ทีนิวส์ ลากไส้ บีบีซีไทย ตอน บิดเบือนสนั่นโลก!!ฉาวสุดๆBBC ตีข่าวมั่ว "บิ๊กตู่"สร้างภาพจับมือ"โอบามา"จนตรอกถึงขั้นสารภาพอ้างแหล่งข่าวนิรนาม??

Publish 2016-12-03 08:15:24



 

ถือเป็นสื่อต่างชาติที่อ้างความเป็นไทยเข้าไปเกี่ยวโยงให้เกิดความรู้สึกร่วม  แต่โดยข้อเท็จจริงโดยพฤติการณ์ของ BBC  ไทย  ยังคงมีคำถามมากมายว่าเป็นสื่อที่มีแนวทางเพื่อสร้างสรรค์หรือทำลายประเทศไทยกันแน่  ???

 

หลายคนคงไม่ลืมว่าโดยความเป็นจริง  BBC ภาคภาษาไทย เคยประสบปัญหาทางธุรกิจจากทิศทางการเสพข่าวสารที่เปลี่ยนแปลงไป จนต้องปิดตัวไปแล้วครั้งหนึ่ง  เมื่อวันที่   13  ม.ค.  2549   รวมระยะเวลาการดำเนินการมาก่อนหน้ายาวนานกว่า 60  ปี 

 

 

จนกระทั่งวันที่ 10 ก.ค  2557   หรือภายหลังเหตุการณ์รัฐประหาร  น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  เพียงไม่กี่วัน   BBC ไทย  ก็กลับมาเปิดตัวอีกครั้ง    และเริ่มนำเสนอข่าวสารอย่างเป็นทางการในวันที่  23 ก.ค.  2557   โดยเปลี่ยนรูปแบบจากสื่อวิทยุเป็นสื่อโซเชียลเต็มรูปแบบ  โดยมีคนไทยจำนวนหนึ่งร่วมเป็นทีมงานเหมือนในยุคอดีต 

 

อย่างไรก็ตามการรีเทิร์นของ  BBC    ไทยครั้งนี้ถูกจับตามองเป็นพิเศษ   เพราะเป็นการฟื้นคืนชีพในยุคประเทศไทย  และ คสช.  กำลังถูกชาติตะวันตกหยิบยกเรื่องประชาธิปไตยมาวิพากษ์วิจารณ์โจมตี  และกดดันในทุกรูปแบบผ่านองค์กรทางการค้า  รวมถึงตัวแทนการทูตประเทศ  โดยเฉพาะอียู    สหรัฐ   โดยมีล็อบบี้ยิสต์ที่มีนักการเมืองในระบอบทักษิณอยู่เบื้องหลังให้การสนับสนุนทางการเงิน  เป็นหนึ่งแรงขับเคลื่อนกลไกดิสเครดิตคสช.ด้วยข้อกล่าวหาต่าง ๆ ทั้งที่คนไทยทั้งประเทศรู้ซึ้งถึงความเป็นที่คสช.ต้องเข้ามายึดอำนาจรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

 

 

สอดคล้องกับข้ออ้างของ    ลิเลียน แลนเดอร์    ผู้บริหารบรรษัทกระจายเสียงแห่งอังกฤษ หรือ  BBC  แผนกภาษาของภาคบริการโลก ซึ่งระบุว่า  หลักการพื้นฐานประการหนึ่งของบีบีซี คือการนำเสนอข่าวสารที่เป็นกลางและถูกต้องให้แก่ประเทศต่างๆ ในเวลาที่ประเทศเหล่านั้นขาดข่าวสารลักษณะดังกล่าว และบีบีซีเห็นว่า   ขณะนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะทดลองการให้บริหารข่าวสารครั้งใหม่ทั้งในภาษาไทยและภาษาอังกฤษในรูปแบบดิจิตัลเพื่อรายงานข่าวและข้อมูลที่เชื่อถือได้ไปยังประชาชนในประเทศไทย  ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้าเป็นเวลาถึง 8  ปี  BBC  กลับมองไม่เห็นในประเด็นปัญหานี้มาก่อน ???

 

 

สำคัญสุด ก็คือการที่  ฮิวโก สไวร์   รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษ ในฐานะผู้แลภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ออกมาสำทับว่าข่าวภาคภาษาไทยถือเป็นความคิดที่ยอดเยี่ยม  เพราะจะมีส่วนช่วยในการสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกตามแนวทางประชาธิปไตยที่ประสบความสำเร็จ  เพราะยิ่งตอกย้ำให้เกิดข้อคำถามว่า BBC  ฟื้นชีพอีกครั้งเพราะเหตุผลทางการเมืองประเทศไทยหรือไม่  ???

