จับตา พานทองแท้ ถ้าไม่ผิดจะกลัวอะไร!!!เลิกเฉไฉแล้วสู้คดีหรือจะมีอาการน้ำในหูกำเริบ หนีตามพ่อและอาไปอีกคน

Publish 2017-09-15 13:26:55

จากกรณีที่เมื่อวันที่ 8 กันยายน เวลา 16:56 น.   นายพานทองแท้ ชินวัตร  ลูกชายของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Oak Panthongtae Shinawatra” ตอบโต้
       
"ไม่มีความเลวร้ายใด ที่จะยิ่งไปกว่าความเลวร้ายที่ได้กระทำโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย หรือในนามของกระบวนการยุติธรรม"

  

  เป็นคำกล่าวของ มงแต็สกีเยอ ที่คุณพ่อผมเพิ่งนำมาทวิตไปเมื่อวันก่อนครับ


ในช่วงเวลาที่คุณพ่อทวิตนั้น ปรากฏว่ามี "เอกสารหลุด" จากคณะกรรมการ นโยบายและบริหารจัดการข้าวฯ ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ฯ ในฐานะหัวหน้า คสช. เป็นประธาน ได้สั่งการในที่ประชุมว่า ให้เร่งดำเนินการส่งฟ้องเรื่องจำนำข้าว โดยไม่ต้องคำนึงถึงกระบวนการยุติธรรม โดยให้เร่งดำเนินการ มิฉะนั้นเจ้าหน้าที่ ซึ่งรับผิดชอบทั้ง 3 หน่วยงาน จะต้องมีความผิด"

  นี่เป็นเนื้อหาท่อนแรกที่"พานทองแท้" โพสต์ในเฟซบุ๊คของตัวเองเพื่อต้องการชี้ให้เห็นว่า"พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" ต้องการกลั่นแกล้งคนในครอบครัวตัวเองโดยไม่คำนึงถึงกระบวนการยุติธรรม!!!
   
 




 แต่ข้อเท็จจริง "พานทองแท้"ต้องรู้ก็คือ

คดีของ"อาปู"นั้นมีอยู่ทั้งทาง"อาญา"ท่ีทำให้ต้องเปิดหนีไป กับอีกคดีก็คือ การออกคำสั่งทาง ปกครอง เรียกค่าเสียหายจากเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าว ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการรับผิดทางละเมิดของ เจ้าหน้าที่ของรัฐและระเบียบว่าด้วยการดำเนินคดีแพ่งในการเรียกค่าเสียหาย น.ส.ยิ่งลักษณ์และพวก
 สรุปความเสียหายโครงการจำนำข้าวสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 

    “คณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง” ของกระทรวงการ คลัง ที่มีนายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เป็นประธานฯ  ได้มติที่ให้เรียกค่าเสียหาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นเงินทั้งสิ้น 35,717 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 20% ของมูลค่าความเสียหาย 178,586 ล้านบาท

      มันเป็นคนละเรื่องกันเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการ"พลเอกประยุทธ์" จึงต้องกำชับเจ้าหน้าที่ว่าถ้าไม่ทำก็จะมีความผิดตามกฏหมายไม่ใช่จะไปบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมซึ่งไม่รู้ว่า"พานทองแท้"ไม่เข้าใจจริงๆหรือแกล้งไม่เข้าใจ!!!

      ส่วนอีกประเด็นเกี่ยวข้องกับนาย"พานทองแท้"โดยตรงซึ่งได้โพสต์ว่า"ผ่านไปเพียงไม่กี่วัน ขณะนี้ได้มีเอกสารหลุดอีกฉบับหนึ่ง เกี่ยวกับเรื่องของตัวผม โดยตรง ซึ่งเป็นของอดีตรองอธิบดีดีเอสไอ ที่ได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยัง คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ว่าได้รับคำสั่งให้แจ้งข้อกล่าวหาเพื่อ ดำเนินคดีกับพานทองแท้ ทั้งๆ ที่ตนเองได้ชี้แจงข้อเท็จจริงให้ผู้สั่งการทราบแล้วว่า ธุรกรรมของนายพานทองแท้นั้น ไม่ได้มีส่วนใดที่ผิดกฎหมาย จึงไม่สามารถ แจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีได้ เป็นเหตุให้ตนเองต้องถูกปลดออกจากตำแหน่ง รองอธิบดีฯ ไปนั่งตบยุงที่สำนักนายกรัฐมนตรี"
   

  ประเด็นนี้เปิดขึ้นมาก็เพื่อให้เห็นว่าตัวเองก็ถูกกลั่นแกล้ง!!!!!
   

 แต่ข้อเท็จจริงคือ???
   

  มันมีประเด็นที่"นายพานทองแท้"เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีแบงค์กรุงไทยที่ติดคุกกันไปแล้วเป็นระนาว โดยมีหลักฐานว่า "นายพานทองแท้"รับเช็คจากนายวิชัย กฤษดาธานนท์ และนายรัชฎา กฤษดาธานนท์ (บุตรนายวิชัย) กรณีชำระค่าหุ้นบริษัท ช.การช่าง จำกัด ที่ระบุว่า จะจ่ายผ่านนายวันชัย แต่ไม่ทัน จึงให้จ่ายโดยตรงผ่านนางเกศินี และนางเกศินี โอนเงินเข้าบัญชีนายพานทองแท้ จำนวน 1.8 ล้านบาท และกรณีร่วมลงทุนกับนายรัชฎาจำนวน 10 ล้านบาท

 

 ไม่เพียงเท่านั้นบริษัทของ"นายพานทองแท้"คือบริษัท ฮาวคัม จำกัด และ บริษัท มาสเตอร์โฟน จำกัด ที่นายรัชฎานำเงินที่ได้จากสินเชื่อที่บริษัท โกลเด้นฯ ได้รับจากธนาคารกรุงไทย ไปซื้อหุ้นจองของบริษัท ท่าอากาศยานไทยฯ 4.2 แสนหุ้น และนำมาเสนอขายแก่พนักงานของบริษัท ฮาวคัมฯ และบริษัท มาสเตอร์โฟนฯ 
 


    นี่เป็นหลักฐานที่ปรากฏขึ้นในการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน ถ้า"นายพานทองแท้"ไม่ผิดจะไปกลัวอะไร????

    ใครแกล้งก็ฟ้องกลับให้ติดคุกหัวโตไปเลยเหมือนที่"นายอภิสิทธิ์"และ"นายสุเทพ" ฟ้องนายธาริตท่ีแกล้งดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม!!!!!

    ไม่ต้องมาตีสำนวนฝีปากที่ให้ดูเหมือนว่าปากกล้าขาไม่สั่น สร้างกระแสให้กองเชียร์คึกคัก แล้วสุดท้ายก็เดินตามรอยพ่อและอา!!!!!!!



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ณัฏฐธิดา สิทธิผล

ติดตามข่าวอื่นๆ