ถึงเราจะเป็นพระมหากษัตริย์ แต่ถ้าแม่ของเรายังไม่ได้เสวย เราก็ยังรับไม่ได้!! เรื่องเล่า เมื่อครั้งในหลวง รัชกาลที่ ๙ เสด็จประพาส เพชรบุรี !!

Publish 2018-01-11 10:07:04



            เรื่องราวความรัก ความผูกพัน ระหว่างในหลวงและ สมเด็จย่าของปวงชนชาวไทยนั้น ยังคงประทับใจคนไทยมิรู้ลืม เนื่องด้วยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ยอดกตัญญู เป็นต้นแบบของปวงชนชาวไทยมาเสมอ



             มีเรื่องเล่าจากลุงจิตร ผู้เฝ้าถวายงานใกล้ชิด เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จฯ ประพาส ที่วังเจ้า ริมแม่น้ำเพชรบุรี ต.สองพี่น้อง อ.ท่ายาง (ปัจจุบัน อ.แก่งกระจาน) 

             ปีนั้นลุงจิตรอายุ ๑๗ ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จฯประพาส ที่วังเจ้า ริมแม่น้ำเพชรบุรี ทรงโปรดฯให้ลุงจิตรเฝ้าถวายงานใกล้ชิด ดูแลเรื่องยกเสบียงอาหาร น้ำดื่ม และเสื่อพระที่นั่ง ขณะนั้นเวลาประมาณ ๑๑.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะทรงดนตรีบริเวณโขดหินริมแม่น้ำเพชรบุรี ทรงกระหายน้ำ จึงได้สั่งให้ลุงจิตรไปเปิดน้ำอัดลมมาถวาย แต่เมื่อลุงนำมาพระองค์ไม่ทรงรับพร้อม ตรัสว่า....

"เสด็จแม่ของเรา ซึ่งเป็นสมเด็จฯย่าของเธอมาด้วย ถึงเราจะเป็นเจ้าฟ้าพระมหากษัตริย์ ถ้าแม่ของเรายังไม่ได้เสวย เราก็ยังรับไม่ได้ เธอจงนำน้ำอัดลมไปถวายสมเด็จย่าของเธอก่อน แล้วมาเปิดให้เราใหม่"

 

           หลังมีกระแสพระราชดำรัส ลุงจิตรได้รีบนำน้ำอัดลมขวดใหม่ไปถวายสมเด็จย่า แล้วมาเปิดน้ำอัดลมขวดใหม่ถวาย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระองค์รับไปเสวยจนหมดขวด แต่ยังคงมีพระอาการกระหายน้ำ จึงรับสั่งให้นายจิตรเปิดอีก ๑ ขวด ซึ่งขวดที่ ๒ นี้ พระองค์เสวยไม่หมด เสวยได้ครึ่งเดียว และโดยไม่คาดฝันพระองค์ทรงพระราชทานน้ำอัดลมส่วนที่เหลือให้ลุงจิตร และทรงรับสั่งว่า

"น้ำเหลืออีกครึ่งขวด จะทิ้งก็เสียดาย ถ้าเธอหิวก็ดื่มได้ เราอนุญาต" ลุงก็รับมาและดื่มต่อจากพระองค์ท่านจนหมด ด้วยหัวใจที่พองโตด้วยความปลาบปลื้มปีติ
 

           ครั้งแรกนึกว่าในหลวงเสด็จฯประพาสคราวนี้ คงจะมาสำราญพระอิริยาบถเป็นการส่วนพระองค์ แต่มารู้ภายหลังว่าพระองค์ท่านเป็นพระราชาที่ทรงงานตลอดเวลาจริงๆ เพราะจากที่ได้ถวายการรับใช้พระองค์ท่านในวันนั้น อีก ๒ ปี ในปี ๒๕๐๔ โครงการก่อสร้างเขื่อนแก่งกระจานก็เกิดขึ้น และเปิดใช้งานในปี ๒๕๐๙ หลังมีเขื่อนซึ่งบริเวณนั้นกลายสภาพเป็นแอ่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่กว่า ๗๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร์ชาวแก่งกระจาน และหลายอำเภอในจังหวัดเพชรบุรีที่มีพื้นที่เกษตรส่วนใหญ่ก็ดีขึ้นทันตาเห็น เช่นเดียวกับหลายๆโครงการที่พระองค์ท่านมีดำริให้สร้างในจังหวัดนี้



           ลุงจิตรได้เปิดเผยว่า "เสียใจมากที่พระองค์ท่านสวรรคต" ประโยคสั้นๆ หลุดออกจากปากลุงจิตร เพราะจากนั้นฝ่ามือก็ถูกยกขึ้นมาบดบังใบหน้าที่เหี่ยวย่น แต่ไม่สามารถปิดเสียงสะอื้นไห้ และได้เดินไปถวายบังคมพระบรมฉายาลักษณ์ที่ติดอยู่บริเวณฝาผนังบ้าน นับว่าเป็นเรื่องราวดีๆ และประทับใจคนไทยยิ่ง ที่คนไทยได้มีพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีความกตัญญูและทรงทุ่มเทพระวรกาย เพื่อแผ่นดินให้ราษฎร อยู่ดีกินดีมาเสมอตลอด ๗๐ ปี

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : เพจ พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9


เรียบเรียงโดย

เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ


Suggess News

Recommend News