 

 

แต่จะด้วยเหตุผลใดก็ตามการรีเทิร์นสู่สงครามข่าวสารของ BBC ไทย  แม้ไม่อาจบ่งชี้ชัดได้ว่ามีเจตนาดีหรือประสงค์เช่นใดต่อประเทศไทย  หากในการนำเสนอข่าวของ BBC ไทยหลายครั้งได้ทำให้เกิดข้อกังขาอย่างหลีกเลี่ยงใม่ได้   เพราะหลายประเด็นร้อนถูกนำแพร่กระจายต่อในกลุ่มสื่อที่เป็นฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลคสช.   จนดูเหมือนว่า BBC ไทย  มีลักษณะทิศทางการทำงานไปในแนวทางเดียวกับระบอบทักษิณ  โดยเฉพาะการนำเสนอข้อมูลในเชิงดิสเครดิต  พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี  และหัวหน้าคสช.   หรือ  บางประเด็นมีความล่อแหลมยิ่งต่อการคุกคาม จาบจ้วง  ล่วงละเมิด  สถาบันหลักของประเทศ  ด้วยซ้ำไป ???  



 

ตัวอย่างหนึ่งที่มีหลักฐานชัดเจน  ก็คือ  บทความในเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 2  ต.ค. 2558 ซึ่ง BBC  ไทย  เปิดฉากวิพากษ์วิจารณ์ว่า  การคัดเลือกผู้นำประเทศไทยให้เป็นประธานกลุ่มจี  77  ไม่ได้เป็นผลงานของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน แต่เป็นผลงานของข้าราชการและนักการเมืองในยุคอดีต   ส่วนรางวัลจากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศและมีพล.อ.ประยุทธ์  ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลขึ้นรับรางวัล  ก็ไม่ได้เกิดขึ้นจากผลงานของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์  เพราะช่วงเวลา  1 ปีการทำงานไม่มีความโดดเด่นใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องโทรคมนาคม  ทั้ง ๆ  ที่พล.อ.ประยุทธ์ก็ไม่เคยอวดอ้างความสำเร็จดังกล่าวมาจากรัฐบาลตนเอง แต่กลับยกย่องว่าเป็นความสำเร็นที่น่าชื่นชมของคนไทยทั้งประเทศ

 

 

หนักเข้ากว่านั้น   BBC  ไทย   กล่าวหาว่ามีความพยายามของเจ้าหน้าที่รัฐบาลไทย  ในการสร้างภาพให้กับพล.อ.ประยุทธ์ในเวทีโลก  ว่า  รัฐบาลสหรัฐไม่ได้แสดงความรังเกียจเดียดฉันท์พล.อ.ประยุทธ์ซึ่งเป็นผู้นำการรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลพลเรือนจากการเลือกตั้ง    โดยการบิดเบือนว่ามีการจัดการให้พล.อ.ประยุทธ์ได้มีโอกาสสัมผัสมือกับประธานาธิบดี บารัค โอบามาของสหรัฐ  ด้วยการเจรจาต่อรองให้ผู้นำสหรัฐเดินมาทักทายและสัมผัสมือพล.อ.ประยุทธ์  บนเงื่อนไขที่จะไม่มีการเผยแพร่เรื่องนี้อย่างเป็นทางการ   จึงปรากฏเฉพาะแต่ภาพจากเจ้าหน้าที่ติดตามซึ่งถ่ายจากโทรศัพท์มือถือเผยแพร่ในโซเซียลมีเดียเท่านั้น

 

 

ไม่จบเท่านั้น BBC  ไทยยังปรามาส พล.อ.ประยุทธ์  ในฐานะตัวแทนประเทศไทย   ได้พบปะหารือแบบทวิภาคีกับผู้นำจากประเทศมหาอำนาจ  อย่าง  ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ก็เพราะเป็นบุคคลที่มีความคุ้นเคยกันอยู่แล้ว   และพล.อ.ประยุทธ์เลือกให้ความสำคัญกับการพบปะผู้นำประเทศที่ไม่เป็นที่รู้จักมากนักในประเทศไทย  เช่นประเทศในหมู่เกาะในแปซิฟิกใต้ แคริบเบียนและแอฟริกา  เพื่อขอความสนับสนุนในการรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

 

 

ส่งท้าย BBC  ไทย  เลือกแสดงความรับผิดชอบบทความข่าวชิ้นนี้ที่มีเจตนาชัดเจนว่ามีเป้าหมายมุ่งทำลายศักดิ์ศรี พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา   นายกรัฐมนตรี  และหัวหน้าคสช.  ในฐานะตัวแทนประเทศไทยไปร่วมประชุมกับผู้นำนานาชาติในเวทีโลก   ด้วยข้อความเพียงว่า ...

 

 “ หมายเหตุ: บทวิเคราะห์ชิ้นนี้เขียนโดยผู้ที่ติดตามการประชุมอย่างใกล้ชิด ทราบธรรมเนียมการประชุม  ทีมงานเห็นว่าบทความนี้ให้ข้อมูลที่มีคุณค่าควรแก่การนำมาเสนอแก่ผู้อ่าน  เพื่อให้เป็นอีกด้านหนึ่งของข้อมูลข่าวสารที่สาธารณะพึงได้รับรู้ประกอบการพิจารณาประเด็นที่เกี่ยวข้อง  แต่ที่เราไม่เปิดเผยชื่อเพราะผู้เขียนไม่ต้องการเปิดเผย  และทีมงานเคารพการตัดสินใจรวมทั้งเห็นด้วยว่าหากเปิดเผยชื่อผู้เขียนมีโอกาสที่จะได้รับผลกระทบสูง  เราทราบว่าการไม่ใช้ชื่อผู้เขียนเป็นเรื่องเสี่ยงต่อข้อครหา อาจลดความน่าเชื่อถือของรายงาน  แต่ในอาชีพสื่อมีบ้างบางครั้งที่ต้องปิดชื่อผู้ให้ข้อมูล”

 



 

ไม่มีที่มาที่ไปไม่มีการยืนยันความถูกต้อง  มีแต่ข้อกล่าวอ้างจากสื่อระดับสากลที่ช่วงหนึ่งเคยได้รับความเชื่อถือในระดับโลก  ขณะที่บทวิเคราะห์ชิ้นนี้ของ BBC  ไทย  กลับยอมรับเองว่าเป็นเสมือนใบปลิวหรือบัตรสนเท่ห์ที่ถูกกำหนดบทบาทให้ทำหน้าที่โจมตีพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา ในทุกมิติเท่าที่จะทำได้ตามใบสั่งทางการเมืองใช่หรือไม่  ???

 

เพราะขนาด  “สมศักดิ์   เจียมธีรสกุล”    นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์-การเมือง อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบุคคลที่ถูกรัฐบาลออกหมายจับเนื่องจากหลบนีคำสั่ง คสช. ยัง แสดงความเห็นในแฟนเพจบีบีซีไทย  ถึงข้อกังขาต่อบทวิเคราะห์ชิ้นนี้   

 

“อาจมีความเป็นไปได้ที่จะมีการเจรจาเรื่องให้ “โอบาม่า” จับมือกับ “บิ๊กตู่” แต่ประเด็นคือ “คนเขียน” รู้ได้อย่างไร   เพราะปกติเรื่องนี้ต้องทำระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐไทยกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และเงื่อนไขนี้ตั้งอยู่ว่า ห้ามเผยแพร่อย่างเป็นทางการ แต่ทำไมจึงให้เจ้าหน้าที่ติดตาม พล.อ.ประยุทธ์ ถ่ายด้วยโทรศัพท์มือถือและแพร่ทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค   “ข้อความนี้ทั้งหมดมันไม่เม้กเซ้นซ์ (Make Sense) และฟังดูชอบกลจริง ๆ”

 

 

ต่อมา พล.ต.วีรชน  สุคนธปฏิภาค   รองโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี   ได้ชี้แจงถึงกรณี “บีบีซีไทย” และเว็บไซต์มติชนออนไลน์  ซึ่งนำข้อมูลมาจากบีบีซีไทยมานำเสนอในประเด็นดังกล่าวว่า เป็นการบิดเบือนข่าวสารอย่างรุนแรง   เพราะข้อเท็จจริงคือก่อนเข้าประชุมมีการถ่ายรูปโดยช่างภาพมืออาชีพ    ส่วนผู้นำหลายประเทศที่มีผู้ติดตามเข้าร่วมประชุมด้วย  ได้ยืนรอเพื่อถ่ายภาพ  ในระหว่างนั้นผู้นำแต่ละประเทศทักทายพูดคุย  โดยผู้ติดตามได้ถ่ายรูปไว้  ไม่ใช่การแอบถ่าย และไม่ได้มีปัญหากัน เพราะไม่ได้มีการห้ามถ่ายรูป 

 

“ระหว่างนั้น พล.อ.ประยุทธ์ยืนอยู่ด้านข้างของห้อง นายโอบามายืนอยู่กลางห้อง เมื่อนายโอบามาเห็น พล.อ.ประยุทธ์ยืนอยู่ จึงเดินเข้ามาทักทายก่อน และขอบคุณที่มาเข้าร่วมประชุมในการรักษาสันติภาพ โดยใช้เวลาไม่นาน จากนั้นนายบารัคได้ทักทายผู้นำประเทศอื่น ๆ และผู้ติดตามก็ได้มีการถ่ายรูปเช่นกัน”

 

จากคำชี้แจงดังกล่าวทำให้เว็บไซต์มติชนออนไลน์   เลือกขึ้นข้อความข่าวชี้แจงขออภัยในความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในวันที่  4 ต.ค. 2558  !!! 

