"ไม่เลือกเรารอไปก่อน"? "เสี่ยอ๋อย"สะดุ้งหวังตี"บิ๊กตู่จว.ไหนไม่ให้ดูดไม่ได้งบ"ดันลืมวลีเด็ด"นายใหญ่"ฉีกทึ้งปท.เป็นชิ้น"ไม่เลือกเรารอไปก่อน"

Publish 2018-05-16 15:45:08



 "ใครไม่เลือกไทยรักไทยรอไปก่อน"?! "เสี่ยอ๋อย" สะดุ้งหวังตี "บิ๊กตู่" จิกแรง "จังหวัดไหนไม่ให้ดูดไม่ได้งบใช่หรือไม่" ดันลืมวลีเด็ด "นายใหญ่" พูดไว้เมื่อปี 48 และแทบจะเป็นการฉีกทึ้งประเทศออกเป็นชิ้น ๆ ด้วยผลการเลือกตั้ง เพราะเทพเจ้าประชาธิปไตยของคนเสื้อแดง (ขณะนั้นยังไม่มีเสื้อแดง) กล่าวไว้ว่า "ใครไม่เลือกเราให้รอไปก่อน"  


ดูเหมือนจะความจำสั้นไปหน่อย สำหรับ "เสี่ยอ๋อย จาตุรนต์ ฉายแสง" หนึ่งในบุคคลที่พยายามจะเข้าสู่ไลน์แคนดิเดตหัวหน้าพรรคเพื่อไทยของนายใหญ่ (แม้ทักษิณจะปฏิเสธเรื่องนี้คือความสัมพันธ์กับพรรคก็ตาม) เพราะเมื่อ 2 วันก่อนเจ้าตัวได้โพสต์ข้อความ หวังตี "บิ๊กตู่" โดยล้อไปกับกระแส "พลังดูด" ของ "พรรคทหาร" ที่นายกฯ เดินสาย ครม.สัญจรต่างจังหวัด ล่าสุดบุรีรัมย์ที่เป็นไปอย่างเอิกเกริกชื่นมื่น และมีข่าวว่าอาจไปต่อที่ จ.สระแก้วก่อนเปลี่ยนหมายกำหนดการ



โดยนายจาตุรนต์ พยายามหยิบเรื่องนี้มาตั้งคำถามทำนอง "ที่เลื่อนไปสระแก้วเพราะการดูดไม่เข้าเป้าใช่หรือไม่" เหนืออื่นใดก็คือ เข้าตั้งคำถามแบบจงใจ...ให้ผู้ฟังที่ไม่รู้เท่าทันเข้าใจผิดได้ว่า ต่อจากนี้ไปท่านจะมีหลักเกณฑ์อย่างไร ในการที่จะเลือกไปประชุมครม.ที่จังหวัดไหน หรือท่านจะต้องดูเสียก่อนว่า จะสามารถไปดูดนักการเมืองหรือพรรคการเมืองมาสนับสนุนท่านให้ได้เสียกอ่น ใช่หรือไม่

"ถ้าท่านมีหลักเกณฑ์เช่นนั้น ในหลายสิบจังหวัดที่ไม่มีใครเขายอมให้ดูด ท่านจะไม่ไปประชุมครม.ที่จังหวัดเหล่านั้นแล้วใช่หรือไม่? และจังหวัดเหล่านั้นจะไม่ได้รับงบประมาณลงพื้นที่แล้ว ใช่หรือไม่?" อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุ

โดยรายละเอียดทั้งหมดที่ นายจาตุรนต์ ระบุไว้ คือ

ประยุทธ์ เพ้อ

ลองอ่านที่พล.อ.ประยุทธ์พูดที่ทำเนียบเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมากันหน่อยเถอะครับ

 




มีตอนหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ พูดว่า “.....ฝากให้ทุกคนรั บรู้ รับทราบ และช่วยกันบอกด้วยว่า เวลาผมไปต่างจังหวัด ไปประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ไปทุกจังหวัด จะไปที่ไหน เขารับตรงไหนก็ได้เจอตรงนั้น ไม่ใช่ไปเจอคนแบบจัดให้เจอ ก็จะไปเจอตรงไหนที่มากที่สุด ที่เขาจะจัดให้เจอกับประชาชนได้ จะพูดคุยกับเขาเอง ไม่ต้องการให้เป็นคำครหาอะไรทั้งนั้น”

อ่านแล้วเข้าใจมั้ยครับ เข้าใจว่ายังไง ?ตกลงเวลาที่พล.อ.ประยุทธ์จะไปพบประชาชนนี้ มีการจัดประชาชนมา หรือไม่มี?

ผมยังมีคำถามต่อไปอีกว่า เคยสังเกตกันมั้ยว่า พล.อ.ประยุทธ์มักพูดอะไรแบบไม่อยู่กับร่องกับรอยอยู่เสมอ แต่ทำไมก็ยังพูดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่ได้เป็นประจำ

ที่ผมพูดนี้ ก็แค่กระเซ้าเย้าแหย่กันเท่านั้นแหละครับ

แต่มีประเด็นที่อยากจะตั้งคำถามต่อพล.อ.ประยุทธ์โดยตรงสักคำถามสองคำถาม

ถามว่า ที่ท่านเลื่อนการไปประชุมและทำกิจกรรมที่จังหวัดสระแก้วออกไปนั้นเป็นเพราะการดูดของท่านไม่เป็นไปตามแผนใช่หรือไม่ และต่อจากนี้ไปท่านจะมีหลักเกณฑ์อย่างไร? ในการที่จะเลือกไปประชุมครม.ที่จังหวัดไหนและจะให้งบประมาณลงพื้นที่มากน้อยเพียงใด ท่านจะต้องดูเสียก่อนว่า จะสามารถไปดูดนักการเมืองหรือพรรคการเมืองมาสนับสนุนท่านให้ได้เสียกอ่น ใช่หรือไม่

ถ้าท่านมีหลักเกณฑ์เช่นนั้น ในหลายสิบจังหวัดที่ไม่มีใครเขายอมให้ดูด ท่านจะไม่ไปประชุมครม.ที่จังหวัดเหล่านั้นแล้วใช่หรือไม่? และจังหวัดเหล่านั้นจะไม่ได้รับงบประมาณลงพื้นที่แล้ว ใช่หรือไม่?"

ข้อสังเกตข้างต้นของนายจาตุรนต์นั้น....สะท้อนชัดอยู่ในตัวเองว่า...เรื่องนี้เป็นการเมือง...และหวังโจมตี คสช.แน่ เพราะถ้อยคำล้วนเป็นการดิสเครดิตโดยตรง แม้เจ้าตัวจะออกปากก่อนหน้านั้นว่า "แค่กระเซ้าเย้าแหย่กันเท่านั้นแหละครับ" นั่นก็แค่ต้องการลดโทนความรุนแรงจากการตั้งคำถามเหล่านี้ลง

อย่างไรก็ตาม คำถามกึ่ง ๆ โจมตีของนายจาตุรนต์ ทำให้หลายคนไพล่คิดไปถึงวลีเด็ดของนายใหญ่ที่ว่า "จังหวัดไหนมอบความไว้วางใจให้เราต้องดูแลเป็นพิเศษ จังหวัดที่ไว้วางใจเราน้อยต้องเอาไว้ทีหลัง"

โดยเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2548 หรือเมื่อกว่า 13 ปีก่อนยุคทักษิณ 1 (ไทยรักไทย) โดยนายทักษิณ กล่าวระหว่างเป็นประธานมอบหนังสือแสดงสิทธิสัญญาเช่าที่ราชพัสดุให้กับประชาชนตามโครงการรัฐเอื้อราษฎร์ ที่หอประชุมโรงเรียนบรรพตพิทยาคม อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ หลังทราบผลการเลือกตั้งซ่อมใน 3 จังหวัดที่พรรคไทยรักไทยส่งผู้สมัครลงแข่งขันหลังผู้สมัคร 3 คนของพรรคได้รับใบเหลืองจาก กกต. แต่สามารถชนะการเลือกตั้งกลับเข้าสภามาได้เพียง 1 จังหวัด คือที่จังหวัดสิงห์บุรี ที่ชนะผู้สมัครจากพรรคชาติไทยกลับเข้ามาแบบฉิวเฉียด 700 กว่าคะแนน จากที่เคยชนะกว่า 2 หมื่นคะแนน ส่วนจังหวัดพิจิตรพ่ายแพ้ผู้สมัครจากพรรคมหาชนกว่า 17,000 คะแนน และแพ้พรรคชาติไทยในจังหวัดอุทัยธานี ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศว่าเป็นบ้านเกิดของพ่อตาที่จะต้องเอาชนะให้ได้ เกือบ 1 หมื่นคะแนน

