แรงขึ้นเรื่อยๆ !! ฝนฟ้าคะนองเพิ่มอีก 20-26 ...เตือน ระวังอันตรายจากฝนสะสม!

Publish 2018-05-21 11:49:00





กรมอุตุประกาศพยากรณ์สภาพอากาศระหว่างวันที่ 20 พฤษภาคม 2561 - 26 พฤษภาคม 2561

การคาดหมาย    ในช่วงวันที่ 21 – 25 พ.ค.ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง 

ส่วนในช่วงวันที่ 26 พ.ค. ประเทศไทยจะมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ ข้อควรระวัง   ในช่วงวันที่ 21-25 พ.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังในขณะที่มีฝนฟ้าคะนอง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 21-25 พ.ค. ลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้ ประกอบกับมีลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง กับมีลมกระโชกแรง ส่วนในช่วงวันที่ 26 พ.ค. ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ยังคงพัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้าปกคลุมประเทศไทย ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนบางพื้นที่

ภาคเหนือ    ในช่วงวันที่ 21-25 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักและมีลมกระโชกบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ส่วนในช่วงวันที่ 26 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-38 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ    ในช่วงวันที่ 20-25 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักและมีลมกระโชกบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
 
ส่วนในวันที่ 26 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส

ภาคกลาง    ในช่วงวันที่ 21-25 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักและมีลมกระโชกบางแห่ง 

ส่วนในช่วงวันที่ 26 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออก    ในช่วงวันที่ 21-25 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักและมีลมกระโชกบางแห่ง 

ส่วนในช่วงวันที่ 26 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)    มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ตลอดช่วง กับมีฝนตกหนักบางแห่งในช่วงวันที่ 21-24 พ.ค. ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)    มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ตลอดช่วง กับมีฝนตกหนักบางแห่งในช่วงวันที่ 21-24 พ.ค. 

ในช่วงวันที่ 21-25 พ.ค. ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 26 พ.ค. ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล    ในช่วงวันที่ 21-25 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักและมีลมกระโชกบางแห่ง 

ส่วนในช่วงวันที่ 26 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส

 


 



นอกจากนี้เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2561 กรมอุตุได้ออกประกาศชี้แจงข่าวลือสภาพอากาศเลวร้ายที่เผยแพร่ตามสื่อสังคมออนไลน์

ด้วยในระยะที่ผ่านมา บริเวณประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนัก และมีความเสียหายเกิดขึ้นในหลาย  พื้นที่ ทำให้ประชาชนให้ความสนใจและติดตามข่าวพยากรณ์อากาศและแจ้งเตือนภัยเป็นอย่างมาก แต่ก็มีผู้ที่ไม่ประสงค์ดีจัดทำรูปภาพและข้อความเท็จมาเผยแพร่ตามสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ โดยอ้างชื่อกรมอุตุนิยมวิทยาหรือหน่วยงานจากต่างประเทศ คาดการณ์และแจ้งเตือนสภาพอากาศเลวร้าย เช่น ประเทศไทยจะมีอากาศแปรปรวน อุณหภูมิจะลดลงอย่างรวดเร็วมากที่สุดในรอบ 10 ปี ฝนตกหนัก ลมแรง เกิดเป็นลักษณะอากาศสุดขั้ว ( Extreme Weather Change) มีไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง เป็นต้น ส่งผลให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนกและหลงเชื่อเป็น จำนวนมาก กรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานราชการ มีการวิเคราะห์ข้อมูล และติดตามสภาพอากาศตลอด 24 ชั่วโมง

ในกรณีที่คาดว่าจะมีภัยรุนแรงเกิดขึ้น จะมีการประกาศและแจ้งข่าวให้ประชาชนทราบล่วงหน้า ซึ่งจะมีรายละเอียด วันและเวลาที่เกิดขึ้นแน่นอน ขอประชาชนติดตามข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น และ ขอความร่วมมือไม่ให้ส่งต่อข้อความที่มาจากแหล่งที่ไม่รู้จักและขาดความน่าเชื่อถือ และสามารถติดตามข่าวจากกรม


อุตุนิยมวิทยาในช่องทางต่างๆ ดังนี้
1. สายด่วน 1182 และหมายเลขโทรศัพท์ 0 2399 4012-3 ตลอด 24 ชั่วโมง
2. เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th/
3. เฟสบุ๊ก กรมอุตุนิยมวิทยา
4. YouTube ช่อง ThaiWeatherForecast 

 

 

 

 

ขอบคุณ กรมอุตุนิยมวิทยา



เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล


Suggess News

Recommend News