“พวกมึงเป็นชู้กันใช่ไหม?” เสียงตวาดอันทรงพลังของพญายม!! เมื่อครา "หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป"ลงไปดูนรกขุมผู้ผิดศีลข้อกาเมฯ.

Publish 2018-04-18 14:52:41



พระอาจารย์เปลี่ยน ปัญญาปทีโป วัดอรัญญวิเวก อ.แม่แตง จ. เชียงใหม่

พระอาจารย์เปลี่ยนท่านคิดว่า อยากจะดูนรกขุมที่เกี่ยวกับผู้ผิดศีลข้อกาเมฯ

ทันใดนั้นท่านก็เห็นชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่ง รูปร่างใหญ่โตกว่ามนุษย์หลายเท่านัก ผิวเนื้อดำเกรียม หน้าตาดุดันบอกบุญไม่รับ ชายฉกรรจ์กลุ่มนี้กำลังนำชายคนหนึ่ง กับหญิงอีก 4 คน เดินทางมุ่งหน้าไปสู่ศาลาประหลาดหลังหนึ่ง ท่านจึงเดินติดตามคนกลุ่มนี้ไป พอถึงศาลาหลังนั้น ท่านก็เห็นขุมนรกที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ตั้งเรียงรายอยู่ข้างศาลา ด้วยความอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น ท่านจึงเดินตามคนกลุ่มนั้นเข้าไปภายในศาลา

ท่านเห็นชายคนหนึ่งนั่งอยู่บนบัลลังก์ ท่านรู้ทันทีว่า “เขาผู้นี้คือพญายม” เมื่อกวาดสายตาไปรอบๆ ท่านเห็นชายอีกคนยืนถือสมุดบันทึกอยู่ในมือ พญายมตวาดถามผู้ที่ถูกนำตัวมาด้วยเสียงอันดังว่า

พวกมึงเป็นชู้กันใช่ไหม?”



ชายที่ถูกนำตัวมารีบปฏิเสธทันทีว่า

ไม่ใช่นะท่าน”

ผู้ถือสมุดบันทึกเห็นเช่นนั้น ก็เปิดบัญชีขึ้นทันทีแล้วรายงานว่า คนเหล่านี้เป็นชู้กันจริง ในสถานที่นั้นและเวลาเท่านั้น เท่านั้นเองชายที่ปฏิเสธก็นิ่งเงียบไป เพราะรู้ดีว่าตัวเองนั้นทำผิดจริง

ผิดจริงก็ลงนรกซิ!”

สิ้นเสียงตวาดของพญายม กลุ่มชาย-หญิงก็ถูกถีบหน้าอกหงายหลังลงนรกทันที พอตกถึงนรกพวกเขาก็ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดทุกข์ทรมานแสนสาหัส พวกเขาพยายามตะเกียกตะกายหนีขึ้นจากนรก แต่ก็ถูกยมบาลที่รออยู่ปากหม้อนรกใช้ค้อนเหล็กขนาดใหญ่ตีกระหน่ำซ้ำให้จมลงไปอีก



ท่านเล่าต่ออีกว่า เหตุการณ์ที่ท่านเห็นทำให้ท่านรู้สึกสะดุ้งกลัวต่อกรรมชั่วเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกันก็รู้สึกสงสารผู้ที่ถูกลงโทษอย่างจับจิต แต่ท่านก็ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะมันเป็นกรรมของพวกเขาเอง

"เมื่อก่อกรรมใดไว้ก็ต้องยอมรับผลกรรมนั้น"

ขณะที่ท่านกำลังจะจากไปนั้น หญิงคนหนึ่งได้โผล่ขึ้นมาสู่ขอบหม้อนรก เห็นท่านเข้าพอดีจึงร้องขอความช่วยเหลือว่า

หลวงพ่อเจ้าขา ช่วยหนูด้วย! หนูได้รับความทุกข์ทรมานเหลือเกิน”

ท่านได้แต่หันไปมองนางด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความสงสาร แล้วตอบว่า

อาตมาก็ช่วยโยมไม่ได้นะ มันเป็นกรรมของโยมเอง”

ว่าเท่านั้น ท่านก็จากไป

ขอขอบพระคุณท่านเจ้าของภาพ เจ้าของบทความ และที่มาเนื้อหาข้อมูล

Saran Wiki



เรียบเรียงโดย

ศักดิ์ศรี บุญรังศรี