 

 

ไม่เท่านั้นในวันที่  6 ต.ค. 2558   พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ  ยังได้ให้สัมภาษณ์ชี้แจงประเด็นดังกล่าวซ้ำอีกครั้งว่า เหตุการณ์วันนั้นตนยืนอยู่แล้วผู้นำสหรัฐฯ ก็เข้ามาจับมือ  ตนในฐานะผู้นำประเทศก็จับมือตอบ ไม่จำเป็นที่ตนต้องไปขอเขาจับมือเขาอย่างที่ BBC  ไทยกล่าวอ้าง   และไม่มีเหตุผลใดด้วยที่เขาจะไม่จับมือตน   ขณะเดียวกันรูปที่ถ่ายร่วมกันกับผู้นำสหรัฐมีถึง 4 คน แต่ทำไมบีบีซีถึงไม่นำเสนอ ไม่พูดถึง ??

 

 

“เป็นสื่อควรจะมองในภาพรวมว่ารัฐบาลทำอะไรไปบ้าง งบประมาณใช้กันอย่างไร อย่าดีแต่พาดพิงโจมตี ถ้าสื่อไม่เรียนรู้ตรงนี้ และจะเขียนข่าวแบบนี้ ก็จะทำให้ประชาชนไม่รับข้อมูลที่เป็นจริง หรือสื่ออยากให้ประชาชนโง่ โง่แบบคิดไม่เป็น  ถึงได้เสนอข่าวแบบนี้ไป วันนี้ตนทำให้เขาฉลาด ซึ่งความจริงเขาก็ฉลาดอยู่แล้ว  แต่ถูกปิดตาด้วยความยากจนที่มีสื่อพยายามจะให้เป็นเพื่อจะได้แสวงหาผลประโยชน์จากคนไทย”

 

ขณะที่ผลพวงจากกรณีดังกล่าวทำให้คนในโลกออนไลน์ในไทยไม่พอใจ พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการทำงานกองบรรณาธิการของบีบีซีไทย ไปยังสำนักงานใหญ่ของบีบีซี ผ่านช่องทางเว็บไซต์ http://www.bbc.co.uk/complaints/complain-online/ เนื่องจากมีการนำเสนอข่าว และบทความที่ไม่ได้คุณภาพมาตรฐานตามหลักวิชาชีพสื่อมวลชน

 

 

 

แต่ดูเหมือนเสียงสะท้อนต่าง ๆ ไม่สามารถกระตุกต่อมความรู้สึกเรื่องจรรยาบรรณให้กับสื่ออย่าง BBC  ไทย ได้เลย   ในขณะที่กรณีการบิดเบือนโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ที่ผ่านมานานกว่า  1 ปีแล้ว  หาก BBC  ไทยกลับไม่แสดงความรับผิดชอบใด  ๆ  แต่เลือกจะยึดเอาหลักฐานเลื่อนลอยเป็นที่ตั้งในการแสดงบทบาทหน้าที่สื่อมวลชนมาจนถึงทุกวันนี้   วันที่กำลังทำให้เห็นอีกครั้งว่า  BBC  ไทย   ไม่เหมาะควรจะได้รับการเผยแพร่อีกต่อไปในแผ่นดินไทย  เพราะการใช้ความเป็นสื่อมวลชน  ก้าวล่วงละเมิดสถาบันเบื้องสูงอย่างขาดความยั้งคิดอย่างขาดความยั้งคิด  ในสิ่งที่ถูกที่ควรและพึงมีต่อจรรยาบรรณวิชาชีพ ที่มีคำว่า "ไทย" ต่อท้าย   !!!   !!!

 

 

เรียบเรียงข่าว  :  ชัชรินทร์  สำนักข่าวทีนิวส์

 

อ่านต่อเนื่อง

 

ทีนิวส์ ลากไส้ บีบีซีไทย ตอน เน่าทั้งขด!! ย้อนเรื่องฉาว BBC แม่ ถูกตรวจสอบ โคตรลำเอียง เขียนข่าวเลือกข้างตามใบสั่ง 

 

http://headshot.tnews.co.th/contents/215493/

 

 

ทีนิวส์แฉสิ้นไส้ "บีบีซีไทย" สื่อชั้นเลว !!! ทำข่าวด้วยอคติ บิดเบือนเป็นปกติ ตอน : อวยพวกล้มเจ้า สัมภาษณ์ “อั้ม เนโกะ”ในช่วงเวลาความอาลัย

 

http://headshot.tnews.co.th/contents/215471/