#พลังโซเชียลกดดัน ! เปิดใจผู้พันคลิปดัง โร่ขอโทษสังคม เผยเพราะโดนให้ของลับก่อน จึงทำให้โมโหขาดสติ..!? (ชมคลิป)

Publish 2018-04-16 15:31:22



จากการณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ฝันให้ไกล ไปให้ถึง” นำคลิปภาพเหตุการณ์ ทะเลาะมีปากเสียงกันอย่างดุเดือดกับกลุ่มครอบครัวหนึ่ง บริเวณริมถนนสายเอเชีย อ.เมืองนครสวรรค์ ในเรื่องการถูกปาดหน้าและไม่พอใจที่ถูกให้ของลับ จนกระทั่ง มีชายวัยกลางคนในกลุ่มของครอบครัว พูดจาอวดอ้างกับฝ่ายที่ถ่ายคลิป ซึ่งเป็นผู้หญิง2ราย ว่าตนเองคือผู้พัน และท้าให้ไปแจ้งความกับตำรวจ จนทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจของผู้ที่มาชมคลิป ต่างเข้ามาคอมเม้นต่อว่า กลุ่มครอบครัวและชายที่อ้างตัวเป็นผู้พัน กันเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีการแชร์คลิปออกไปอย่างแพร่หลาย จนเป็นข่าวดังไปแล้วนั้นล่าสุดวันนี้ (16 เมษายน 2561) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ ซึ่งทราบว่า พ.ต.ท.บุญเชิด จันทร์มณี รอง ผกก. (สอบสวน) ได้มีการนัดเชิญตัวผู้ที่ปรากฏอยู่ในคลิปและผู้ถ่ายคลิปมาสอบปากคำ เบื้องต้นทราบชื่อผู้ถ่ายคลิป คือ น.ส.ปทุมวรรณ หรือมด มณีกุล อายุ 31 ปี และอีกฝ่าย คือ พ.ต.สิรภพ มธุรส หน.งานธุรการ โรงงานวัตถุระเบิดทหาร ในพื้นที่ ต.ย่านมัทรี อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์


เล่าเหตุการณ์วันเกิดเหตุ

นครสวรรค์ แต่การนัดหมายปรากฏว่า มี พ.ต.สิรภพ มาเข้าพบเพื่อให้ปากคำเพียงรายเดียวเท่านั้น เนื่องจาก น.ส.ปทุมวรรณ ผู้ถ่ายคลิป ได้บอกกับตำรวจ อ้างว่า ติดธุระอยู่ที่ต่างจังหวัด ไม่สามารถเดินทางมาให้ปากคำได้จากการสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้นกับ พ.ต.สิรภพ ได้รับการเปิดเผยว่า เมื่อวานเวลา 11.00 น. ได้ขับรถกระบะพาภรรยาและบุตรสาวอีก2คน เดินทางไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครสวรรค์ โดยในขณะกำลังขับรถลงสะพานเดชาติวงศ์ ปรากฏว่ารถข้างหน้ามีการชะลอตัว เพราะติดไฟแดงสี่แยก จึงทำให้ตัดสินใจเปลี่ยนเลนไปทางซ้าย แล้วก็ถูกรถจักรยานยนต์ของคู่กรณีตามหลังมาบีบแตรใส่ พร้อมขี่มาประกบให้ของลับ อีกทั้ง ยังมีการท้าทายให้ขับตามไป ตนรู้สึกโมโห จึงได้ขับไล่ตามไป จนกระทั่ง จอดรถแล้วไปมีปากเสียงทะเลาะกันอย่างดุเดือดตามที่ปรากฏอยู่ในคลิปดังกล่าว


ลั่นขอโทษสังคม


ตนยอมรับว่า รู้สึกโมโหมาก ที่ถูกคู่กรณีให้ของลับ และระหว่างที่จอดรถลงมาทะเลาะกัน ฝ่ายของคู่กรณีก็ใช้วาจายั่วยุอยู่ตลอด พร้อมกับมาถามว่าเป็นใคร จึงทำให้ตนตัดสินใจบอกว่าเป็นผู้พัน โดยหวังให้อีกฝ่ายเกรงใจ จะได้หยุดทะเลาะกันเพียงเท่านั้น แต่สุดท้าย ตนก็รู้สึกผิด ที่ไม่ยอมระงับอารมณ์ หากไม่สนใจกับการถูกยั่วยุ เรื่องก็คงไม่เกิดขึ้นเช่นนี้ ตนจึงฝากขอโทษสังคมกับพฤติกรรมที่ดูไม่เหมาะสม รวมถึงฝากขอโทษคู่กรณีที่ใช้กิริยาวาจาไม่สุภาพด้วย” พ.ต.สิรภพ กล่าวด้าน พ.ต.ท.บุญเชิด เปิดเผยว่า เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา ฐานทะเลาะวิวาทกันในที่สาธารณะกับทั้ง 2 ฝ่าย มีโทษปรับรายละ 500 บาท ส่วนการที่ น.ส.ปทุมวรรณ ยังไม่มาพบพนักงานสอบสวนตามนัด อ้างว่าติดธุระอยู่ต่างจังหวัดนั้น ทางเจ้าหน้าที่จะมีการนำหมายเรียกส่งไปถึงบ้าน เพื่อเชิญมาสอบปากคำก่อนแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป.

ภาพ/ข่าว รณกฤต วรณันวรกุล ผู้สื่อข่าวทีนิวส์จังหวัดนครสวรรค์




Suggess News

Recommend News