เปิดอีกคลิป พายุถล่มมหาชัย หอบร่างเจ้าของบ้านลมยาง ขึ้นไปบนอากาศก่อนตกลงมากระแทกหลังคา(คลิป)

Publish 2018-08-19 00:25:39



จากกรณีเหตุพายุพัดถล่มบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนมาก และตลาดนัดยามเย็นในซอยสุสานน่ำเก็ก ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จนพังพินาศ อีกทั้งยังมีผู้ถูกพายุพัดลอยไปตกที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง จนเสียชีวิต 1 คน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่เกิดเหตุพบศพนายอำพร เทียนศิริ อายุ 65 ปี ชาว อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม นอนเสียชีวิตอยู่ภายในร้านอาหาร โดยสภาพศพมีบาดแผลตามร่างกายและใบหน้ามีเลือดเปรอะเปื้อนเนื่องจากแรงกระแทก และถูกของมีคมบาด ทั้งนี้ มีรายงานว่าผู้เสียชีวิต เป็นเจ้าของบ้านลมยางที่ตลาดยามเย็น มหาชัย ตอนเกิดเหตุ ถูกพายุหอบร่างขึ้นไปบนอากาศก่อนตกลงมากระแทกหลังคาร้านอาหาร ร่างร่วงทะลุใต้ถุนร้านเสียชีวิต 

 

 

 

 

ด้าน นายสุรพงษ์ สารปะ โฆษกกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่าเป็นลักษณะของพายุลมหมุน หรือลมวน เกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิในอากาศของท้องฟ้าที่เย็นและพื้นดินที่ร้อน มีตั้งแต่ขนาดเล็กๆ เกิดขึ้นเองแล้วสลายไป ไปจนถึงขนาดใหญ่โดยเฉพาะในต่างประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา ที่อุณหภูมิบนบกกับทะเลแตกต่างกันมาก ความเร็วของลมก็ย่อมมากขึ้นตาม อย่างไรก็ตามโอกาสเกิดลมวนในเขตเมืองอาจไม่ค่อยชัด เพราะสิ่งปลูกสร้างอย่างอาคารบ้านช่องต่างๆ จะชะลอความเร็วของลมจนสลายไป ส่วนในทะเลจะเกิดขึ้นชัดจนกว่า เช่น พายุงวงช้าง ที่พบเห็นได้บ่อยครั้ง
 



แน่นอนว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาดูกันที่สภาพอากาศกันดีกว่าเพราะจะได้เตรียมรับมือทัน

 

 

พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 18 สิงหาคม 2561 - 24 สิงหาคม 2561 ในช่วงวันที่ 18-19 ส.ค. 61 ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 20-24 ส.ค. 61 ประเทศไทยจะมีปริมาณฝนลดลง แต่ยังมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ข้อควรระวัง   ในช่วงวันที่ 18-19 ส.ค. 61 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง

 

ในช่วงวันที่ 18-19 ส.ค. 61 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชั่น “เบบินคา” (BEBINCA) ปกคลุมบริเวณประเทศเมียนมา ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 20-24 ส.ค. 61 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีปริมาณฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงตลอดช่วง

 



ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 18-19 ส.ค. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70-80 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนในช่วงวันที่ 20-24 ส.ค. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งทางด้านตะวันตกของภาคลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส

 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วงลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส

 

ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 18-19 ส.ค. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนในช่วงวันที่ 20-24 ส.ค. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งทางด้านตะวันตกของภาคลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส

 

ภาคตะวันออก    ในช่วงวันที่ 18-19 ส.ค. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70-80 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตรส่วนในช่วงวันที่ 20-24 ส.ค. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรอุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส

 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ในช่วงวันที่ 18-24 ส.ค. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่โดยในช่วงวันที่ 18-20 ส.ค.61 มีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากทางตอนบนของภาคตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตรอุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส

 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากทางตอนบนของภาค ตลอดช่วงในช่วงวันที่ 18-19 ส.ค. 61 ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-45 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตรตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรส่วนในช่วงวันที่ 20-24 ส.ค. 61 ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตรตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตรอุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส

 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ตลอดช่วง กับมีฝนตกหนักบางแห่งในช่วงวันที่ 18-19 ส.ค. 61ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส

 



เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย