เสียงปืนดังก้องไปทั่วตำหนัก!! เปิดโศกนาฏกรรมรัก..แห่งราชสำนักไทย การจากไปของ "พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ" ที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน #น้อมรำลึก !!

Publish 2018-01-12 17:39:41



             น้อมรำลึก ๑๒ มกราคม วันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ กรมหมื่นสรรควิไสยนรบดี เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นคนไทยคนแรกที่จบการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ นับเป็นเจ้านายไทยพระองค์แรกและเป็นคนไทยคนที่ ๒ ที่จบการศึกษาในวิชาระดับปริญญาเอก พระนาม "ดิลกนพรัฐ" หมายถึง "ศรีเมืองเชียงใหม่" 



          พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ กรมหมื่นสรรควิไสยนรบดี มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ ๔๔ ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาทิพเกษร เจ้านายฝ่ายเหนือในราชวงศ์ทิพย์จักร ประสูติในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๒๗ ขณะที่มีพระชนมายุได้เพียง ๑๖ พรรษา เจ้าจอมมารดาก็ได้ถึงแก่อนิจกรรม ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๔๓ เป็นต้นมา จึงทรงอยู่ในความดูแลของเจ้าดารารัศมี พระราชชายา ซึ่งเป็นพระญาติฝ่ายพระมารดา

          พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐได้ทรงเสกสมรสกับเจ้าศิริมา ณ เชียงใหม่ พระญาติซึ่งกล่าวกันว่าเป็นเจ้าหญิงแห่งเมืองเหนือที่มีพระสิริโฉมยิ่งนัก ทรงครองรักอยู่ได้ไม่นาน พระชายาก็ถึงแก่พิราลัยอย่างกะทันหัน ด้วยทรงเป็นตะคริวขณะกำลังสรงน้ำในสระน้ำภายในพระราชวังดุสิต พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐทรงเสียพระทัยอย่างมิอาจจะหักห้ามได้ ประชวรหนักและท้ายที่สุดได้ทรงตัดสินพระทัยปลงพระชนม์เองด้วยพระแสงปืนในวันที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๔๕๕ หลังจากทรงกรมได้เพียง ๒ เดือนเท่านั้น สิริพระชนมายุ ๒๘ พรรษา

 

          ย้อนไปในสมัยพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๖ ได้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ยากเกินจะคาดเดาถึงสาเหตุที่แท้จริง โศกนาฏกรรมนี้เกิดขึ้นกับเจ้าชายพระองค์หนึ่ง พระนามว่า พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้า “ดิลกนพรัฐ” ผู้เป็นพระราชโอรสในพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ ประสูติจากเจ้าหญิงทิพเกษร ณเชียงใหม่ ผู้มีเชื้อสายมาจากราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ จึงทำให้พระองค์เจ้าดิลกฯ ได้ชื่อว่า “เจ้าชายเลือด ๒ ราชวงศ์” เมื่อพระชันษาครบ ๑๓ ปี พระองค์ได้เสด็จไปศึกษายังประเทศเยอรมัน โดยเลือกศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ จนในที่สุดพระองค์ก็สำเร็จการศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิต ยังทรงเป็นคนไทยคนแรกที่จบในสาขานี้ และเป็นคนไทยคนที่ ๒ ที่จบการศึกษาในระดับปริญญาเอกอีกด้วย

       



(สระน้ำภายในพระราชวัง)

 

         ในปีพ.ศ.๒๔๕๐ พระองค์เสด็จกลับประเทศไทย และเข้ารับราชการทันทีในกระทรวงมหาดไทย ต่อมาอีกไม่กี่ปีก็เสกสมรสกับเจ้าหญิงศิริมา ณ เชียงใหม่ ผู้เป็นพระญาติทางมารดาของพระองค์และใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขที่วังแถวถนนนครไชยศรีอันเป็นเรือนหอ 

         เล่ากันว่าเจ้าหญิงจากนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ผู้นี้มีสิริโฉมงามยิ่งนัก พระองค์เจ้าดิลกฯทรงรักชายามากถึงกับมิยอมรับใครมาเป็นหม่อม (เมียรอง เมียน้อย) ทั้งสองร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาได้ไม่กี่ปียังไม่ทันมีโอรส-ธิดามาเชยชม แต่แล้วไม่นานหลังจากนั้น ใครจะรู้ว่าชีวิตคู่อันมีความสุขนี้จะเดินทางมาพบเจอกับเหตุการณ์ที่เรียกว่า "จุดพลิกผันของชีวิตคู่" เมื่อเจ้าหญิงศิริมาผู้เป็นชายาทรงเป็นตะคริวในขณะลงเล่นน้ำและจมน้ำเสียชีวิตที่สระภายในพระราชวังดุสิต 

         พระองค์เจ้าดิลกฯ ผู้เป็นสวามีทรงเสียพระทัยอย่างมิอาจจะหักห้ามได้ หนำซ้ำพระโรคเกี่ยวกับเส้นประสาทยังมากำเริบอีก เท่านี้ยังไม่พอยังเป็นจังหวะเดียวกับงานที่กระทรวงมามีปัญหาไม่เป็นไปดั่งใจหมาย จึงทำให้ปัญหาต่างๆเริ่มสั่งสมเป็นความเครียด ทรงเก็บพระองค์อยู่เงียบๆปราศจากคู่คิดที่คอยอยู่เคียงข้างกันมาอย่างแต่ก่อน ในที่สุดพระองค์จึงทรงตัดสินพระทัยปลงพระชนม์ของพระองค์เองใช้พระแสงปืนยิงเข้ากลางขมับจนสิ้นพระชนม์ รวมพระชันษาเพียง ๒๗ ปีเท่านั้น เล่ากันว่าเสียงปืนดังก้องออกไปจนถึงประตูใหญ่หน้าตำหนัก ปิดฉากตำนานรักและปิดตายเรือนหอครองคู่นี้แต่นั้นเป็นต้นมา

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://th.wikipedia.org/wiki/พระเจ้าบรมวงศ์เธอ_พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ_กรมหมื่นสรรควิไสยนรบดี

                          https://www.clipmass.com



เรียบเรียงโดย

เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