โดยนายทักษิณถึงกับหัวฟัดหัวเหวี่ยง และเก็บอาการไม่อยู่ถึงกับระบุผ่านสื่อในวันนั้นว่า จังหวัดนครสวรรค์ มีพื้นที่ 900 กว่าตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าสิงคโปร์ 2 เท่า แต่พัฒนายังไม่ทั่วถึง จากการที่รัฐมนตรีไปลงพื้นที่ในแต่ละอำเภอคงจะได้ข้อมูลมาช่วยกันพัฒนาจังหวัดนครสวรรค์ให้ดีขึ้น ต้องถือว่า จ.นครสวรรค์ได้มอบความไว้วางใจให้กับรัฐบาล โดยเลือก ส.ส.รัฐบาลทั้งจังหวัด แน่นอน อันนี้ตรงไปตรงมา ต้องได้สิทธิดูแลเป็นพิเศษ

“ผมตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม จังหวัดไหนมอบความไว้วางใจให้เราต้องดูแลเป็นพิเศษ แต่เราต้องดูแลคนทั้งประเทศด้วย แต่เวลาจำกัด ต้องเอาเวลาไปจังหวัดที่เราได้รับความไว้วางใจมากเป็นพิเศษ จังหวัดที่ไว้วางใจเราน้อยต้องเอาไว้ทีหลัง ไม่ใช่ไม่ไป คิวต้องเรียงอย่างนี้ ผมเป็นคนพูดตรงไปตรงมา เปิดเผย สื่อมวลชนอยู่ต้องเปิดเผย ไม่มีความลับสำหรับผม วันนี้คิดกับประชาชนอย่างไร ก็อยากเห็นคนทั้งประเทศไม่ว่าอยู่ที่ไหน เลือกหรือไม่เลือกผม ก็อยากให้ทุกคนหายจน แต่เนื่องจากเวลาจำกัดก็ต้องไล่ลำดับกันไป แต่เจ้าหน้าที่ก็ทำเหมือนกันหมดทั่วประเทศ” อดีตนายกฯ ผู้อื้อฉาวแสดงอาการผ่านคำพูด


การแสดงความไม่พอใจผลการเลือกตั้งผ่านคำพูดของนายทักษิณในวันนั้น...ทำให้หลายคนถึงกับตั้งคำถามว่า...แก่นคิดเช่นนี้เป็นประชาธิปไตยตรงไหน...แม้จะพยายามแก้เกี้ยวว่า "เจ้าหน้าที่ก็ทำเหมือนกันหมดทั่วประเทศ" แต่คนระดับนายกฯ พูดในบางประโยคก่อนหน้าย่อมส่งผลต่อการปฏิบัติในพื้นที่แน่ บางคนมองว่า...จังหวัดไหนไม่เลือกไทยรักไทยห้วงยามนั้นจะกลายเป็น "พลเมืองชั้น 2" ที่ได้รับการดูแลทีหลังตามที่นายใหญ่พูดไว้เสียด้วยซ้ำ...และว่าไปหลายประเด็นที่พรรคเพื่อไทยพยายามหยิบมาโจมตี คสช. มักเป็นการ "ขว้างงูไม่พ้นคอ" เกือบจะทุกเรื่อง...ทั้ง "มหาเธร์ มาเลเซีย" หรือแม้แต่เรื่องนี้



เรียบเรียงโดย

นายอารมณ์ เคนหล้า


Suggess News

Recommend News