยที่น่าจับตา โรดรีโก โรอา ดูแตร์เต ที่ล่าสุด ได้ออกมากล่าวถึงเจ้าหน้าที่ที่คิดทำผิด หลังจากนายดูแตร์เต ได้รับรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนกว่า 100 นาย

 ถูกร้องเรียนมีพฤติกรรมความผิดทางกฎหมายอาญา พร้อมทั้งเป็นคดีที่ร้ายแรง เช่น คดีข่มขืน ลักพาตัว โจรกรรม และที่ดูเตอร์แต รังเกียจที่สุดคือคดีค้ายาเสพติด เนื่องจากเมื่อครั้งขึ้นรับตำแหน่ง ปี พ.ศ.2559
 เขาได้ประกาศกร้าวต่อหน้าประชาชนว่า จะกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายออกไปให้หมดจากประเทศฟิลิปปินส์ 

 

 

        โดยประธานาธิบดีดูแตร์เต ได้กล่าวต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกเชิญมาฟังว่า "คนพวกนี้อยู่ไปก็ไร้ประโยชน์ และเป็นโรคระบาดทางสังคม ผมเป็นคนตรงๆ ถ้าพวกคุณยังทำตัวเลวๆ แบบนี้อยู่ผมจะฆ่าคุณจริงๆ
 ผมให้หน่วยงานพิเศษ จับตาพวกคุณอยู่ ถ้าทำผิดหลังจากนี้ ผมอนุญาตให้พวกเขาฆ่าคุณได้ทันที" พร้อมเตือนครอบครัวเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กระทำผิดด้วยว่า อย่ามาเรียกร้องเรื่องสิทธิมนุษยชนนะ
 เพราะว่าผมได้เตือนแล้ว


       ถ้าพูดถึงในด้านการเมืองการปกครองแล้วดูแตร์เต ถือเป็นผู้เปลี่ยนทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างฟิลิปปินส์ กับ 2 มหาอำนาจ สหรัฐอเมริกากับจีน ที่ไม่ค่อยลงรอยกันมานานเนื่องจากนายดูแตร์เต
 นั้นแสดงออกอย่างเด่นชัดว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อสหรัฐอเมริกา แถมยังเคยออกมาวิจารณ์ นายบารัก  โอบามา อดีตนายกรัฐมนตรีสหรัฐอเมริกา และเมื่อนายโดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริการ
 นายดูแตร์เตได้พยายามเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่าง ฟิลิปปินส์ และสหรัฐอเมริกาอีกครั้งแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะ ทรัมป์ นั้นยึดคติ อเมริกาต้องมาก่อนเสมอ จนนายดูแตร์เต ต้องหันไปซบอกจีนแทน



     ก่อนหน้าที่นายดูแตร์เต จะลงสมัครนายกรัฐมนตรีฟิลิปปินส์ เคยเป็นทนายความและนักการเมืองมาก่อน ซึ่งถ้านับอดีตจนถึงปัจจุบันนายดูแตร์เต ถือเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 16 ของฟิลิปินส์ 
และเป็นคนแรกที่มาจากเกาะมินดาเนา ดูแตร์เต เคยเป็นนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา นาน 22 ปี  เขาใช้นโยบายขั้นรุนแรงในการปราบปรามอาชญากรจนเมืองดาเวากลายเป็นเมืองที่มีอัตราอาชญากรรมต่ำที่สุด
ในฟิลิปปินส์ และตัวเขาได้รับฉายาว่า "ผู้ลงทัณฑ์" แต่ก็ถูกวิจารณ์ว่านโยบายของเขาทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่าพันคน

      ในพ.ศ. 2559 เขาลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี และได้รับชัยชนะด้วยคะแนนเสียง 13.2 ล้านเสียงหรือคิดเป็น 38.72% ของผู้มาใช้สิทธิ ภายหลังได้รับเลือกตั้ง เขาประกาศนโยบายที่จะใช้นโยบายขั้นรุนแรง
ในการกวาดล้างอาชญากรรมให้หมดไปจากฟิลิปปินส์ภายใน 6 เดือน และตั้งเป้าหมายจะสังหารอาชญากรในฟิลิปปินส์ให้ถึงหนึ่งแสนคน

 

      หลังจากขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดี เขาก็ประกาศทำสงครามยาเสพติด โดยให้อำนาจเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสังหารผู้ต้องสงสัยในคดียาเสพติดได้ทันทีโดยไม่มีความผิด เพียงสองเดือนหลังเขาเป็นประธานาธิบดี
มีผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติดถูกวิสามัญฆาตกรรมกว่าพันคน และมีการฆ่าตัดตอนกันเองกว่าสองพันคน  แม้จะถูกโจมตีอย่างรุนแรงจากองค์กรพิทักษ์สิทธิมนุษยชน แต่เขาก็เพิกเฉยต่อคำโจมตีดังกล่าวและยังคงดำเนิน
นโยบายสงครามยาเสพติดต่อไป



 

นอกจานี้ความภาคภูมิใจที่ดูแตร์เต มีในฐานะประธานาธิบดีฟิลิปินส์  สามารถแยกออกมาด้วยกัน 10 ประการดังนี้

1. การออกเทศบัญญัติ 1998 กล่าวคือเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 1998 เทศบัญญัติการพัฒนาเมืองดาเวา (City Ordinance 5004) มีผลบังคับถือเป็นเทศบัญญัติแรกในประวัติศาสตร์ฟิลิปปินส์
ที่ให้สิทธิสตรีมีความเสมอภาคเท่ากับบุรุษเพื่อว่าสตรีจะได้มีส่วนในการพัฒนาเมืองรวมทั้งลดอาชญากรรมที่กระทำต่อสตรี  

2. เทศบัญญัติต่อต้านการสูบบุหรี่ นายดูแตร์เตออกเทศบัญญัติ (Comprehensive Anti-Smoking Ordinance 2002) ต่อมาในปี 2012 ลูกสาวของเขา อินเดย์ ซารา ดูแตร์เต
 ได้ลงนามเทศบัญญัติ (City Ordinance No. 0367-12) ห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ,ในที่ทำงานและสถานที่ของรัฐ รวมทั้งมีการเข้มงวดเรื่องบังคับใช้เทศบัญญัตินี้หรือมีการลงโทษด้วย
หากใครฝ่าฝืน
    
3. การออกเทศบัญญัติห้ามเลือกปฏิบัติ เดือนธันวาคม 2012  นายดูแตร์เตเป็นรองนายกเทศมนตรีเมือดาเวา ด้วยการออกเทศบัญญัติห้ามการเลือกปฏิบัติ (Anti-Discrimination 
Ordinance) กับคนพิการทุพลภาพให้ความเสมอภาคด้านศาสนาแก่ผู้นับถือศาสนาคริสต์,อิสลามและลูมาดส์ ตลอดจนเกย์และเลสเบียนสร้างความพอใจแก่กลุ่ม LGBT 
หากใครละเมิดจะถูกปรับและจำคุก

4. เทศบัญญัติดอกไม้ไฟ City Ordinance No. 060-02 of 2002 ห้ามบุคคลหรือกลุ่มบุคคลในเมืองดาเวาสร้างโรงงาน,จำหน่าย,จ่ายแจกและเล่นดอกไม้ไฟ (Fire 
Cracker) หรือสิ่งอื่นใดที่คล้ายกับดอกไม้ไฟและห้ามยิงปืนในที่สาธารณะที่มักจะมีการเฉลิมฉลองกันเมื่อถึงคริสต์มาสและปีใหม่ เทศบัญญัตินี้เพื่อให้ประชาชนทั่วไปรู้สึกมีความปลอดภัย  

5. ออกเทศบัญญัติโทร.ฟรี 911 ภายหลังจัดตั้งคณะกรรมการกลางติดต่อสื่อสารเพื่อรับมือภาวะฉุกเฉิน (the Central Communications and Emergency Response
 Center) เมื่อปี 2000 แล้วต่อมาในปี 2003 โรดี้ได้เสนอเทศบัญญัติโทร.ฟรี 911 (Davao Central 911) หรือเบอร์โทร.ฉุกเฉินเพื่อให้ตำรวจ,เจ้าหน้าที่ดับเพลิง,รถพยาบาลและหน่วยกู้ภัย
เข้าช่วยเหลือประชาชนทันท่วงที


6. ห้ามสุรา-เมรัย (City Ordinance 1627) แม้ว่าเมืองดาเวาจะเข้มงวดเรื่องแอลกอฮ์มาตั้งแต่ปี 1994 แต่ในปี 2013 เทศบัญญัติข้อห้ามก็ออกมามีผลบังคับใช้ ด้วยการห้ามประชาชนจำหน่าย
และดื่มเหล้าระหว่าง 13.00-20.00 น. แทนที่จะห้ามเฉพาะเวลา 14.00-18.00 เหมือนเดิมก็ขยายเวลาออกไป และยังมีผลเพิ่มเติมห้ามบริษัทธุรกิจ,โรงแรม,สวนอาหารแม้กระทั่งเขตท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวก็
ไม่มียกเว้น

7. จำกัดความเร็วของยานพาหนะ (Strict speed limit) เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2013 ในฐานะนายกเทศมนตรีนายดูแตร์เต ออกคำสั่งของฝ่ายบริหาร (Executive Order 
No.39) อนุญาตให้ยานพาหนะมีความเร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเขตตัวเมืองทั่วไป และในเขตเมืองดาเวาห้ามขับเกิน 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเพื่อลดอุบัติเหตุ ก่อนหน้านี้ลูกสาวของเขา อินเดย์ ซารา ดูแตร์เต
 ก็ถูกจับได้ว่าขับรถด้วยความเร็วเกินกฎหมายกำหนด ทำให้เธอต้องออกทีวีมากล่าวขออภัยประชาชนทั่วไป

8. ดูแตร์เตเป็นคนขับแท็กซี่ตอนกลางคืน ดูแตร์เตปลอมตัวเป็นคนขับแท็กซี่ในตอนกลางคืนเพื่อที่จะหาข้อหละหลวมต่างๆ ของคนขับแท็กซี่และปัญหาของเมืองดาเวา ต่อมาเมื่อเดือนสิงหาคม 2013 สตรีผู้หนึ่งชื่อ
 มาเรีย แอนนา ลูน่า ซากุอิลโย่ ( Maria Anna Luna Saguilo) เขียนลงในเฟซบุ๊กของเธอว่านับเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตว่าคืนหนึ่งที่เธอนั่งแท็กซี่นั้นคนขับคือนายกเทศมนตรีโรดี้ ดูแตร์เต
 ทำให้หัวใจของเธอพองโตมากเพราะนายกเทศมนตรีเองก็มีคำสนทนากับเธอมากมาย 

9. ปฎิเสธตำแหน่งรัฐมนตรีมหาดไทย ดูแตร์เต ภาคภูมิใจที่สุดที่เขาปฏิเสธตำแหน่งรัฐมนตรีมหาดไทย (Department of the Interior and Local Government 
หรือ DILG secretary) ที่เสนอให้โดยอดีตประธานาธิบดีฟิเดล รามอส,โจเซฟ เอสตราด้า,กลอเรีย อาร์โรโย แม้กระทั่งประธานาธิบดีนอยนอย อากีโน่ ก็เสนอให้เขาเข้ารับตำแหน่งนี้เมื่อ เจสซี โรบริโด้ 
ถึงแก่กรรมลง เขาเองปฏิเสธด้วยเหตุผลว่ามีคุณสมบัติไม่พอเพียง

10. ช่วยเงินให้เปล่าลูกผู้ติดยาเสพติด แม้จะต่อต้านยาเสพติดอย่างหนักแต่ก็ให้เงินแก่เด็กที่พึ่งพิงผู้ถูกจับ ในความเป็นจริงแล้วนายดูแตร์เต เข้มข้นอย่างยิ่งกับการปราบปรามยาเสพติดและผู้ใช้ยาเสพติด
 แต่กระนั้นก็ตามในด้านอ่อนของเขาก็มี ด้วยการอนุญาตเงินให้เปล่าแก่เยาวชนลูกของผู้ต้องหายาเสพติดเดือนละ 2,000 เปโซ ( 1,569 บาท) ทั้งนี้ผู้ต้องคดีจะต้องรับปากสัญญาว่าจะเข้ารับการบำบัดยาเสพติด
 (Rehabilitation Center for Drug Dependents =RCDD) ที่ตำบล BagoTugbok เมืองดาเวา


    อย่างไรก็ตามแม้นายดูแตร์เต จะมีนิสัยที่คนภายนอกอาจมองว่าก้าวร้าว อารมณ์รุนแรงไปบ้างแต่นั่นคือความเข้มแข็งและเด็ดขาด ซึ่งในด้านการทำงานเขาถือเป็นอีกหนึ่งคนที่ต้องการให้ประเทศฟิลิปินส์มีสถานะสังคมที่ดี
ไร้การก่ออาชญากรรม และคดียาเสพติด

 

อ้างอิงส่วนหนึ่งจาก thaitribune

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ไปรยา เปลี่ยนสมัย